วันจันทร์ที่แสนยาวนาน… น้ำหวานรู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่บางเฉียบ พร้อมที่จะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาให้เพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายสังเกตเห็น แต่ภายในใจของเธอนั้นกำลังปั่นป่วนราวกับพายุ
ข่าวการเทคโอเวอร์บริษัท ‘อัมพรการค้า’ ของ ‘วิวัฒน์กรุ๊ป’ เป็นหัวข้อสนทนาหลักของพนักงานทุกคน ทุกคนต่างกระซิบกระซาบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และคาดเดาถึงอนาคตของบริษัท และตำแหน่งหน้าที่ของตนเอง
น้ำหวานเองก็รู้สึกไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่สิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน แต่เป็นการปรากฏตัวของ ‘เขา’ ชายหนุ่มที่เคยทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต
เธอพยายามรวบรวมสติ และตั้งใจทำงานตรงหน้าให้ดีที่สุด แต่ภาพใบหน้าของภาคิน ใบหน้าของ CEO หนุ่มผู้เย็นชา ก็ยังคงลอยวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอไม่หายไปไหน
“น้ำหวาน! เธอไปเตรียมห้องประชุมใหญ่หรือยัง? CEO คนใหม่จะมาถึงตอนสิบโมง!” เสียงเจ้านายดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“ค่ะ กำลังจะไปค่ะ” เธอตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามไม่ให้เขาสงสัย
เธอเดินไปยังห้องประชุมใหญ่ หัวใจเต้นแรงกว่าเดิมทุกย่างก้าว บรรยากาศในห้องดูเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความคาดหวัง พนักงานบางส่วนกำลังจัดเตรียมเอกสาร บางส่วนกำลังปรับปรุงตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญ
ขณะที่เธอกำลังจัดดอกไม้สดบนโต๊ะประชุม สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของใครบางคนในกระจกเงาบานใหญ่ที่อยู่ตรงข้าม
เธอชะงักกึก…
ภาพที่ปรากฏในกระจกคือร่างสูงสง่าของชายหนุ่มคนหนึ่ง ใบหน้าคมคายที่คุ้นเคย ดวงตาเย็นชาที่เคยสบมองเธอในคืนนั้น…
ภาคิน…
เขาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเธอแล้ว… ในฐานะ CEO คนใหม่ของบริษัทที่เธอทำงานอยู่
น้ำหวานรู้สึกราวกับโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทันที มือไม้เย็นเฉียบ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมา
ภาคินเดินเข้ามาในห้องประชุมอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจ เขาไม่ได้สังเกตเห็นน้ำหวานที่นั่งซึมอยู่มุมห้องในตอนแรก
“สวัสดีครับทุกท่าน” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้น ชัดถ้อยชัดคำ “ผมภาคิน วิวัฒน์ประเสริฐ CEO คนใหม่ของอัมพรการค้าครับ”
เสียงปรบมือดังขึ้นรอบห้อง แต่น้ำหวานกลับไม่สามารถขยับตัวได้ ราวกับว่าเธอถูกสาปให้ติดอยู่ที่เดิม
ภาคินเริ่มกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การพัฒนาบริษัท และเป้าหมายใหม่ๆ ที่เขาตั้งไว้ น้ำหวานได้แต่ฟังไปอย่างเลื่อนลอย ดวงตาของเธอมองไปยังใบหน้าของเขาตลอดเวลา
ขณะที่เขากำลังพูดถึงการปรับโครงสร้างองค์กร สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างของน้ำหวานที่นั่งอยู่อย่างเงียบๆ มุมห้อง
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เป็นปฏิกิริยาเพียงอย่างเดียวที่บ่งบอกถึงความประหลาดใจ เขายังคงพูดต่อไป แต่ใบหน้าของเขาเริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เมื่อเขาพูดจบ เขาผายมือเชิญให้ทุกคนซักถาม
พนักงานคนอื่นๆ เริ่มยกมือขึ้นถามคำถามมากมายเกี่ยวกับทิศทางของบริษัท นโยบายใหม่ๆ และการปรับปรุงระบบการทำงาน
น้ำหวานยังคงนั่งนิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เธอควรจะหนีไปเลยหรือไม่? หรือเธอควรจะรอจนกว่าการประชุมจะจบลง?
ในขณะที่เธอกำลังคิดหาทางออก ภาคินก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“มีใครมีคำถามอื่นอีกไหมครับ?”
ไม่มีใครยกมือขึ้นอีก
“ดีครับ ถ้าอย่างนั้น… คุณน้ำหวาน”
เสียงของเขาดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ทุกคนในห้องหันมามองน้ำหวานที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่มุมห้อง
น้ำหวานสะดุ้งโหยง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ
“ครับ… ครับคุณภาคิน?” เธอตอบเสียงสั่น
ภาคินเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ ท่าทางของเขายังคงสงบนิ่ง แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหมายที่ยากจะหยั่งถึง
“ผมจำคุณได้” เขาพูดเสียงเบา แต่ชัดเจน จนน้ำหวานรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องประชุมยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก พนักงานทุกคนหันมามองน้ำหวานด้วยความสงสัย
“คุณ… คุณจำหนูได้?” น้ำหวานถามเสียงตะกุกตะกัก
“ครับ” ภาคินตอบ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย “เราเคยเจอกันมาก่อน… ใช่ไหมครับ?”
เขาหยุดนิ่ง มองลึกเข้าไปในดวงตาของน้ำหวาน ราวกับจะอ่านใจเธอ
น้ำหวานรู้สึกถึงเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก เธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร คำพูดของเขาคือการยอมรับว่าเขารู้จักเธอ และจำเธอได้
“ค่ะ… เราเคยเจอกันค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่วเบา พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
“คุณแน่ใจเหรอครับว่าเราเจอกันแค่นั้น?” ภาคินถามเสียงกระซิบ ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น
น้ำหวานรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่ปะทะกับผิวหน้า เธอรู้สึกได้ถึงความเร่าร้อนที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของเขา
“ฉัน… ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูดค่ะ” เธอพยายามเลี่ยง
“ไม่เข้าใจ?” ภาคินยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตราย “ผมคิดว่าคุณเข้าใจดีนะ คุณน้ำหวาน”
เขาหยุดนิ่ง มองเข้าไปในดวงตาของเธออีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลง “ผมคิดว่าเราควรจะคุยกันเป็นการส่วนตัว… หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว”
คำพูดนั้นทิ้งความอึดอัดและคำถามมากมายไว้ในใจของทุกคนในห้องประชุม
น้ำหวานรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่เพิ่มขึ้น เธอรู้ดีว่าการพบกันครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่การพูดคุยเรื่องงานอย่างแน่นอน
เธอจะหนีเขาไปได้อีกนานแค่ไหน? และเมื่อความลับของเธอถูกเปิดเผย เขาจะทำอย่างไรกับเธอและลูกในท้อง?
ในขณะที่เธอจมอยู่กับความคิดอันวุ่นวาย ภาคินก็หันกลับไปมองพนักงานคนอื่นๆ
“เอาล่ะครับ สำหรับวันนี้ ขอจบการประชุมแต่เพียงเท่านี้” เขาพูดเสียงดังฟังชัด “ส่วนคุณน้ำหวาน… ผมจะรอคุณที่ห้องทำงานของผมนะครับ”
น้ำหวานมองตามหลังภาคินที่เดินออกจากห้องประชุมไป หัวใจของเธอเต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่ง เธอรู้ดีว่าชีวิตของเธอได้มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่แล้ว
และการพบกันครั้งนี้… อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ หรือ… อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง…

เลขาท้องฟิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก