"นี่มันอะไรกัน!" เสียงของรวินท์ก้องกังวานไปทั่วห้องทำงานที่ว่างเปล่า เขาโยนจดหมายลาออกลงบนพื้น ราวกับมันเป็นสิ่งสกปรกที่ไม่อาจแตะต้องได้
พัชรีที่เพิ่งเข้ามาในห้อง ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นทันทีเมื่อเห็นสภาพของรวินท์ เขาไม่เคยเห็นรวินท์แสดงอารมณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อนเลย ปกติรวินท์คือคนที่สุขุม เยือกเย็น และควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"รวินท์... ได้โปรดใจเย็นๆ ก่อน" พัชรีพยายามจะเข้าไปหารวินท์ แต่รวินท์กลับถอยหนีราวกับเจอปีศาจ
"ใจเย็น? คุณกล้าพูดให้ผมใจเย็นเหรอ!" รวินท์ตะโกนกลับ ดวงตาแดงก่ำไปด้วยความโกรธและความเสียใจ "คุณรู้ไหมว่าคุณทำอะไรลงไป! คุณทำลายทุกอย่าง! คุณทำลายชีวิตผม!"
"ผม... ผมขอโทษ" พัชรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ผมไม่ได้ตั้งใจ..."
"ไม่ได้ตั้งใจ?" รวินท์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "คุณบอกว่าคุณรักผม! คุณบอกว่าคุณไม่เคยโกหก! แล้วนี่มันอะไร! นี่คือการแก้แค้นของพวกเราเหรอ! นี่คือวิธีที่คุณจะทำให้ผมเจ็บปวดใช่ไหม!"
"ไม่ใช่! ผมรักคุณจริงๆ รวินท์" พัชรีพยายามจะอธิบาย "ผม... ผมถูกบังคับ"
"บังคับ? ใครบังคับคุณ? พี่ชายผมเหรอ!" รวินท์ตะคอก "แล้วคุณก็ยอมทำตาม! คุณยอมหลอกลวงผม! คุณยอมใช้ผมเป็นเครื่องมือ!"
"ผม... ผมกลัว" พัชรีสารภาพ "ผมกลัวครอบครัวผมจะเดือดร้อน"
"กลัว?" รวินท์ย้ำคำนั้น "แล้วความรู้สึกของผมล่ะ? ความรู้สึกของคนที่คุณบอกว่าคุณรัก... คุณไม่กลัวที่จะทำลายมันบ้างเลยหรือไง!"
"ผม... ผมก็เจ็บปวดมากเหมือนกัน" พัชรีเอ่ย น้ำตาไหลอาบแก้ม "ผมไม่เคยอยากจะหลอกคุณเลย"
"แต่คุณก็ทำ!" รวินท์ตะโกนเสียงดัง "คุณทำลายความเชื่อใจทั้งหมดที่ผมมีให้คุณ! คุณทำลายความรักที่ผมมีให้คุณ! คุณทำลายทุกอย่าง!"
เขาเดินเข้าไปหารัชรีอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ผลักไส แต่กลับคว้าคอเสื้อของพัชรีไว้แน่น "บอกผมมา! คุณทำไปทั้งหมดนี่... คุณได้อะไร! คุณได้เงิน? คุณได้อำนาจ? หรือคุณสนุกกับการเห็นผมเจ็บปวด!"
"ผมไม่ได้อะไรเลย!" พัชรีตอบเสียงดัง "ผมมีแต่ความเสียใจ! ผมมีแต่ความเจ็บปวด!"
"โกหก!" รวินท์ตะคอก "คุณกำลังโกหกผมอีกครั้ง! เหมือนที่คุณเคยทำมาตลอด!"
เขาปล่อยคอเสื้อของพัชรีออก แรงจนพัชรีเซถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือ
"ผม... ผมไม่สามารถทนฟังอะไรแบบนี้ได้อีกต่อไป" รวินท์กล่าวเสียงเย็นชา "ผมไม่ต้องการเห็นหน้าคุณอีกแล้ว"
"รวินท์... ได้โปรดอย่าทำแบบนี้" พัชรีอ้อนวอน "ให้โอกาสผมได้อธิบาย"
"ไม่มีอะไรต้องอธิบายอีกแล้ว" รวินท์กล่าว "ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว"
เขาเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบเอกสารสำคัญบางอย่างขึ้นมา แล้วหันไปมองพัชรีเป็นครั้งสุดท้าย "ผมขอให้คุณโชคดี... กับชีวิตของคุณ"
จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้พัชรีอยู่เพียงลำพังภายใต้ความว่างเปล่า
พัชรีมองตามหลังรวินท์ไปด้วยความเสียใจ เขารู้ดีว่าเขาได้ทำลายทุกอย่างลงไปแล้ว เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไป
เขาหยิบจดหมายลาออกของรวินท์ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง คำพูดแต่ละคำที่รวินท์เขียนลงไป มันบาดลึกเข้าไปในหัวใจของเขา
"ผม... ผมไม่รู้ว่าผมจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร" พัชรีพึมพำกับตัวเอง
เขาตัดสินใจที่จะไม่ทนอีกต่อไป เขารู้ว่าเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกแล้ว เขาไม่อยากจะเจอหน้าใคร เขาไม่อยากจะเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายนี้
พัชรีเดินออกจากห้องทำงานของรวินท์ เขามองไปรอบๆ บริษัทที่เขาเคยทำงานด้วยความภาคภูมิใจ แต่ตอนนี้... ทุกอย่างกลับดูว่างเปล่าและไร้ความหมาย
เขาเดินตรงไปยังห้องเก็บของ หยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่เตรียมไว้ขึ้นมา ก่อนจะเดินออกจากบริษัทไปอย่างเงียบๆ
เขาไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เขาไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร
แต่เขารู้เพียงสิ่งเดียว... เขาต้องจากไป เขาต้องหายไปจากที่นี่ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่
ขณะที่พัชรีเดินออกจากอาคาร บริษัทที่เคยเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเขา เขาก็เห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดรออยู่
ประตูรถเปิดออก และร่างของชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
"ถึงเวลาแล้วสินะ" เสียงทุ้มต่ำของวินัยดังขึ้น
พัชรีมองวินัยด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "ผม... ผมยอมแพ้แล้ว"
"ดีมาก" วินัยยิ้มอย่างมีชัย "เข้ามาสิ"
พัชรีเดินขึ้นรถไป เขาไม่รู้ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรต่อไป แต่เขาก็พร้อมที่จะรับมัน
เขาได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง... เขาจะสามารถกลับมาเผชิญหน้ากับรวินท์ได้อีกครั้ง และพิสูจน์ให้เห็นว่าความรู้สึกที่เขามีให้รวินท์นั้น... เป็นเรื่องจริง
แต่สำหรับตอนนี้... เขาต้องจากไป
เขาต้องหายไปจากชีวิตของรวินท์ เพื่อให้รวินท์ได้เริ่มต้นใหม่
และเพื่อให้ตัวเขาเอง... ได้มีโอกาสที่จะหลุดพ้นจากวังวนแห่งความลับและความเจ็บปวดนี้ไปเสียที
รักยั่วยวนของCEO
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก