รหัสเงามรณะ ภาค ๔

ตอนที่ 15 — รหัสสุดท้าย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,234 คำ

เมย์ตะโกนออกไปอีกครั้ง เสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แม้จะถูกบิดเบือนด้วยเครื่องขยายเสียงในหน้ากากป้องกันแก๊สพิษ แต่ความกังวลนั้นกลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด “พศิน! บอกฉันทีว่ารหัสนี้จะหยุดมันได้จริงๆ!”

ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ซึ่งยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์ ก่อนที่เสียงของพศินจะกลับมาพร้อมกับน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้หนักแน่นที่สุด ‌“ผมเข้าใจว่าพี่เมย์กังวลครับ… แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่เรามี นี่คืออัลกอริทึมที่ถูกออกแบบมาเพื่อแทรกแซงและหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัสฟีนิกซ์ในระยะเริ่มต้นได้ดีที่สุด! มันถูกพัฒนาโดยทีมของดอกเตอร์เวหา ก่อนที่เขาจะถูก…” พศินเว้นช่วงไปเล็กน้อย ราวกับคำพูดนั้นติดคอ “ก่อนที่เขาจะหายตัวไปครับ ​มันเป็นความหวังเดียวของเราในตอนนี้!”

คมสันต์ที่อยู่ข้างเมย์ สองมือของเขากำปืนแน่นจนข้อนิ้วขึ้นขาว ดวงตาภายใต้แว่นตากันแก๊สมองไปยังแท่นควบคุมที่อยู่ห่างออกไปราวสิบเมตร ซึ่งตอนนี้แทบจะมองไม่เห็นแล้วด้วยม่านหมอกพิษที่หนาทึบขึ้นเรื่อยๆ “เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเมย์ ทุกวินาทีที่ผ่านไปมันยิ่งแย่ลง” เสียงของเขาหนักแน่น แต่ก็แฝงไปด้วยความเร่งรีบอย่างที่เมย์ไม่เคยได้ยินมาก่อน

ไอหมอกสีเขียวอมฟ้ายังคงพวยพุ่งออกมาจากแท่นควบคุมอย่างบ้าคลั่ง ‍ราวกับมังกรที่พ่นพิษออกมาจากปอด มันหนาแน่นขึ้นจนแทบจะกลืนกินทุกสิ่งในห้องนั้น แสงไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบเป็นระยะแทบจะไม่มีผลในการส่องทะลุความข้นของมัน อากาศเย็นยะเยือกภายใต้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษของเมย์และคมสันต์แทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง บรรยากาศภายในห้องสั่นคลอนด้วยความตึงเครียด กลิ่นฉุนกึกของสารเคมีบางอย่างยังคงแทรกซึมเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสอย่างรุนแรง แม้จะถูกกรองด้วยหน้ากากชั้นดีแล้วก็ตาม เมย์รู้สึกแสบตาและคออย่างรุนแรง ‌ความรู้สึกหวาดผวายังคงเกาะกุมจิตใจอย่างแน่นหนาจนแทบทำให้เธอหายใจไม่ออก

หัวใจของเมย์เต้นรัวราวกับกลองศึก เลือดสูบฉีดอย่างบ้าคลั่งไปทั่วร่าง เธอรู้สึกชาไปทั้งตัว แต่สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดและการเป็นผู้นำหน่วยก็เข้าครอบงำ เธอสลัดความกลัวออกไปชั่วขณะ เมย์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอพยายามสงบจิตใจ สูดหายใจลึกๆ ‍ภายใต้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษที่ทำให้เสียงหอบของเธออู้อี้ “คมสันต์! นำทาง!”

“ได้!” คมสันต์ตอบรับ เขาก้าวเท้าออกไปเป็นคนแรก ก้าวเข้าสู่ม่านหมอกสีมรณะนั้นอย่างไม่ลังเล เขากางแขนออกเล็กน้อยเพื่อป้องกันเมย์ที่เดินตามหลังมาติดๆ ใบหน้าของเขาบึ้งตึง ​สายตาคมกริบภายใต้แว่นป้องกันแก๊สพยายามสอดส่องหาเส้นทางท่ามกลางความหนาทึบของหมอกพิษที่แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลยเกินระยะหนึ่งช่วงแขน

เท้าของพวกเขาเคลื่อนไปอย่างช้าๆ และระมัดระวัง ทุกย่างก้าวต้องอาศัยการคลำทางและสัมผัสจากปลายเท้า เพราะพื้นห้องนั้นเต็มไปด้วยเศษซากของอุปกรณ์ที่ระเบิดและแผ่นโลหะที่บิดเบี้ยวจากแรงกระแทกจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เสียงกรอบแกรบใต้รองเท้าบูทเป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายที่มองไม่เห็น กลิ่นของโอโซนที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรผสมกับกลิ่นฉุนของสารเคมีกัดกร่อนปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้การหายใจลำบากยิ่งขึ้นไปอีก แม้จะมีหน้ากากป้องกัน ​เมย์ยังรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่กดทับอยู่ในทรวงอก เธอรู้สึกเหมือนปอดกำลังจะระเบิดและคอของเธอกำลังจะถูกบีบรัดให้แหลกคามือที่มองไม่เห็น

“พศิน! แท่นควบคุมอยู่ตรงไหนแน่?” เมย์ถาม เสียงของเธอฟังดูเครียดจัดกว่าที่เคย “ตรงไปอีกราวเจ็ดเมตรพี่เมย์! ด้านหน้ามีซากหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยที่ถูกทำลายขวางอยู่ ระวังด้วยนะครับ!” เสียงของพศินยังคงหนักแน่น ​แต่ก็แฝงไปด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ

“รับทราบ!” คมสันต์ตอบ เขายกปืนไรเฟิลจู่โจมที่สะพายอยู่ด้านหลังขึ้นตั้งท่าพร้อม ส่องไฟฉายที่ติดอยู่กับปืนพกคู่กายเข้าไปในม่านหมอก ไฟฉายที่ทรงพลังสามารถส่องทะลุหมอกได้เพียงระยะสั้นๆ เผยให้เห็นโครงสร้างโลหะขนาดใหญ่ที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า มันคือซากของหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยรุ่น ‘ไซคลอปส์’ ที่เคยยืนเฝ้าทางเข้าห้องปฏิบัติการแห่งนี้ ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงกองเหล็กที่บิดเบี้ยว ไอหมอกสีเขียวอมฟ้าเกาะจับตามซอกมุมของมัน ทำให้ดูเหมือนโครงกระดูกของสัตว์ประหลาดจากต่างดาวที่ถูกทอดทิ้งไว้ในแดนนรก

คมสันต์ใช้แรงทั้งหมดผลักร่างหุ่นยนต์นั้นให้พ้นทาง แต่มันหนักเกินกว่าจะเคลื่อนย้ายได้ง่ายๆ เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่น “เมย์ ถอยออกมา!” เขาออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะใช้ปืนไรเฟิลจู่โจมที่สะพายอยู่ด้านหลัง งัดเข้าที่ข้อต่อของแขนหุ่นยนต์ที่ห้อยเกะกะออกไปอย่างแรง เสียง ‘แคร๊ง!’ ดังขึ้นพร้อมกับประกายไฟเล็กน้อย เมื่อช่องว่างพอจะให้คนหนึ่งคนลอดผ่านได้ เขาก็หันกลับมา “รีบไป!”

เมย์พยักหน้า เธอวิ่งผ่านช่องว่างนั้นไปอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นรัวราวกลองศึก เมื่อพ้นจากซากหุ่นยนต์ แท่นควบคุมหลักก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างเลือนราง มันเป็นแท่นโลหะขนาดใหญ่ มีแผงวงจรดิจิทัลที่ส่องแสงสีน้ำเงินกะพริบอยู่ตรงกลาง และมีช่องสำหรับกรอกรหัสขนาดใหญ่อยู่ด้านล่าง หน้าจอแสดงผลเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้เลือนราง “INPUT ACTIVATION CODE”

“เจอแล้ว!” เมย์อุทาน เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความโล่งใจระคนหวาดกลัว แต่ก็มีความหวังริบหรี่ปรากฏขึ้นในใจ

เธอพุ่งตัวเข้าไปหาแท่นควบคุม มือสั่นเทาของเธอกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ดวงตาจ้องมองไปยังหน้าจอที่แสดงผลตัวเลข “7… 1… 3… 2… 9… 5!” แต่ละตัวเลขที่ถูกกดลงไปคือการเดิมพันด้วยชีวิตของคนนับล้าน หากผิดพลาดเพียงตัวเดียว โลกทั้งใบอาจจะต้องเผชิญหน้ากับการทำลายล้างที่ไม่อาจแก้ไขได้ ความกดดันนั้นหนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกถูกวางทับลงบนบ่าของเธอ เธอรู้สึกได้ถึงหยาดเหงื่อที่ไหลย้อนเข้าไปในหน้ากาก แม้ร่างกายจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ตาม

เสียง “คลิก” เบาๆ ดังขึ้นเมื่อตัวเลขสุดท้ายถูกกดลงไป หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที ข้อความ “ACCESS DENIED. ACTIVATION PROTOCOL INITIATED.” ปรากฏขึ้นพร้อมสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่กะพริบอย่างบ้าคลั่งทั่วทั้งแผงควบคุม เสียงไซเรนดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เมย์สะดุ้งสุดตัว

“อะไรนะ?! ไม่จริงน่า!” เมย์ตะโกนด้วยความตกใจสุดขีด เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “พศิน! รหัสไม่ทำงาน! ระบบปฏิเสธการเข้าถึงและเริ่มโปรโตคอลการกระตุ้นอะไรบางอย่าง!”

ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ซึ่งเป็นความเงียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงใดๆ ก่อนที่เสียงของพศินจะกลับมาพร้อมกับความตื่นตระหนกที่ชัดเจนในน้ำเสียงของเขา “ไม่… ไม่น่าเป็นไปได้! รหัส 713295 ควรจะเป็นมาสเตอร์คีย์สำหรับปิดระบบ! เว้นแต่ว่า… เว้นแต่ว่าระบบถูกแก้ไขหลังจากดอกเตอร์เวหาหายตัวไป!”

ทันใดนั้นเอง ห้องก็เริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงไซเรนดังกระหึ่มจนแก้วหูแทบระเบิด หลอดไฟนีออนบนเพดานระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้ห้องมืดลงไปอีกในบางส่วน ไอหมอกสีเขียวอมฟ้าจากแท่นควบคุมไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับกัน มันพวยพุ่งออกมาเร็วและแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนเมย์แทบจะมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง

“พศิน! เกิดอะไรขึ้น! ไวรัสมัน… มันกระจายตัวเร็วขึ้น!” เมย์กรีดร้อง มือของเธอกดแป้นพิมพ์รัวๆ พยายามหาทางแก้ไข แต่หน้าจอแสดงผลเพียงข้อความเตือนภัยและตัวจับเวลาที่นับถอยหลังอย่างรวดเร็ว: “00:01:58” “00:01:57” ทุกตัวเลขที่ลดลงคือการตอกย้ำถึงความล้มเหลวที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“พี่เมย์! ระบบกำลังเร่งการแพร่กระจายตัวอย่างสูงสุด! เหมือนมีใครบางคนปรับแก้โปรโตคอลเพื่อตอบโต้การพยายามแทรกแซง! รหัสที่คุณกรอกไป อาจจะกลายเป็นตัวกระตุ้นให้มันทำงานเร็วขึ้น!” เสียงของพศินเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน “มันกำลังจะปล่อยไวรัสฟีนิกซ์ตัวเต็มรูปแบบออกมา!”

“อะไรนะ!?” คมสันต์ที่เพิ่งตามมาถึงแท่นควบคุม ตะโกนถามด้วยความตกใจสุดขีด เขามองดูตัวเลขที่นับถอยหลังอย่างรวดเร็ว หัวใจของเขาหล่นวูบ ไม่ต่างจากเมย์

เมย์หันขวับไปมองที่แท่นควบคุมหลักอีกครั้ง ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่าจากแท่นควบคุมนั้น นอกจากไอหมอกที่พวยพุ่งอย่างบ้าคลั่งแล้ว ยังมีกระบอกแก้วขนาดใหญ่ที่เคยบรรจุตัวอย่างไวรัสฟีนิกซ์ต้นแบบ มันกำลังถูกยกขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นกลไกซับซ้อนภายใต้ฐานแท่นที่ส่องแสงสีแดงฉาน และจากใจกลางของแท่นนั้น แผ่นโลหะขนาดใหญ่กำลังเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงเสียดสีอันน่าขนลุกที่ชวนให้ขนหัวลุก

ภายในช่องที่เปิดออกนั้น ไม่ใช่ช่องระบายอากาศธรรมดา แต่เป็นห้องเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยของเหลวสีเขียวเข้มที่กำลังปุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในของเหลวนั้น… มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า กำลังลอยอยู่ มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ผิวหนังของมันเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำที่ปูดโปนและเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิงที่ลุกโชนอย่างไม่มีวันดับ มันไม่ได้สวมใส่หน้ากากป้องกันใดๆ แต่มันกลับหายใจเอาไอหมอกพิษเข้าไปอย่างสบายๆ ราวกับมันเป็นอากาศบริสุทธิ์ กลิ่นของสารเคมีและกลิ่นคาวเลือดที่มองไม่เห็นเริ่มปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าสะอิดสะเอียน

เมย์และคมสันต์ยืนนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาของพวกเขากำลังจับจ้องไปยังสัตว์ประหลาดตัวนั้นด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด ความคิดใดๆ ก็ไม่สามารถผุดขึ้นมาในหัวได้นอกจากความว่างเปล่าที่มาพร้อมกับความตายที่จ้องมองอยู่เบื้องหน้า

“พศิน! นี่มัน… นี่มันอะไรกัน!” เมย์ตะโกนออกไป แต่เสียงของเธอกลับกลืนหายไปกับเสียงไซเรนและเสียงคำรามที่ดังมาจากสิ่งมีชีวิตตัวนั้น เสียงคำรามที่ก้องกังวานไปทั่วห้อง ทำให้พื้นสั่นสะเทือน

“ไม่จริง… มันคือ ‘ฟีนิกซ์’ ตัวจริง…” เสียงของพศินดังเข้ามาในเครื่องสื่อสารอย่างแผ่วเบา เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด “มันคือ… อาวุธชีวภาพที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการทดลองของดอกเตอร์เวหา… แต่เราคิดว่ามันถูกทำลายไปแล้ว!”

สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ขนาดมหึมานั้นค่อยๆ เคลื่อนไหวช้าๆ แขนที่ใหญ่โตและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของมันกระตุกเบาๆ ก่อนที่มันจะเริ่มเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาสีแดงฉานนั้นจ้องตรงมายังเมย์และคมสันต์ราวกับรับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา… ราวกับมันกำลังจ้องมองวิญญาณของพวกเขา

และในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนของตัวจับเวลาบนหน้าจอของแท่นควบคุมหลักก็ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย… “00:00:01”

วินาทีถัดมา สิ่งมีชีวิตยักษ์ตัวนั้นก็พุ่งตัวเข้าใส่เมย์และคมสันต์อย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงกรีดร้องอันน่าขนลุกที่สะท้อนก้องไปทั่วห้องที่เต็มไปด้วยหมอกพิษ… เสียงกรีดร้องที่ราวกับจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้ขาดวิ่น…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสเงามรณะ ภาค ๔

รหัสเงามรณะ ภาค ๔

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!