"คุณพริมคะ... คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ?" เสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากปลายสายโทรศัพท์ ทำให้พริมที่กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหลวงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ต้องรีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ
"แม่สบายดีค่ะลูก... แล้วหนูล่ะ เป็นยังไงบ้าง? การบ้านเสร็จแล้วเหรอคะ?" พริมตอบกลับ พยายามทำให้เสียงของเธออ่อนโยนและสดใสที่สุด แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยความกังวล
"เสร็จแล้วค่ะ... แล้วเพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็ถามถึงคุณแม่ด้วยค่ะ หนูอยากให้คุณแม่ไปหาเร็วๆ จังเลย" เสียงของลูกสาวสะท้อนเข้ามาในหัวใจของพริม ทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบ เธอรู้ดีว่าการที่เธอต้องมาอยู่ที่นี่ ห่างไกลจากลูก มันเป็นเพราะอะไร และมันทำให้เธอต้องแบกรับความรู้สึกผิดมากแค่ไหน
"อีกไม่นานนะลูก... แม่สัญญา" พริมเอ่ยตอบ พลางสูดหายใจลึก เธอรู้ดีว่าเวลาของเธอเหลือน้อยลงทุกที การตัดสินใจที่เธอทำลงไปนั้น มีเดิมพันที่สูงลิ่ว และเธอต้องทำให้สำเร็จเพื่ออนาคตของลูก
หลังจากวางสายจากลูกสาว พริมก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวโปรด ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เธอถอนหายใจยาวๆ แล้วกุมขมับไว้แน่น ภาพของเตชินที่ปรากฏขึ้นในความคิด ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
"เตชิน..." เธอพึมพำชื่อของเขาเบาๆ หวังว่าลมหายใจของเธอจะพัดพาความรู้สึกที่ซับซ้อนนี้ไปให้ถึงเขา "นายจะเข้าใจฉันบ้างไหมนะ..."
เธอเฝ้าคิดถึงคำพูดของธนาที่เจอกันเมื่อวานนี้ คำพูดที่เหมือนจะประเมินค่าเธอต่ำเกินไป แต่ก็สะท้อนความจริงบางอย่างที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ เธอรู้ดีว่าเตชินยังคงเจ็บปวดจากการถูกเธอหักหลัง และเธอก็ไม่สามารถอธิบายอะไรให้เขาฟังได้ในตอนนี้
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของเตชินที่ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาฉายแววเคร่งขรึมราวกับปกติ แต่แววตาคู่คมกลับมีประกายบางอย่างที่พริมอ่านไม่ค่อยออก
"คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?" พริมถามอย่างตกใจ เธอไม่คิดว่าเตชินจะมาหาเธอถึงที่นี่ โดยเฉพาะในเวลานี้
"ผมเห็นคุณนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว" เตชินตอบเสียงเรียบ พลางก้าวเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้องทำงานที่เต็มไปด้วยแบบร่างและโมเดลต่างๆ ราวกับกำลังสำรวจ "คิดว่าคงอยากคุยกับใครสักคน"
พริมรู้สึกถึงความประหม่าที่ก่อตัวขึ้น เธอไม่แน่ใจว่าเตชินมาเพื่ออะไร มาเพื่อหาเรื่องเธอ หรือมาเพื่อคุยเรื่องงานกันแน่ "ฉัน... ฉันกำลังคิดงานอยู่ค่ะ" เธอพยายามตอบเลี่ยงๆ
"คิดงาน... หรือกำลังคิดถึงใครบางคน?" เตชินเอ่ยถาม เสียงของเขาแฝงไปด้วยความประชดประชันเล็กน้อย ทำให้พริมรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า
"คุณ... คุณกำลังพูดถึงอะไรคะ?" พริมถามกลับ พยายามรักษาอาการไม่ให้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกไป
เตชินเดินเข้ามาใกล้พริมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเขายืนอยู่ตรงหน้าเธอพอดี เขามองสำรวจใบหน้าของเธออย่างละเอียด ราวกับจะหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรนั้น "ผมแค่สงสัย... ว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่... ทำไมคุณถึงทำแบบนั้นกับผม... และทำไม... คุณถึงยังติดต่อกับธนาอยู่"
คำถามสุดท้ายของเตชินทำให้พริมถึงกับสะอึก เธอไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็น หรืออาจจะ... เขาเห็นอะไรบางอย่าง?
"ฉัน... ฉันไม่ได้ติดต่อกับคุณธนาค่ะ" พริมตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามหลบสายตาของเตชิน "แล้วเรื่องที่ผ่านมา... มันก็เป็นอดีตไปแล้ว"
"อดีต... ที่คุณยังคงเชื่อมโยงอยู่" เตชินพูดพลางก้มลงมองไปที่โต๊ะทำงานของพริม เขาเห็นโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งวางอยู่ พริมเพิ่งวางสายไปเมื่อครู่ เขาจำได้ว่าพริมใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เสมอเมื่อต้องคุยกับคนสำคัญ "ผมเห็นคุณคุยโทรศัพท์เมื่อครู่... เสียงของคุณฟังดู... อบอุ่นกว่าปกติ"
พริมรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เธอไม่คิดว่าเตชินจะสังเกตเห็นอะไรได้มากขนาดนี้ "ฉัน... แค่คุยกับเพื่อนค่ะ" เธอพยายามโกหก แต่เสียงของเธอกลับสั่นเครือ
เตชินยกมือขึ้นมาสัมผัสแก้มของพริมเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้พริมรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง "เพื่อน... ที่คุณต้องคุยด้วยอย่างลับๆ อย่างนั้นเหรอครับ?" เขาถาม ดวงตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของพริม ราวกับจะอ่านความจริงทั้งหมดที่เธอซ่อนไว้ "หรือว่า... คุณกำลังปิดบังความลับอะไรบางอย่าง... ความลับที่ใหญ่กว่าที่ผมคิด?"
พริมหลับตาลง เธอรู้สึกถึงความสับสนที่ถาโถมเข้ามา เธออยากจะบอกความจริงให้เตชินฟัง แต่เธอทำไม่ได้ เธอไม่สามารถเสี่ยงอันตรายต่อลูกน้อยของเธอได้
"ฉัน... ฉันขอโทษค่ะ" พริมกระซิบเสียงแผ่วเบา "ฉัน... ไม่สามารถบอกคุณได้จริงๆ"
"ไม่สามารถ... หรือไม่อยาก?" เตชินถามเสียงเข้มขึ้น เขารู้สึกได้ถึงกำแพงที่พริมกำลังสร้างขึ้นมาอีกครั้ง กำแพงที่เขาเคยพยายามทลายเมื่อหลายปีก่อน และตอนนี้... มันก็ยิ่งแข็งแกร่งกว่าเดิม
"มัน... มันเพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ" พริมตอบ พยายามเก็บซ่อนน้ำตาที่เอ่อคลอ "คุณ... ต้องเชื่อฉันนะคะ"
เตชินมองพริมด้วยความเจ็บปวด เขาเห็นความจริงใจที่ฉายอยู่ในแววตาของเธอ แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงการแสดงละครอีกครั้งหรือไม่ "ความปลอดภัยของใคร? ความปลอดภัยของใครที่คุณกำลังปกป้อง?" เขาถามเสียงดังขึ้น
พริมเงียบไป เธอไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้
ทันใดนั้นเอง เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง พริมชะงักเล็กน้อย ก่อนจะรีบเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องเดิมที่วางอยู่บนโต๊ะ
"ใครโทรมา?" เตชินถามเสียงห้วน เขาไม่อยากเห็นพริมคุยกับใครอีกแล้ว โดยเฉพาะถ้าเป็นธนา
พริมมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความตกใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเตชินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล "ฉัน... ฉันต้องรับค่ะ"
เธอรีบกดรับสาย พลิกตัวหันหลังให้เตชิน ทำให้เขาไม่เห็นสีหน้าของเธอ แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม จ้องมองแผ่นหลังของเธอด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
"ฮัลโหล..." พริมเอ่ยเสียงสั่น "เป็นไงบ้างคะ... หมอว่ายังไง?"
คำพูดของพริมทำให้เตชินยิ่งสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าพริมกำลังพูดถึงเรื่องอะไร และ "หมอ" ที่เธอพูดถึงคือใคร?
พริมยืนนิ่งฟังปลายสายตอบราวกับจะขาดใจตาย เธอได้ยินเสียงสะอื้นเล็กน้อยจากปลายสาย ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง
"ไม่เป็นไรนะคะ... คุณแม่จะเข้มแข็ง... และจะทำทุกอย่างเพื่อลูก..." พริมพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
เตชินเห็นท่าทางของพริมแล้วก็ยิ่งสับสน เขารู้สึกได้ว่าพริมกำลังปิดบังความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยคิดไว้มากนัก และความลับนั้น... อาจจะเกี่ยวข้องกับเขา หรืออาจจะ... เปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เขาเคยเชื่อมาตลอด
แต่สิ่งที่เตชินไม่รู้ก็คือ... เสียงที่พริมได้ยินจากปลายสายนั้น ไม่ใช่เสียงของ "ลูกสาว" ที่เขาคิด... หากแต่เป็นเสียงของ "พ่อ" ของลูกน้อยในท้องของเธอ... พ่อที่เขาไม่เคยรู้จัก... และอาจไม่ใช่เตชิน...
ย้อนเวลาดวงใจสถาปนิก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก