การเดินทางสู่ห้องวิจัยลับในป่าลึกทางภาคเหนือเป็นไปอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว ทีมรหัสเงามรณะใช้เฮลิคอปเตอร์พรางตัวบินต่ำหลีกเลี่ยงเรดาร์ จนกระทั่งถึงจุดลงจอดที่ห่างจากเป้าหมายหลายกิโลเมตร ความมืดมิดของป่าทึบและความชื้นของสายหมอกยามเช้าตรู่ปกคลุมไปทั่ว ทำให้การมองเห็นและเคลื่อนที่เป็นไปอย่างจำกัด
“พิกัดตรงนี้” คมสันต์กระซิบพลางชี้ไปที่แผนที่บนอุปกรณ์นำทาง “จากจุดนี้ไปยังห้องวิจัยประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นทางเดินเท้าผ่านป่าหนาทึบ”
“ผมตรวจจับสัญญาณผิดปกติได้จากระยะใกล้ขึ้นครับหัวหน้า” พศินรายงานจากศูนย์บัญชาการ “มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนและคลื่นเสียงเป็นระยะๆ ตามแนวป่า”
“นภา จัดการ” คมสันต์สั่ง
นภาหยิบเครื่องยิงระเบิดขนาดเล็กที่สามารถปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาได้ เธอเล็งไปยังจุดที่พศินระบุอย่างแม่นยำ เสียง “ฟิ้ว!” เบาๆ ตามมาด้วยเสียง “จี่!” สั้นๆ เมื่ออุปกรณ์กระทบกับต้นไม้ เซ็นเซอร์บริเวณนั้นก็ดับไป
“เคลียร์” นภาตอบสั้นๆ แต่แฝงด้วยความมั่นใจ
ทีมเดินหน้าต่อไปอย่างเงียบกริบ เมย์นำทางด้วยความเชี่ยวชาญในการอ่านแผนที่และสภาพภูมิประเทศ เธอระมัดระวังทุกก้าวที่เดิน เสียงใบไม้แห้งถูกเหยียบย่ำแทบจะไม่มี พวกเขาเคลื่อนที่ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
เมื่อเข้าใกล้ห้องวิจัยมากขึ้น บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไป กลิ่นอับชื้นของดินและใบไม้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสารเคมีจางๆ และกลิ่นโลหะสนิมที่ลอยมากับสายลม ความมืดมิดของป่าเริ่มถูกคั่นด้วยรั้วลวดหนามที่สนิมเกรอะกรัง สูงกว่า 3 เมตร ล้อมรอบพื้นที่ขนาดใหญ่
“ถึงแล้ว” คมสันต์พึมพำ “รังของหงส์เพลิง”
พศินส่งข้อมูลเพิ่มเติม “รั้วลวดหนามมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงติดตั้งอยู่ครับพี่คม และมีกล้องวงจรปิดแบบอินฟราเรดซ่อนอยู่ตามแนวรั้ว”
“เมย์” คมสันต์หันไปหา
เมย์พยักหน้า เธอหยิบอุปกรณ์ตัดลวดขนาดเล็กที่ทำจากเซรามิกพิเศษ ซึ่งไม่นำไฟฟ้าและสามารถตัดลวดหนามได้อย่างเงียบเชียบ เธอเลือกจุดที่กล้องวงจรปิดถูกปิดโดยนภา และเริ่มลงมือตัดลวดอย่างใจเย็น ไม่นานนัก ช่องว่างขนาดใหญ่พอที่คนจะลอดผ่านก็ปรากฏขึ้น
ทีมรหัสเงามรณะลอดผ่านช่องว่างเข้าไปอย่างระมัดระวัง ภายในรั้วลวดหนามเป็นลานโล่งกว้างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยวัชพืชและเศษซากปรักหักพัง อาคารวิจัยหลักตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ดูทรุดโทรมและถูกทิ้งร้าง แต่จากสัญญาณของพศิน พวกเขารู้ว่ามันไม่เป็นอย่างที่เห็น
“พศิน เจอทางเข้าไหม?” ธาวินถาม
“มีทางเข้าหลักทางด้านหน้าครับหัวหน้า เป็นประตูเหล็กขนาดใหญ่ มีการเข้ารหัสแบบไบโอเมตริกซ์และรหัสตัวเลข อีกทางคือทางเข้าสำหรับขนส่งด้านหลัง มีระบบรักษาความปลอดภัยน้อยกว่า แต่ก็มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวจำนวนมาก” พศินรายงาน
“เราจะใช้ทางไหน?” คมสันต์ถาม
“เราจะแยกกัน” ธาวินตัดสินใจ “คมสันต์และเมย์จะเข้าทางด้านหลัง นภาจะประจำตำแหน่งพลซุ่มยิงเพื่อคุ้มกันและปิดการทำงานของระบบภายนอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พศินจะคอยสนับสนุนจากระยะไกล”
“รับทราบ” ทุกคนตอบ
นภาเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่สูงที่สุด ซึ่งเป็นยอดเขาเล็กๆ ที่มองเห็นอาคารวิจัยได้ทั้งหมด เธอตั้งปืนซุ่มยิงและเริ่มสแกนพื้นที่โดยรอบ คมสันต์และเมย์เดินอ้อมไปยังทางเข้าด้านหลัง
“ระบบรักษาความปลอดภัยทางด้านหลังเป็นแบบเลเซอร์อินฟราเรด” พศินเตือน “ผมกำลังพยายามปิดการทำงานของมัน แต่ดูเหมือนว่าระบบภายในจะไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกทั้งหมด ผมจะปิดได้แค่บางส่วนเท่านั้น”
“งั้นเราต้องระวังเป็นพิเศษ” คมสันต์กล่าว เขาใช้กล้องอินฟราเรดตรวจสอบแนวเลเซอร์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า “เมย์ เธอเข้าก่อน”
เมย์พยักหน้า เธอคือผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนที่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกับดัก เธอเคลื่อนไหวร่างกายอย่างพลิ้วไหว หลบเลี่ยงลำแสงเลเซอร์ราวกับกำลังร่ายรำไปในอากาศ คมสันต์ตามหลังมาอย่างระมัดระวัง ใช้ทักษะของหน่วยรบพิเศษในการหลบหลีก
เมื่อผ่านพ้นแนวเลเซอร์มาได้ พวกเขาก็พบกับประตูเหล็กอีกบานหนึ่ง ประตูนี้ไม่มีระบบล็อคที่ซับซ้อนเท่าประตูหน้า แต่กลับมีกลอนขนาดใหญ่หลายตัว
“ไม่ต้องกังวลครับพี่คม ผมเจาะระบบกลอนได้แล้ว” พศินบอก
เสียง “คลิก” ดังขึ้นพร้อมกันจากกลอนทุกตัว ประตูเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวเข้าไปในความมืดมิดของอาคาร
“แสงอินฟราเรดกำลังทำงานอยู่ภายใน” นภาเตือน “มีชายติดอาวุธ 2 คนประจำการอยู่ทางเดินหลัก และอีก 2 คนในห้องควบคุมทางปีกซ้าย”
“เมย์ จัดการสองคนแรก” คมสันต์สั่ง เขายื่นปืนพกเก็บเสียงให้เธอ เมย์รับมาอย่างคล่องแคล่ว
เงามืดทั้งสองเคลื่อนผ่านทางเดินที่เต็มไปด้วยแสงอินฟราเรดสีแดงริบหรี่ เสียง “ฟุ่บ!” สองครั้งดังขึ้นพร้อมกับการล้มลงของร่างสองร่างที่ไม่ทันได้ส่งเสียงเตือนภัย
เมื่อเข้าสู่ใจกลางอาคาร พวกเขาก็พบกับความทันสมัยที่ขัดกับสภาพภายนอกอย่างสิ้นเชิง ห้องโถงกว้างขวางเต็มไปด้วยอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ล้ำสมัยที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในห้องวิจัยเก่าๆ จอภาพขนาดใหญ่แสดงภาพโมเดล 3 มิติของไวรัสฟีนิกซ์ที่กำลังกลายพันธุ์ และกราฟแท่งที่แสดงผลการทดลองที่ไม่น่าไว้วางใจ
“ดร.ภักดี” ธาวินพึมพำ “เขายังทำงานของเขาอยู่”
“สัญญาณชีพจรของเขาอยู่ตรงไหน?” คมสันต์ถาม
“อยู่ชั้นใต้ดินครับพี่คม มีห้องทดลองขนาดใหญ่และห้องนิรภัยที่นั่น” พศินรายงาน “แต่ผมตรวจจับสัญญาณผิดปกติจากกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งด้วย พวกเขาเพิ่งเข้ามาในอาคาร และดูเหมือนจะมีการปะทะกันกับคนของดร.ภักดี”
“อะไรนะ? มีกลุ่มอื่นด้วยงั้นหรือ?” คมสันต์ถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่ครับ ดูเหมือนว่า ‘วายุคราม’ ไม่ได้เป็นแค่คนเดียวที่ต้องการไวรัสฟีนิกซ์” พศินตอบ “ผมกำลังพยายามระบุตัวตนของกลุ่มที่สองนี้อยู่ แต่การเข้ารหัสของพวกเขาซับซ้อนมาก”
“รีบหน่อยพศิน” ธาวินสั่ง “คมสันต์ เมย์ ตรงไปที่ชั้นใต้ดิน! นภา คุ้มกันจากด้านนอก และแจ้งความเคลื่อนไหวทุกอย่าง!”
ทีมรหัสเงามรณะรู้ดีว่าสถานการณ์เริ่มซับซ้อนขึ้นอีกครั้ง การมีกลุ่มที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ภารกิจอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาไม่รู้ว่ากลุ่มใหม่นี้เป็นมิตรหรือศัตรู หรือว่าพวกเขาจะมาเพื่อแย่งชิงไวรัสฟีนิกซ์ไปจากดร.ภักดีเอง
คมสันต์และเมย์รีบตรงไปยังทางลงสู่ชั้นใต้ดิน พวกเขาต้องเข้าไปก่อนที่ความสับสนจะนำไปสู่ความสูญเสีย และก่อนที่ไวรัสฟีนิกซ์จะตกไปอยู่ในมือของใครก็ตามที่ต้องการใช้มันเพื่อทำลายล้างโลก

รหัสเงามรณะ ภาค ๔
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก