“คุณภาคย์ต้องการให้พิมพ์อยู่ใกล้ๆ ค่ะ” เสียงของเลขาสาวดังลอดมาจากประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ทำให้พิมพ์แทบสำลักกาแฟที่เพิ่งยกขึ้นจิบ ความรู้สึกราวกับถูกตอกย้ำอีกครั้งว่าชีวิตของเธอได้ถูกพรากไปจากความเป็นอิสระอีกครั้งแล้ว
“ใกล้ชิด… ในความหมายไหนคะ” พิมพ์ถามกลับไปอย่างกลั้นใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าชายที่เคยทำร้ายหัวใจเธอจนแหลกสลาย จะกลับมาปรากฏตัวในฐานะเจ้านายที่สั่งให้เธอต้องอยู่ใกล้ๆ ได้อย่างหน้าตาเฉย
“ในความหมายที่คุณต้องทำงานในห้องนี้กับท่านประธานภาคย์ค่ะ” เลขาสาวตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับว่าการย้ายที่ทำงานของพิมพ์เป็นเรื่องปกติธรรมดาของโลกธุรกิจ
พิมพ์ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูห้องทำงานที่กว้างขวางและหรูหราเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในชีวิต กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่ทำจากไม้เนื้อดี หันหลังให้ประตู
“เข้ามาสิ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น ราวกับรู้ว่าเธออยู่ที่นั่น พิมพ์สูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจพิมพ์บีบรัด ความทรงจำเก่าๆ พรั่งพรูเข้ามาไม่หยุดหย่อน ชายที่เคยอ่อนโยน เต็มไปด้วยรอยยิ้ม กลับกลายเป็นชายหนุ่มมาดเข้ม แววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก เขาเปลี่ยนไปมาก แต่กระนั้น ใบหน้าคมคายที่คุ้นเคยนั้น ก็ยังคงมีมนต์สะกดที่ทำให้เธอหวั่นไหวได้เสมอ
“นั่งลง” ภาคย์พยักพเยิดไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขา พิมพ์ก้าวเข้าไปนั่งอย่างเชื่องช้า วางกระเป๋าเอกสารลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง
“ผมต้องการให้คุณเข้ามาช่วยงานผมโดยตรง” ภาคย์เริ่มพูด น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ “งานเอกสาร การจัดตารางงาน การประสานงานต่างๆ คุณต้องทำให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด”
“พิมพ์จะพยายามค่ะ” พิมพ์ตอบเสียงเบา รู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบของภาคย์ที่กำลังจับจ้องเธออยู่
“ไม่ต้องพยายาม ทำให้ได้” ภาคย์เน้นคำ พิมพ์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเขายังคงเย็นชาเหมือนเดิม ราวกับว่าเธอเป็นเพียงลูกจ้างคนหนึ่งที่เข้ามาทำงานในบริษัทของเขา
“แล้ว… เอกสารที่พิมพ์ต้องทำอยู่ที่ไหนคะ” พิมพ์ถาม พยายามเบี่ยงประเด็นความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในใจ
ภาคย์หยิบแฟ้มเอกสารหนาปึกวางลงบนโต๊ะ “ทั้งหมดนี้ คุณต้องจัดการให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้”
พิมพ์เบิกตากว้าง “สัปดาห์นี้… เป็นไปไม่ได้ค่ะ งานมีเยอะมาก”
“สำหรับคุณ มันต้องเป็นไปได้” ภาคย์สวนกลับทันควัน “ผมจ้างคุณมาเพื่อทำงาน ไม่ใช่มานั่งถอนหายใจ”
คำพูดของเขากระแทกใจพิมพ์อย่างแรง ราวกับจะย้ำเตือนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะปริปากบ่น หรือแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา
“พิมพ์จะทำเท่าที่พิมพ์ทำได้ค่ะ” พิมพ์ตอบเสียงหนักแน่นขึ้น พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง
“ผมไม่ต้องการคำว่า ‘เท่าที่ทำได้’ ผมต้องการ ‘ทำให้ได้’” ภาคย์จ้องตาพิมพ์เขม็ง “คุณรู้ดีว่าผมไม่ชอบการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ”
การปะทะคารมเล็กๆ น้อยๆ ครั้งนี้ ทำให้พิมพ์รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด มันเหมือนกับภาพวันวานที่เธอเคยโต้เถียงกับเขา แต่ในครั้งนั้น รอยยิ้มของเขายังคงมีอยู่เสมอ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พิมพ์ต้องใช้เวลาอยู่ในห้องทำงานของภาคย์แทบจะตลอดเวลา การทำงานที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ ทำให้เธอได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขา จากที่เคยคิดว่าเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอกลับเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่
บางครั้ง ขณะที่เธอกำลังขมักเขม้นกับเอกสาร ภาคย์จะเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แววตาคู่นั้น มีความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ มันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่แสดงออกเสมอไป แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ยากจะคาดเดา
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขณะที่พิมพ์กำลังนั่งเครียดกับตัวเลขในรายงาน เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ภาคย์ที่นั่งทำงานอยู่ข้างๆ ได้ยินเข้า เขาเงยหน้าขึ้นมามอง แล้วก็ลดเสียงลงอย่างนุ่มนวลกว่าปกติ “มีอะไรติดขัดตรงไหนหรือเปล่า”
พิมพ์แปลกใจกับคำถามนั้น “เปล่าค่ะ แค่… ตัวเลขมันไม่ลงตัว”
ภาคย์เดินเข้ามาใกล้ ยืนมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ “ตรงนี้… คุณใส่สูตรผิดไป” เขาชี้ไปที่เซลล์หนึ่ง แล้วก็อธิบายวิธีการแก้ไขอย่างใจเย็น
ท่าทีของเขาในตอนนั้น อบอุ่นกว่าที่พิมพ์คาดไว้มาก ราวกับว่าเขาไม่ได้มองเธอเป็นเพียงลูกน้อง แต่เป็นใครสักคนที่เขาอยากจะช่วยเหลือ
อีกครั้งหนึ่ง ขณะที่พิมพ์ทำงานจนดึกดื่น เธอเริ่มรู้สึกง่วงนอนและอ่อนเพลีย ภาคย์เดินออกมาจากห้องทำงานของเขา พร้อมกับแก้วกาแฟร้อนในมือ “ดื่มซะ” เขาบอก แล้วก็วางแก้วลงบนโต๊ะข้างๆ เธอ
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์รับแก้วมาด้วยความประหลาดใจ
“อย่าหักโหมเกินไป” ภาคย์พูดเสียงเบา “ถึงแม้ผมจะต้องการงานที่สมบูรณ์แบบ แต่ผมก็ไม่อยากเห็นคุณทำงานจนเสียสุขภาพ”
คำพูดนั้นทำให้พิมพ์รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง แววตาของเขาไม่ได้มีแต่ความเย็นชาอีกต่อไป แต่มีความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ ซ่อนอยู่
การทำงานใกล้ชิดกันในทุกๆ วัน ทำให้พิมพ์เริ่มสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง จากความเกลียดชังที่เคยมี มันเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนมากขึ้น เธอเริ่มเห็นภาคย์ในมุมที่อ่อนโยนขึ้น เห็นความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว และความกดดันที่เขาต้องแบกรับ
แต่ถึงกระนั้น เมื่อไรที่เธอพยายามจะเข้าใกล้เขามากขึ้น ภาคย์ก็จะกลับไปเป็นเจ้านายที่เย็นชาและเด็ดขาดอีกครั้ง ราวกับว่าเขาพยายามจะสร้างกำแพงกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองเสมอ
“คุณภาคย์… คือ… อยากจะขออนุญาตกลับก่อนนะคะ” พิมพ์เอ่ยขึ้นในเวลาเย็นย่ำ ดวงตาของเธอเหลือบมองนาฬิกาอย่างอิดโรย
ภาคย์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร “ยังไม่เสร็จอีกหรือ”
“ค่ะ… เหลืออีกนิดหน่อย แต่พรุ่งนี้พิมพ์จะรีบมาทำต่อให้เสร็จค่ะ”
ภาคย์ถอนหายใจเบาๆ “งั้น… ไปได้” แต่ขณะที่พิมพ์กำลังจะลุกขึ้น เขาเรียกเธอไว้ “พิมพ์”
พิมพ์หันกลับมามอง “คะ”
“ระวังตัวด้วย” ภาคย์พูดเสียงเรียบ แต่แววตาของเขากลับมีความหมายบางอย่างแฝงอยู่ “ข้างนอกนี่… อันตราย”
คำพูดนั้นทำให้พิมพ์ใจเต้นแรง เธอไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลบางอย่างในน้ำเสียงของเขา
“พิมพ์จะระวังค่ะ” พิมพ์ตอบ แล้วรีบเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ภาคย์ยืนมองแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
ในขณะที่พิมพ์กำลังเดินออกจากตึก เธอหันกลับไปมองที่หน้าต่างห้องทำงานของภาคย์ แสงไฟที่สว่างไสวภายในห้อง ทำให้เธอมองเห็นเงาร่างของเขาที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่ภาพนั้นกลับทำให้หัวใจของเธอรู้สึกหวิวๆ ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น และเธอก็ไม่รู้ว่ามันจะนำพาเธอไปสู่สิ่งใด

เจ้าพ่ออันตรายที่ฉันรัก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก