“เป็นไปไม่ได้… เธอจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!” เสียงตะโกนของอัคคีดังราวฟ้าผ่าไปทั่วห้องทำงาน บรรยากาศที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความไม่เชื่อสายตา เขาจ้องมองไปยังเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ ราวกับว่ามันคือสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะกัดกินเขา
น้ำใสยืนอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับว่าเธอไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น “ฉันทำแล้วค่ะ คุณอัคคี”
“ทำไม! ทำไมเธอถึงทำแบบนี้! เธอรู้ไหมว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง!” อัคคีเดินไปคว้าแขนของเธอไว้แน่น ราวกับจะบีบคั้นเอาคำตอบออกมา
“ฉันรู้ค่ะ” น้ำใสตอบเสียงเรียบ “และฉันก็พร้อมที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของฉัน”
“รับผิดชอบ? เธอจะรับผิดชอบอย่างไร! การที่เธอปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับบริษัทของเราออกไป มันจะทำให้ทุกอย่างพัง!” อัคคีตะโกนอีกครั้ง ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยความโกรธ
“บางที… การพังทลายก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็ได้นะคะ” น้ำใสเอ่ย พลางดึงแขนของตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขา “บางที… การที่คุณสูญเสียทุกอย่าง อาจจะทำให้คุณได้มองเห็น ‘ความจริง’ ที่คุณพยายามหลีกหนีมาตลอด”
“ความจริง? เธอพูดถึงความจริงอะไรอีก!” อัคคีแทบจะคลั่ง “เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของฉัน!”
“ฉันอาจจะไม่มีสิทธิ์… แต่คุณต่างหากที่มีสิทธิ์ทำลายชีวิตของคนอื่น” น้ำใสกล่าวเสียงเย็น “คุณทำให้พ่อของฉันล้มละลาย คุณทำให้ครอบครัวของฉันต้องเดือดร้อน… และตอนนี้… ฉันก็แค่ทำให้คุณได้ลิ้มรสชาติของความสูญเสียบ้าง”
เธอเดินเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง ช้าๆ แต่หนักแน่น ราวกับว่าทุกย่างก้าวของเธอคือการประกาศชัยชนะ “คุณคิดว่าคุณจะครอบงำทุกอย่างได้ตลอดไปอย่างนั้นหรือคะ? คุณคิดว่าคุณจะใช้อำนาจและความมั่งคั่งของคุณบดขยี้ใครก็ได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ?”
อัคคีอึ้งไป เขาไม่เคยเจอใครที่กล้าพูดจาต่อกรกับเขาแบบนี้มาก่อน น้ำใสในตอนนี้… เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไป
“เธอ… เธอจะเสียใจ” เขาพูดเสียงลอดไรฟัน “เธอจะเสียใจที่กล้ามายุ่งกับฉัน”
“ฉันไม่เคยเสียใจกับการทำสิ่งที่ถูกต้องค่ะ” น้ำใสเอ่ย พลางยกมือขึ้นลูบไล้แก้มของเขาอย่างแผ่วเบา “และฉันเชื่อว่า… การเปิดโปงความลับของคุณในครั้งนี้ คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว”
คำพูดของเธอทำเอาอัคคีชะงักไป เขารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่แล่นผ่านร่างกาย เมื่อสัมผัสของเธอแตะต้องผิวเขา
“เธอ… ทำเรื่องนี้ได้อย่างไร?” เขาถามเสียงแผ่วเบา ไม่ใช่คำถามที่เต็มไปด้วยความโกรธ แต่เป็นคำถามที่แฝงไว้ด้วยความสงสัย และความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อาจระบุได้
“ฉันได้รวบรวมข้อมูลมานานค่ะ” น้ำใสเอ่ย “ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘อุบัติเหตุ’ ครั้งนั้น… ข้อมูลที่พิสูจน์ได้ว่า… มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา”
เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างมั่นคง “และฉันก็เชื่อว่า… เมื่อความจริงปรากฏ… คุณจะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมรับมัน”
อัคคีถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เขาแทบจะยืนไม่อยู่ ภาพของหญิงสาวที่เขาเคยรักเมื่อครั้งอดีต ลอยเข้ามาในความคิด เขาจำได้ว่าเธอเคยพูดถึง ‘ความลับ’ บางอย่างที่เธออยากจะเปิดเผย… ความลับที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของอัคคีเอง
“ไม่… เป็นไปไม่ได้” เขาพึมพำ
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้คะ?” น้ำใสเอ่ย “ความจริง… มักจะน่ากลัวกว่าที่เราคิดเสมอ”
เธอเดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้อัคคียืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความสับสนและความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิง
เขาไม่เคยคิดว่าน้ำใสจะทำได้ถึงขนาดนี้ การที่เธอปล่อยข่าวลือออกไป มันไม่ใช่แค่การแก้แค้นเล็กๆ น้อยๆ แต่มันคือการทำลายล้างทุกอย่างที่เขาสร้างมา
แต่ในขณะเดียวกัน… เขาก็รู้สึกถึงความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดใจ
แม้จะโกรธแค้น และรู้สึกว่าถูกทรยศ แต่เขาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า… การกระทำของน้ำใสครั้งนี้ มันมีเหตุผลบางอย่างรองรับอยู่
เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นสวนกว้างที่เคยสงบเงียบ บัดนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความปั่นป่วน
“เธอ… ทำให้ฉันต้องคิดอะไรบางอย่างจริงๆ” เขาพึมพำ
เขานึกถึงคำพูดของน้ำใสเกี่ยวกับ ‘ความจริง’ และ ‘อุบัติเหตุ’ ครั้งนั้น
“หรือว่า… เธอจะรู้ความจริง… เกี่ยวกับแม่ของฉัน?”
ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว เขามักจะหลีกเลี่ยงที่จะคิดถึงแม่ของเขา เพราะมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรู้สึกผิด
ในอีกด้านหนึ่ง น้ำใสเดินเข้าไปในห้องนอนของเธอ เธอกำลังจะถอดชุดเดรสสีฟ้าอ่อนออก แต่แล้วเธอก็ชะงัก เมื่อเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก
ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น บัดนี้ดูเหนื่อยล้า และอ่อนแอลงไปอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันทำได้…” เธอพึมพำกับตัวเอง “ฉันทำได้จริงๆ…”
แต่ถึงแม้จะพูดเช่นนั้น น้ำใสก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า… การกระทำของเธอครั้งนี้ มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย
เธอได้แก้แค้นอัคคีไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมา คือความรู้สึกว่างเปล่า และความเหนื่อยล้า
เธอเดินไปที่เตียง นั่งลงอย่างหมดแรง
“ฉัน… ฉันควรจะรู้สึกดีใจใช่ไหม?” เธอถามตัวเอง
แต่ในใจของเธอ… กลับมีแต่ความสับสน และความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อาจอธิบายได้
เธอมองไปยังรูปถ่ายของพ่อแม่ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
“พ่อคะ… แม่คะ… หนูทำได้แล้วนะคะ”
แต่คำพูดเหล่านั้น กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย
เธอกำลังจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่แล้วเธอก็เห็นว่า… มือของเธอกำลังสั่นเทา
“ทำไม… ฉันถึงรู้สึกแบบนี้?”
เธอไม่เข้าใจตัวเอง เธอควรจะรู้สึกสะใจ หรือมีความสุข แต่ทำไมใจของเธอถึงได้เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
ทันใดนั้นเอง… เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“น้ำใส…” เสียงของอัคคีดังมาจากนอกประตู “เปิดประตูหน่อย… ฉันอยากคุยกับเธอ”
น้ำใสชะงักไป เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
เธอได้ทำลายชีวิตของเขาไปแล้ว… เขาจะมาคุยกับเธอด้วยเรื่องอะไรอีก?
เธอตัดสินใจ… เดินไปที่ประตูอย่างช้าๆ
เมื่อเธอเปิดประตูออก… เธอก็พบกับอัคคียืนรออยู่
สายตาของเขา… ไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเหมือนเดิมอีกต่อไป
แต่กลับเต็มไปด้วย… ความสับสน และความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
“เรา… เราต้องคุยกัน” อัคคีกล่าวเสียงแผ่วเบา
และในขณะนั้นเอง… น้ำใสก็รู้สึกได้ว่า… หัวใจของเธอกำลังเต้นผิดจังหวะ… อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สลับตัวหัวใจลูกหนี้
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก