เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจของอรุณ! แสงวาบที่เกิดขึ้นตามมาด้วยความมืดมิดที่ปกคลุมทุกสิ่ง ร่างของเธอทรุดฮวบลงไปเบื้องหน้า โลกรอบตัวหมุนคว้างราวกับถูกเขย่าอย่างรุนแรง
"อรุณ!" เสียงของภูผาตะโกนก้อง ราวกับมาจากอีกโลกหนึ่ง เขาคว้าแขนของเธอไว้ทันทีที่เธอเสียหลัก "อรุณ! เธอเป็นอะไร? ตอบฉันสิ!"
แต่ร่างของอรุณยังคงอ่อนปวกเปียก ดวงตาของเธอเบิกกว้าง จ้องมองไปยังเงาตะคุ่มของชายที่ยืนถือปืนอยู่ตรงหน้า แต่ดูเหมือนเธอจะมองไม่เห็นเขาอีกต่อไปแล้ว
"ภูผา... ฉัน..." เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน
ภูผารู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอรุณ เขาบังคับตัวเองไม่ให้ตื่นตระหนก แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
"ไม่! อรุณ! เธอต้องไม่เป็นอะไร!" ภูผากระชับอ้อมแขนที่โอบประคองเธอไว้แน่น "ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณ!"
ชายผู้ถือปืนก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยเงาของหมวกปีกกว้าง แต่ก็พอจะเห็นรอยแผลเป็นที่คิ้วซ้าย และรอยสักรูปงูที่ข้อมือได้อย่างชัดเจน
"เธอ... เธอคือคนที่... ฉันเคยเจอ..." อรุณพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครือ
"แก!" ภูผารู้ทันทีว่าชายคนนี้คือใคร เขาคือคนที่อันตรายที่สุด คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวร้ายๆ ทั้งหมด "แกจะทำอะไรอรุณ!"
ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหงแก่งราวกับเสียงกรวดบดกัน "ข้าไม่เคยคิดว่านักสืบอย่างแก จะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของข้า"
"แกคิดผิดแล้ว!" ภูผากล่าวเสียงกร้าว "แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับชีวิตของอรุณอีกต่อไป!"
"หึ! ข้าจะบอกให้... คนที่แกกำลังอุ้มอยู่... มันกำลังจะให้กำเนิดลูกของแก" ชายคนนั้นยิ้มเยาะ "และข้า... กำลังจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากแก... เหมือนที่ข้าเคยทำ"
คำพูดของชายคนนั้นเหมือนมีดที่กรีดแทงหัวใจของภูผา เขาเงยหน้าขึ้นมองอรุณ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความกลัวปะปนกันไป
"ภูผา... ฉัน... ฉันท้อง..." อรุณกล่าวเสียงแผ่วเบา คำพูดนั้นเหมือนระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกจุดชนวน
ความโกรธแค้นและความห่วงใยหลั่งไหลเข้ามาในตัวภูผาอย่างท่วมท้น เขารู้ว่าเขาต้องปกป้องอรุณ และลูกน้อยที่กำลังจะเกิดให้ได้
"แกไม่มีวันทำสำเร็จ!" ภูผาตะโกนบอก "ฉันจะไม่ยอมให้แกทำร้ายครอบครัวของฉัน!"
ทันใดนั้นเอง ภูผาก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของอรุณ เธอพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พลิกตัวไปคว้าปืนที่หลุดจากมือของชายคนนั้นขณะที่เขากำลังจะยิง
"อรุณ! ไม่นะ!" ภูผาตะโกน
แต่ก็สายเกินไป ร่างของอรุณอ่อนแรง ปืนหลุดมือ และร่วงหล่นลงบนพื้นถนน
ชายคนนั้นหัวเราะเยาะ "โง่! พวกแกมันโง่จริงๆ!"
เขาเตรียมจะยิงซ้ำ แต่ในขณะนั้นเอง เสียงรถตำรวจก็ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
"หน็อย!" ชายคนนั้นสบถ "พวกแกตามมาจนได้!"
เขารีบหันหลังวิ่งหนีเข้าไปในตรอกมืดๆ หายลับไปในความมืด
ภูผาไม่รอช้า เขากอดอรุณไว้แน่น "ไม่เป็นไรนะอรุณ เธอปลอดภัยแล้ว"
รถตำรวจหลายคันพุ่งเข้ามาจอดขวางทางออกของตรอกนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายวิ่งเข้าไปไล่ล่า แต่ก็ไร้ผล ชายคนนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
อรุณถูกรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ภูผาติดตามไปติดๆ ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลก็รีบเข้ามาดูแลอรุณอย่างเร่งด่วน ภูผาได้แต่ยืนรออยู่หน้าห้องผ่าตัด มือของเขากำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
"เธอจะเป็นอะไรไหมครับคุณหมอ?" ภูผาถามพยาบาลที่เดินออกมา
"ตอนนี้ผู้ป่วยยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตค่ะ" พยาบาลตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "แต่เรากำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ"
ภูผาแทบยืนไม่อยู่ เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ในห้องรอ ภาพของอรุณที่กำลังจะเสียเลือด และคำพูดของชายปริศนาเมื่อครู่ วนเวียนอยู่ในหัวของเขา
"ลูก... ของฉัน..." ภูผากล่าวเบาๆ
ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของภูผาก็ดังขึ้น เป็นสายจากหัวหน้าของเขา
"ภูผา! เกิดอะไรขึ้น? ฉันเพิ่งได้รับรายงานว่าแกกำลังตามล่าอาชญากรคนสำคัญ"
"ครับหัวหน้า" ภูผาตอบเสียงแหบพร่า "แต่... เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น"
เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หัวหน้าฟัง หัวหน้าของเขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ฟังนะภูผา ฉันรู้ว่าแกห่วงอรุณมาก แต่แกต้องเข้มแข็ง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของแกกับอรุณอีกต่อไปแล้ว มันคือเรื่องของครอบครัวแก เรื่องของลูกแก"
"ผมรู้ครับหัวหน้า" ภูผากล่าว "ผมจะปกป้องพวกเขาให้ถึงที่สุด"
"ดีมาก" หัวหน้าของเขากล่าว "ฉันจะส่งทีมสนับสนุนไปช่วยแกทันที แกต้องตามหาชายคนนั้นให้เจอ และต้องเอาให้ได้ว่าเขาคือใคร และมีแผนการร้ายอะไรอีก"
การรอคอยดำเนินไปอย่างยาวนาน ผ่านไปหลายชั่วโมง ภูผายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ประตูห้องผ่าตัดอย่างไม่วางตา
ในที่สุด ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก แพทย์เดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"คุณ... ญาติคนไข้ใช่ไหมครับ?" แพทย์ถาม
"ใช่ครับ!" ภูผารีบผงกศีรษะ "เป็นอย่างไรบ้างครับ? อรุณกับลูกของผม... ปลอดภัยไหมครับ?"
แพทย์มองภูผา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ภูผาใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง
"ทั้งคุณแม่และเด็ก ปลอดภัยดีครับ" แพทย์กล่าว "ลูกน้อยของคุณปลอดภัยดี เป็นเด็กชายที่แข็งแรงมาก ส่วนคุณแม่ก็พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องพักฟื้นอีกระยะหนึ่ง"
น้ำตาแห่งความโล่งอกไหลรินออกจากดวงตาของภูผา เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว
"ขอบคุณครับคุณหมอ ขอบคุณมากครับ" ภูผากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เมื่อได้รับอนุญาต ภูผาก็รีบเข้าไปดูหน้าอรุณและลูกน้อยที่ห้องพักฟื้น อรุณหลับตาพริ้ม ใบหน้าซีดเซียว แต่ก็มีความสุขฉายชัดอยู่ที่มุมปาก ข้างๆ เธอ มีเด็กทารกน้อยนอนหลับอย่างสงบอยู่ในเปล
ภูผาค่อยๆ ยื่นมือไปสัมผัสแก้มของอรุณเบาๆ "ขอบคุณนะอรุณ... ที่เธอเข้มแข็ง"
จากนั้น เขาก็หันไปมองลูกน้อยของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ
"สวัสดีลูกพ่อ" ภูผากระซิบแผ่วเบา "พ่อจะปกป้องพวกเธอทั้งสองคนให้ถึงที่สุด"
แต่ในขณะที่เขากำลังดื่มด่ำกับความสุขที่เพิ่งจะได้รับนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"ภูผา! ฉันมีข่าว! เราเจอเบาะแสของชายคนนั้นแล้ว!" เสียงหัวหน้าของเขาดังขึ้น "เขา... เขาไปกบดานอยู่ที่โกดังเก่าแถวท่าเรือ!"
ภูผาเงยหน้าขึ้นมองลูกน้อยของเขา ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว "ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับหัวหน้า"
เขาหันไปมองอรุณอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าความสุขที่ได้พบลูกจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็รู้ดีว่าภารกิจของเขายังไม่จบสิ้น อันตรายยังคงคุกคามครอบครัวของเขาอยู่ และเขาต้องเผชิญหน้ากับมันให้ได้... เพื่ออรุณ และเพื่อลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก
นักสืบช่วยชีวิต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก