“ถ้าเขาไม่ต้องการเรา ก็อย่าไปรั้งไว้เลยน้ำหวาน… โลกใบนี้ยังมีคนดีๆ อีกเยอะ” คำพูดของแม่ที่ปลอบประโลมเธอเมื่อหลายปีก่อนดังก้องอยู่ในหัว แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความเจ็บปวดร้าวลึกที่แทบจะกัดกินหัวใจของน้ำหวานจนแหลกสลาย
สายตาของเธอกวาดมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ ภาพของภวัต มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาที่เธอเพิ่งจะเริ่มรู้สึกได้ถึงความผูกพันบางอย่าง กำลังยืนใกล้ชิดกับหญิงสาวสวยผมยาวสลวยที่ดูดีมีชาติตระกูล ใบหน้าของเขายามเมื่อมองหญิงสาวคนนั้นกลับดูอ่อนโยนผิดวิสัย แตกต่างจากแววตาเฉยเมยที่มักจะมีให้เธอเสมอ ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขามีเพียงเธอคนเดียว
“คุณภวัตคะ… ฉันดีใจมากเลยที่ได้เจอคุณอีกครั้ง” เสียงหวานใสดังขึ้น พร้อมกับมือเรียวสวยที่เอื้อมไปแตะแขนภวัตเบาๆ ในขณะที่ภวัตเองก็ยิ้มรับราวกับเป็นเรื่องปกติ
น้ำหวานยืนนิ่งราวกับถูกสาป แขนของเธอที่กำลังจะยกขึ้นโบกทักทายชะงักค้างกลางอากาศ หัวใจที่เพิ่งจะเริ่มจะเต้นเป็นจังหวะใหม่ ก็กลับมาเต้นระส่ำระส่ายด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง มันเกิดขึ้นอีกแล้วใช่ไหม? ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า มันตามหลอกหลอนเธอไปตลอดชีวิตเลยหรือไง?
“ใช่… ผมก็ดีใจเหมือนกัน คุณสบายดีนะ” ภวัตตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาที่เขามองหญิงสาวตรงหน้ากลับมีประกายบางอย่างที่น้ำหวานไม่เคยเห็นมาก่อน
ภาพตรงหน้ามันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ เธอควรจะรู้ตัวตั้งนานแล้วว่าคนอย่างภวัต มหาเศรษฐีผู้สูงศักดิ์ จะมีผู้หญิงแบบไหนมาอยู่เคียงข้าง ไม่ใช่ดาราหน้าใหม่ที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่วงการและกำลังมีข่าวฉาวอยู่เต็มตัวอย่างเธอ
น้ำตาเริ่มคลอหน่วย เธอพยายามกลั้นมันไว้ ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาของเธออีกเป็นครั้งที่สอง ต่อหน้าคนที่กำลังจะกลายเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ… แต่ตอนนี้ ทุกอย่างมันพังทลายลงไปหมดแล้ว
เธอหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว แขนข้างหนึ่งยกขึ้นกุมหน้าอกเอาไว้แน่น สองขาพาร่างที่สั่นเทาของเธอวิ่งหนีออกมาจากร้านคาเฟ่หรูแห่งนั้น ราวกับจะหนีความจริงที่กำลังบีบคั้นหัวใจ
“น้ำหวาน!” เสียงเรียกชื่อเธอจากทางด้านหลังดังขึ้น ชัดเจนว่าเป็นเสียงของภวัต
เธอชะงักฝีเท้า ก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่คอจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก สมองสั่งให้วิ่งต่อไป แต่หัวใจกลับร่ำร้องให้หยุด แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา
“คุณ… คุณจะไปไหน?” ภวัตเดินเข้ามาใกล้ สีหน้าของเขาดูสับสนเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของเธอ
“ฉัน… ฉันแค่อยากจะไปหาอะไรดื่มข้างนอกค่ะ” น้ำหวานพยายามฝืนยิ้ม ทั้งๆ ที่น้ำตาไหลอาบแก้มไปหมดแล้ว
“ทำไมคุณถึง… ร้องไห้?” ภวัตถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แววตาที่เคยเย็นชาเริ่มมีความรู้สึกบางอย่างปรากฏขึ้น
“ไม่มีอะไรค่ะ… ฉันแค่… อากาศมันร้อนไปหน่อย” เธอโกหกทั้งน้ำตา พยายามปัดป่ายคำพูดเพื่อกลบเกลื่อนความจริง
“อากาศร้อน?” ภวัตเลิกคิ้วมองเธออย่างไม่เชื่อ “แต่นี่มันในร้านแอร์เย็นฉ่ำนะ น้ำหวาน”
“ฉัน… ไม่สบายค่ะ” เธอหลบสายตาของเขาไปมองพื้น “ขอโทษนะคะที่ต้องรีบไป”
เธอหมุนตัวจะวิ่งหนีอีกครั้ง แต่ภวัตคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน
“เดี๋ยวก่อน!” เสียงของเขาเข้มขึ้น “มีอะไรเกิดขึ้น บอกผมได้นะ”
น้ำหวานส่ายหน้าไปมา เธอไม่รู้จะอธิบายยังไงดี จะบอกเขาว่าเธอเห็นเขากับผู้หญิงคนอื่น แล้วเธอเข้าใจผิดว่าเขามีคนรักอยู่แล้วอย่างนั้นเหรอ? มันน่าอายเกินไป
“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะคุณภวัต ปล่อยฉันนะคะ” เธอพยายามดึงแขนออก แต่แรงของภวัตนั้นมากกว่า
“คุณคิดว่าผมมีคนรักอยู่แล้วใช่ไหม?” ภวัตถามตรงๆ น้ำเสียงของเขาทำให้เธอสะดุ้ง
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น เธอไม่ตอบ แค่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ
“คุณเห็นคุณอรุณรัศมีใช่ไหม?” ภวัตถามต่อ ชี้ไปทางที่ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่
น้ำหวานพยักหน้าเบาๆ
“เธอเป็นแค่… คู่หมั้นของพี่ชายผม” ภวัตบอก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน “ผมไม่เคยรักเธอเลย”
“คุณ… คุณบอกว่าอะไรนะคะ?” น้ำหวานเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อหู
“ผมบอกว่า… เธอคือคู่หมั้นของพี่ชายผม” ภวัตย้ำอีกครั้ง “ผมบังเอิญเจอเธอที่นี่พอดี เขาบอกว่าเขาจะเข้ามาหาผมที่นี่”
น้ำหวานมองหน้าภวัต สลับกับมองไปทางหญิงสาวคนนั้นอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่หลงเชื่ออะไรไปง่ายๆ
“แล้ว… แล้วทำไมคุณถึง… ดูสนิทสนมกับเธอขนาดนั้นคะ?” เธอถามอย่างตะกุกตะกัก
ภวัตถอนหายใจเบาๆ “ผมแค่… กำลังจะบอกเธอว่า ผมไม่สามารถรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ผมกำลังจะบอกเธอว่า พี่ชายผมเขา… เขาไม่สบายหนักมาก”
น้ำหวานมองใบหน้าของภวัตอย่างพิจารณา แววตาของเขาดูเหนื่อยล้าและมีความกังวลจริงๆ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจในน้ำเสียงของเขา
“คุณ… ไม่ได้รักเธอจริงๆ ใช่ไหมคะ?” เธอถามอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ผมบอกคุณไปแล้วไง น้ำหวาน” ภวัตตอบ “ผมไม่เคยรักใครนอกจาก… ” เขาหยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อเบาๆ “… นอกจากคนที่ผมกำลังยืนคุยด้วยอยู่ตอนนี้”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของน้ำหวานแทบจะหยุดเต้น เธอเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง แววตาของภวัตเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขามีเพียงเธอคนเดียว
“คุณ… คุณหมายความว่ายังไงคะ?” เธอถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ผมหมายความว่า… ผมชอบคุณ น้ำหวาน” ภวัตพูดตรงๆ “ผมรู้สึกดีกับคุณมาก และผมก็อยากจะ… รู้จักคุณให้มากกว่านี้”
น้ำหวานยืนนิ่งราวกับถูกหยุดเวลา ความรู้สึกผิดหวังที่เพิ่งจะถาโถมเข้ามาเมื่อครู่ จู่ๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอุ่นใจและความสุขที่เอ่อล้น เธอไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่เธอจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากผู้ชายที่เย็นชาอย่างภวัต
“คุณ… คุณไม่ได้โกหกฉันใช่ไหมคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะโกหกคุณ” ภวัตตอบ ก่อนจะยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ยังคงไหลอาบแก้มของเธอเบาๆ “ผม… ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า ผมอยู่ที่นี่เพื่อคุณนะ”
น้ำหวานมองเข้าไปในดวงตาของภวัต เธอเห็นความจริงใจและความห่วงใยในแววตาคู่นั้น ราวกับว่าเขาพร้อมจะปกป้องเธอจากทุกสิ่งทุกอย่าง
“ขอบคุณค่ะ… คุณภวัต” เธอพูดเสียงแผ่วเบา
“ผมดีใจที่คุณเชื่อผม” ภวัตตอบ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวอีกครั้ง “เอาล่ะ… ไปกันเถอะ ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน”
เขาเอื้อมมือมาประคองแขนของเธอเบาๆ น้ำหวานมองมือของเขา แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง รอยยิ้มของเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ราวกับว่าความเจ็บปวดทั้งหมดเมื่อครู่มันหายไปสิ้น
แต่ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวออกจากร้าน ปรากฏร่างของแพรว เพื่อนสนิทของเธอยืนอยู่ตรงหน้าประตูทางออกพร้อมกับสีหน้าอันน่าสงสัย
“น้ำหวาน… แพรวเอง” แพรวทักทายด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ “เธอมาทำอะไรที่นี่… กับคุณภวัต?”
เกมรักนักแสดงลับ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก