“คุณแน่ใจนะคะว่าจะไม่ให้ฉันกลับไปที่นั่นอีก” เสียงของพิมพ์ชนกสั่นเครือขณะมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ของคฤหาสน์หรู เห็นถนนที่คุ้นเคยแต่กลับรู้สึกเหมือนไกลออกไปเป็นหมื่นล้านไมล์
ภาคินยืนอยู่ข้างเธอ ใบหน้าคมคายฉายแววเรียบนิ่งราวกับภูผา แต่แววตาคมกริบนั้นสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อมองใบหน้าซีดเซียวของเธอ “ผมบอกแล้วไงว่าที่นั่นอันตรายเกินไปสำหรับคุณ”
“แต่นั่นคือบ้านของฉัน! คือที่ที่ฉัน…” เธอหยุดชะงัก คำว่า “เคยมีความสุข” หลุดออกจากปากไปไม่ได้
“ความสุขของคุณตอนนี้อยู่ที่นี่” ภาคินพูดเสียงเรียบ แต่มีน้ำเสียงบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความเด็ดขาด “จนกว่าผมจะแน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัย”
“คุณรู้ได้อย่างไรคะว่ามันอันตราย? คุณเห็นอะไรที่นั่น?” พิมพ์ชนกอดอกแน่น ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เธอรู้ดีว่าภาคินไม่ใช่แค่บอดี้การ์ดธรรมดาๆ เขาดูเหมือนจะรู้เรื่องราวบางอย่างที่เธอไม่รู้เสียด้วยซ้ำ
“ผมได้รับข้อมูลมา” ภาคินตอบเลี่ยงๆ สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังประเมินสถานการณ์บางอย่างที่มองไม่เห็น
“ข้อมูลเกี่ยวกับอะไรคะ? เกี่ยวกับ… คนที่ทำร้ายฉัน? คุณ… คุณตามหาพวกเขาอยู่หรือเปล่า?” เธอถามด้วยความหวังเจือความหวาดกลัว
ภาคินหันกลับมามองเธอ แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย “ผมกำลังทำในสิ่งที่ต้องทำ”
“แต่คุณไม่เคยเล่าอะไรให้ฉันฟังเลย” พิมพ์ชนกพูดเสียงตัดพ้อ “คุณปล่อยให้ฉันต้องเผชิญหน้ากับทุกอย่างอยู่คนเดียว หรือไม่ก็… ฝากชีวิตไว้กับคนอย่างคุณที่ฉันแทบไม่รู้จัก!”
“ผมกำลังปกป้องคุณ” ภาคินเน้นคำว่า “ปกป้อง” ชัดเจน
“ปกป้อง… หรือกักขัง?” เธอถามกลับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่น “คุณดูเหมือนจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฉันนะคะภาคิน รู้แม้กระทั่งเรื่องที่ฉันไม่เคยบอกใคร… ความชอบส่วนตัวของฉัน… อาหารที่ฉันไม่กิน… เพลงที่ฉันเคยฟัง… แม้กระทั่ง… แม้กระทั่งรอยแผลเป็นเล็กๆ ตรงหัวเข่าที่เกิดตอนเด็กๆ… คุณรู้ได้อย่างไรคะ!”
ภาคินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น สีหน้าดูเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“คุณ… คุณแอบดูฉันอยู่หรือเปล่า?” เธอถามเสียงแผ่วเบา หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกใจ โกรธ และ… หวั่นไหว
“ผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้น” เขาตอบเสียงหนักแน่น แต่แววตาที่หลบไปนั้นทำให้เธอไม่มั่นใจ
“แล้วคุณรู้ได้ยังไง!” เธอตะโกนใส่เขา น้ำเสียงเริ่มแปร่งปร่า “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!”
ภาคินสูดหายใจลึกๆ ราวกับกำลังรวบรวมสติ “ผม… ผมเคยได้ยินเรื่องของคุณมาก่อน”
“เคยได้ยิน? ได้ยินจากใคร? และเมื่อไหร่?” พิมพ์ชนกย้ำถาม เธอมั่นใจว่าภาคินกำลังปิดบังบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมาก
“มัน… มันซับซ้อน” เขาพูดเสียงเบา “บางเรื่อง… ผมก็จำได้เลือนรางเหมือนความฝัน”
“ความฝัน?” เธอหัวเราะอย่างสมเพช “คุณกำลังจะบอกว่าคุณรู้เรื่องในอดีตของฉันเพราะคุณฝันเห็นมันอย่างนั้นหรือไงคะ? คุณกำลังเล่นตลกกับฉันอยู่หรือเปล่าภาคิน!”
“ผมไม่ได้เล่นตลก” เขาพูด น้ำเสียงของเขากลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง แต่แววตาที่มองมานั้นมีความเศร้าสร้อยเจืออยู่ “ผม… ผมเคยพบคุณมาก่อน”
คำพูดนั้นทำเอาพิมพ์ชนกอึ้ง เธอพยายามนึกย้อนไป แต่ก็ไม่พบภาพใดๆ ที่มีใบหน้าของภาคินปรากฏอยู่
“ไม่จริง! ฉันไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน!” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง
“อาจจะ… ในอีกรูปแบบหนึ่ง” ภาคินพึมพำ ราวกับพูดกับตัวเอง
“รูปแบบไหนคะ? รูปแบบของ… ความฝัน?” พิมพ์ชนกเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเสียการควบคุม
“พิมพ์ชนก…” ภาคินก้าวเข้ามาใกล้เธอหนึ่งก้าว มือของเขาเอื้อมเหมือนจะสัมผัส แต่ก็ชะงักกลางอากาศ “บางที… คุณอาจจะลืมบางสิ่งไป”
“ฉันไม่ได้ลืมอะไรทั้งนั้น! ฉันจำได้ทุกอย่าง… ว่าใครทำให้ฉันเจ็บปวด… และใครที่ฉันเคยรัก!” คำว่า “เคยรัก” หลุดออกมาจากปากเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอหน้าแดงก่ำด้วยความอาย
ภาคินมองใบหน้าของเธอ แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก “คุณ… คิดถึงเขาหรือ”
“คุณไม่เกี่ยวอะไรด้วย!” เธอรีบปฏิเสธทันควัน
“ผม… อาจจะเกี่ยว” ภาคินพูดเสียงแผ่วเบา “ผม… ผมอาจจะเป็นเขาคนนั้น”
พิมพ์ชนกแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น คำพูดของภาคินมันหนักอึ้ง เกินกว่าที่เธอจะประมวลผลได้ เธอไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไร “คุณ… คุณหมายความว่ายังไง?”
“ผม… ผมขอเวลาหน่อย” ภาคินพูด เขาดูเหมือนคนกำลังจะระเบิด “ผมจะอธิบายทุกอย่าง… ให้คุณฟัง… ตอนที่ผมพร้อม”
“พร้อม… ตอนไหนคะ?” พิมพ์ชนกถามเสียงแหบพร่า “พร้อมที่จะยอมรับว่าคุณคือคนที่ทำให้ฉันต้องมาอยู่ในสภาพนี้อย่างนั้นหรือ!”
“ผม… ผมไม่ได้ตั้งใจ” ภาคินตอบ เสียงของเขามีความเจ็บปวดเจืออยู่
“คุณ… คุณเหมือนคนสองคน” พิมพ์ชนกพึมพำ “คนหนึ่งเย็นชา… อีกคนหนึ่ง… ดูเหมือนจะมีความลับมากมาย… และ… บางที… อาจจะมีความรู้สึกผิด”
ภาคินมองเธออย่างมีความหวังแวบหนึ่ง “คุณ… คุณรู้สึกถึงมันหรือ”
“ฉันรู้สึกถึง… ความไม่แน่นอน” เธอตอบ “ความไม่แน่นอนที่กำลังจะกลืนกินฉัน… ฉันไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใคร… ควรจะไว้ใจใคร… และที่สำคัญที่สุด… ฉันไม่รู้ว่า… ใครคือคนที่ฉันควรจะกลัว… และใครคือคนที่ฉันควรจะ… พึ่งพา…”
เธอเงยหน้ามองภาคิน ใบหน้าของเขาฉายแววครุ่นคิด ราวกับกำลังพยายามไขปริศนาบางอย่างที่ซับซ้อนเหลือเกิน
“คุณ… คุณเคยเห็นภาพนี้มาก่อนไหม?” พิมพ์ชนกถาม พลางชี้ไปที่ภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่กลางห้องโถง เป็นภาพวาดวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบที่สวยงาม มีเรือใบเล็กๆ ลอยลำอยู่กลางน้ำ
ภาคินหันไปมองภาพนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับเห็นสิ่งที่คุ้นเคยอย่างประหลาด
“ทำไมคุณถึงถามแบบนั้น?” เขาถาม
“ไม่รู้สิคะ… มันดูคุ้นๆ… เหมือนฉันเคยเห็นมันที่ไหนสักแห่ง… ตอนเด็กๆ…” เธอตอบอย่างลังเล
ภาคินก้าวเข้าไปใกล้ภาพวาดนั้น นิ้วเรียวยาวของเขาลูบไล้ไปตามผืนผ้าใบอย่างแผ่วเบา “ผม… ผมจำได้”
“คุณจำได้?” พิมพ์ชนกอุทาน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ผม… เคยเห็นภาพนี้… ที่บ้านหลังเก่าของผม… ตอนเด็กๆ” ภาคินตอบ เสียงของเขามีความสั่นเครือเล็กน้อย
“บ้านหลังเก่าของคุณ… อยู่ที่ไหนคะ?” เธอถาม
“มัน… มันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก” เขาตอบ
“แล้ว… แล้วมันมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับภาพนี้คะ?” เธอถามต่ออย่างกระตือรือร้น
ภาคินหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแรง “มัน… มันเป็นภาพที่… แม่ของผม… ชอบมากที่สุด”
“แม่ของคุณ…” พิมพ์ชนกพึมพำ “คุณ… คุณเคยพูดถึงแม่ของคุณ…”
“เธอ… จากไปนานแล้ว” ภาคินพูดเสียงเบา “แต่ผม… ผมยังจำเธอได้… และผม… ผมจำได้ว่า… เธอเคยเล่าเรื่องราว… เกี่ยวกับภาพนี้… ให้ผมฟัง…”
“เรื่องราวอะไรคะ?” พิมพ์ชนกถามเสียงกระซิบ
ภาคินถอนหายใจยาว “เรื่องราวเกี่ยวกับ… ความหวัง… และ… ความรัก… ที่… ที่ไม่เคยจางหาย…”
“ความหวัง… และความรัก…” พิมพ์ชนกทวนคำพูดของเขา ความหมายของคำพูดนั้นค่อยๆ ซึมซาบเข้ามาในใจของเธอ ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
“บางที… คุณอาจจะ… ไม่ได้ลืมทุกอย่างไปทั้งหมดก็ได้” ภาคินพูด พลางมองเข้าไปในดวงตาของเธอ “บางที… ความทรงจำ… ก็อาจจะ… กลับมา… ได้อีกครั้ง…”
พิมพ์ชนกยืนนิ่ง จ้องมองภาคิน เธอรู้สึกถึงกระแสบางอย่างที่กำลังไหลเวียนอยู่ระหว่างพวกเขา เป็นกระแสที่ทั้งอ่อนโยนและรุนแรง ซับซ้อนและลึกล้ำ…
“คุณ… คุณกำลังจะบอกว่า… คุณ… คุณก็มีความทรงจำบางอย่างเกี่ยวกับฉัน… ที่เคยเกิดขึ้น… ก่อนหน้านี้… ใช่ไหมคะ?” เธอถามเสียงแผ่วเบา
ภาคินพยักหน้าช้าๆ “ใช่… ผม… ผมคิดว่า… เป็นเช่นนั้น…”
“และ… และมันเกี่ยวกับ… ความรัก… ด้วยไหมคะ?” เธอถามต่อด้วยความหวังที่เจือด้วยความกลัว
ภาคินเงียบไป เขาจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง ราวกับกำลังค้นหาคำตอบในดวงตาของเธอ
“ผม… ผมไม่แน่ใจ… ตอนนี้…” เขาตอบอย่างอ้ำอึ้ง “แต่… ผมกำลังพยายาม… นึกให้ออก…”
“พยายาม… นึกให้ออก…” พิมพ์ชนกทวนคำอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่บางเฉียบ ระหว่างความจริงและความไม่จริง ระหว่างความหวังและความสิ้นหวัง
“คุณ… คุณกำลังจะทำอะไรต่อไปคะ?” เธอถาม
“ผม… ผมจะพยายาม… ค้นหาความจริง… ทั้งหมด…” ภาคินตอบ ดวงตาของเขามุ่งมั่น “เพื่อคุณ… และ… เพื่อตัวผมเอง…”
“เพื่อตัวคุณเอง…” พิมพ์ชนกพึมพำ เธอรู้สึกว่ายิ่งเข้าใกล้ภาคินมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องเผชิญหน้ากับความลับที่ดำมืดกว่าเดิม… และความลับนั้น… อาจจะเชื่อมโยงถึงเธอ… อย่างไม่คาดฝัน…
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นอย่างกะทันหัน! เป็นสัญญาณที่ดังมาจากภายนอกคฤหาสน์!
ภาคินหันขวับไปทางหน้าต่าง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้น!” เขาตะโกนถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“มีคนบุกรุกครับ! มากันหลายคน!”
พิมพ์ชนกหน้าซีดเผือด เธอหันไปมองภาคินด้วยความหวาดกลัว… อันตราย… มันมาถึงแล้วจริงๆ… หรือว่า… มันไม่เคยหายไปไหนเลย…
ช่วยชีวิตหัวใจบอดี้การ์ด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก