รหัสเงามรณะ ภาค ๔

ตอนที่ 16 — อัลกอริทึมหยุดฟีนิกซ์: ความหวังที่มาพร้อมความ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,258 คำ

เสียงของพศินที่พยายามควบคุมให้หนักแน่นที่สุดยังคงก้องอยู่ในหูของเมย์ แม้จะถูกบิดเบือนด้วยสัญญาณดิจิทัลที่เดินทางข้ามทวีป แต่ความพยายามที่จะปลอบประโลมนั้นกลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด “ผมเข้าใจว่าพี่เมย์กังวลครับ… แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่เรามี นี่คืออัลกอริทึมที่ถูกออกแบบมาเพื่อแทรกแซงและหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัสฟีนิกซ์ในระยะเริ่มต้นได้…”

ประโยคสุดท้ายนั้นจบลงพร้อมกับความเงียบอีกครั้ง เมย์รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ อากาศเย็นยะเยือกใต้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษไม่ได้ช่วยลดความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วร่างของเธอเลยแม้แต่น้อย ‌มือที่สวมถุงมือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เธอกดปุ่มยืนยันคำสั่งสุดท้ายบนหน้าจอสัมผัสเบื้องหน้า ไอหมอกสีเขียวอมฟ้ายังคงพวยพุ่งออกมาจากแท่นควบคุมตรงกลางห้องไม่หยุดหย่อน มันหนาแน่นขึ้นทุกขณะ บดบังทัศนียภาพจนคมสันต์ที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไปนักแทบจะกลายเป็นเงาสลัว

“หวังว่ามันจะจริงนะพศิน” เมย์พึมพำกับตัวเอง ไม่ได้ต้องการคำตอบจากปลายสาย แต่เหมือนกำลังอ้อนวอนต่อโชคชะตา เธอยกแขนขึ้นบังหน้าเล็กน้อยเมื่อไอหมอกพุ่งทะลักออกมาด้วยแรงดันที่มากขึ้น ​ราวกับตัวไวรัสเองกำลังโต้ตอบต่อการรุกรานที่กำลังจะเกิดขึ้น

“คมสันต์! ตรวจสอบค่าความดันอากาศรอบแท่นควบคุม” เมย์ออกคำสั่งพลางเพ่งมองไปยังหน้าจอที่เธอกำลังควบคุม อัลกอริทึมที่พศินส่งมาเริ่มโหลดเข้าสู่ระบบอย่างช้าๆ ตัวอักษรและตัวเลขสีเขียววิ่งพรืดไปตามเส้นกราฟบนหน้าจอ บ่งบอกถึงกระบวนการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน

คมสันต์ขยับตัวเข้าไปใกล้กับแผงควบคุมรองอีกชุดหนึ่ง เขาตรวจดูค่าต่างๆ อย่างรวดเร็วแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ‍“ค่าความดันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องครับเมย์ เหมือนมีแรงผลักดันจากภายใน ตัวอย่างเชื้อน่าจะกำลังทำปฏิกิริยากับอะไรบางอย่าง”

คำพูดของคมสันต์ทำให้เมย์ใจหายวาบ ไวรัสฟีนิกซ์ไม่ใช่แค่เชื้อโรค แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้มีความซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ การที่มัน "ทำปฏิกิริยา" แสดงให้เห็นถึง ‌"ความรู้สึก" หรือ "การรับรู้" ถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าขนลุกอย่างที่สุด

“พศิน! ได้ยินไหม? คมสันต์บอกว่าตัวอย่างเชื้อกำลังทำปฏิกิริยา!” เมย์ตะโกนออกไปอีกครั้ง ‍เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาที่ใบหน้า แม้จะอยู่ภายใต้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษก็ตาม

ปลายสายเงียบไปอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของระบบระบายอากาศ และเสียงคำรามต่ำๆ จากแท่นควบคุม เมย์รู้สึกเหมือนเวลาถูกยืดออกไปชั่วนิรันดร์ ก่อนที่เสียงของพศินจะดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันสั่นเครือกว่าเดิมเล็กน้อย ​“ผมเห็นข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในห้องแล้วครับ… มันเป็นไปได้ว่าตัวไวรัสกำลังพยายามปรับตัวหรือสร้างการป้องกัน… แต่พี่เมย์ต้องเชื่อมั่นในอัลกอริทึมนี้ มันถูกออกแบบมาเพื่อรบกวนการทำงานของโครงสร้างดีเอ็นเอของฟีนิกซ์โดยเฉพาะ… มันจะหยุดการแพร่กระจายได้!”

“หยุดมันได้งั้นหรือ?” เมย์พึมพำ ตาจ้องมองหน้าจอที่แสดงผลการโหลดอัลกอริทึมอย่างไม่กะพริบ สายตาของเธอเลื่อนไปยังถังบรรจุแก้วใสที่อยู่กึ่งกลางแท่นควบคุม ​ซึ่งเป็นที่มาของไอหมอกปริศนา ภายในถังนั้น เธอมองเห็นของเหลวสีเขียวเข้มที่กำลังเดือดปุดๆ และมีประกายระยิบระยับเล็กๆ ราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่แค่ของเหลวธรรมดา แต่เป็นตัวแทนของหายนะที่กำลังจะกลืนกินโลกใบนี้

ความกดดันในห้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อากาศเริ่มหนาวเย็นจนถึงกระดูก ​และมีกลิ่นฉุนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แทรกซึมผ่านหน้ากาก แม้จะรู้ว่าระบบป้องกันยังคงทำงาน แต่สัญชาตญาณของเธอกำลังร้องเตือนถึงอันตรายที่มองไม่เห็น คมสันต์เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เมย์ เขยก้าวเท้าเล็กน้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่ขาที่ยังไม่หายดี แต่แววตาของเขามุ่งมั่นไม่แพ้กัน

“มีบางอย่างผิดปกติครับเมย์” คมสันต์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาหนักแน่น “ค่าพลังงานที่ใช้ในการปั่นป่วนดีเอ็นเอของไวรัส…มันสูงเกินกว่าที่พศินเคยแจ้งไว้ตอนแรก”

เมย์หันขวับไปมองคมสันต์ ใบหน้าของเธอซีดเผือดภายใต้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษ “หมายความว่าไง?”

“หมายความว่าตัวไวรัสกำลังต้านทาน” คมสันต์ตอบพลางชี้ไปที่มาตรวัดค่าพลังงานที่กะพริบเป็นสีแดง “มันกำลังใช้พลังงานมหาศาลเพื่อรักษาสภาพตัวเองไว้จากการถูกแทรกแซง นี่ไม่ใช่อาการของไวรัสธรรมดา แต่มันเหมือนกับ… สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา!”

คำพูดของคมสันต์ราวกับมีดกรีดลงกลางใจของเมย์ ไวรัสที่มีสติปัญญา? นี่มันเกินกว่าขอบเขตของวิทยาศาสตร์ที่เธอเคยรู้จัก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหน่วย ‘รหัสเงามรณะ’ จึงถูกตั้งขึ้นมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามเช่นนี้

“พศิน! คุณได้ยินที่คมสันต์พูดไหม? ไวรัสกำลังต้านทานการโจมตี!” เมย์ตะโกนออกไปอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก

“ผมกำลังตรวจสอบครับ! ข้อมูลที่ไหลเข้ามามันซับซ้อนมาก… เหมือนมีเลเยอร์การป้องกันหลายชั้น” พศินตอบกลับมา น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความเครียดอย่างชัดเจน “กำลังหาทางทะลวงผ่าน…โปรดรอสักครู่…”

เสียงที่หายไปของพศินยิ่งทำให้ความหวังของเมย์ริบหรี่ลงทุกขณะ การรอนั้นทรมานยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูตรงๆ เธอจ้องมองหน้าจอที่แสดงผลการโหลดอัลกอริทึมที่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เปอร์เซ็นต์การโหลดเพิ่มขึ้นทีละน้อย ราวกับระบบกำลังต่อสู้กับแรงต้านทานที่มองไม่เห็น

จู่ๆ ระบบระบายอากาศในห้องก็ส่งเสียงหวีดหวิวอย่างบ้าคลั่ง ไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบถี่ขึ้น เสียงเตือนภัยดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมย์และคมสันต์หันมองหน้ากันด้วยความตกใจ

“ระบบกำลังโอเวอร์โหลด!” คมสันต์ตะโกน “มันทนแรงดันจากตัวไวรัสไม่ไหว!”

เมย์รีบมองไปที่แท่นควบคุม ตัวถังแก้วใสที่บรรจุไวรัสเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้น ไอหมอกสีเขียวอมฟ้าพวยพุ่งออกมาจากรอยร้าวเหล่านั้นด้วยความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่แค่ไอหมอกอีกต่อไป แต่เป็นละอองที่มีความเข้มข้นสูงจนเมย์รู้สึกแสบตาและระคายเคืองคออย่างรุนแรง แม้จะอยู่ภายใต้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษที่ดีที่สุดก็ตาม

“ไม่จริงน่า!” เมย์อุทาน “มันกำลังจะทะลุออกมา!”

“ถอยก่อนเมย์!” คมสันต์คว้าแขนของเมย์เตรียมดึงเธอออกห่างจากแท่นควบคุม แต่เมย์สะบัดตัวออก

“ยังไม่ได้! อัลกอริทึมยังโหลดไม่เสร็จ!” เธอจ้องมองหน้าจอ ตัวเลขแสดงผลการโหลดอยู่ที่ 97%… 98%… 99%…

“พศิน! เกิดอะไรขึ้น! ตอบมา!” เมย์ตะโกนสุดเสียง แต่ไม่มีเสียงตอบกลับจากปลายสาย

วินาทีนั้นเอง แท่นควบคุมเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตัวถังแก้วใสที่บรรจุไวรัสปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไอหมอกสีเขียวอมฟ้าพุ่งทะลักออกมาคลุ้งไปทั่วห้อง แรงระเบิดเบาๆ ผลักร่างของเมย์และคมสันต์กระเด็นไปคนละทิศละทาง

เมย์ล้มลงกระแทกกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ หน้ากากป้องกันแก๊สพิษของเธอกระเด็นหลุดออกไปไกล อากาศเย็นยะเยือกและกลิ่นฉุนกึกของสารเคมีผสมกับกลิ่นคาวที่น่าสะอิดสะเอียนปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอโดยตรง เธอสำลักไอหมอกพิษเข้าไปเต็มปอด ความแสบร้อนแล่นไปทั่วลำคอ ดวงตาพร่ามัวไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น

“คมสันต์! คมสันต์!” เธอพยายามตะโกนเรียก แต่เสียงของเธอแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน เธอมองเห็นคมสันต์นอนนิ่งอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขาซีดเผือดและมีรอยเลือดซึมออกมาจากหน้าผาก หน้ากากป้องกันแก๊สพิษของเขายังอยู่ดี แต่ดูเหมือนเขาจะหมดสติไปแล้ว

เมย์พยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างของเธออ่อนแรงจนไม่อาจทรงตัวได้ ไอหมอกสีเขียวอมฟ้าเริ่มจับตัวเป็นกลุ่มก้อนหนาแน่นขึ้น มันไม่ใช่แค่หมอกพิษอีกต่อไป แต่ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในกลุ่มหมอกนั้น

จู่ๆ เสียงระเบิดที่รุนแรงกว่าเดิมก็ดังขึ้นจากแท่นควบคุมอีกครั้ง คราวนี้มันเป็นเสียงระเบิดที่มาพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ทั้งห้องโยกคลอน เศษซากของแท่นควบคุมกระจัดกระจายไปทั่ว เมย์หันไปมองด้วยความตกใจสุดขีด

ในใจกลางของกลุ่มไอหมอกที่ปั่นป่วน เธอมองเห็นบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว มันเป็นรูปร่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ มีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า ผิวของมันดูเหมือนจะเปล่งแสงสีเขียวอมฟ้าจางๆ ออกมาตลอดเวลา

เมย์เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน สิ่งที่เธอกำลังเห็นตรงหน้าไม่ใช่ไวรัสที่แพร่กระจายทางอากาศ ไม่ใช่เชื้อโรคที่ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดู แต่มันคือ… สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว กำลังถือกำเนิดขึ้นจากใจกลางของไวรัสฟีนิกซ์

ร่างของสิ่งนั้นสูงใหญ่กว่าสองเมตร มีแขนขาที่ยาวผิดปกติ และผิวหนังที่ดูคล้ายกับพืชเรืองแสง มันไม่ใช่แค่ไวรัส แต่มันได้กลายสภาพเป็น 'สิ่งมีชีวิต' ที่มีรูปร่างสมบูรณ์ และกำลังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของห้องทดลอง

และที่น่าขนลุกยิ่งกว่านั้นคือ ในดวงตาที่เรืองแสงสีเขียวอมฟ้าของสิ่งนั้น เมย์สาบานได้ว่าเธอเห็นประกายของ… สติปัญญา… กำลังจ้องมองมาที่เธออย่างเยือกเย็น…

สิ่งมีชีวิตตนนั้นขยับตัวช้าๆ แขนข้างหนึ่งของมันเหยียดออกไปข้างหน้า และทันใดนั้นเอง ก็มีของเหลวสีเขียวเข้มพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของมัน มุ่งตรงมาที่เมย์ด้วยความเร็วสูง!

เมย์พยายามหลบ แต่ร่างที่อ่อนแรงของเธอไม่อาจขยับได้ทัน ของเหลวเหนียวหนืดนั้นพุ่งเข้าชนกำแพงด้านหลังของเธออย่างจัง และวินาทีที่มันสัมผัสกับคอนกรีตแข็งๆ ผนังนั้นก็เริ่มมีควันพวยพุ่งออกมา พร้อมกับเสียงฉี่ดังสนั่น ราวกับกรดกำลังกัดกร่อนเนื้อปูนให้ละลายไปต่อหน้าต่อตา!

เมย์เบิกตากว้าง หายใจติดขัด เธอรู้ทันทีว่าเธอและคมสันต์กำลังเผชิญหน้ากับอะไรบางอย่างที่เกินกว่าจินตนาการ สิ่งมีชีวิตตนนั้นไม่ใช่แค่ควบคุมไวรัสได้ แต่มันคือ 'ไวรัส' ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในรูปแบบที่สมบูรณ์แบบ มันคือฟีนิกซ์ตัวจริงที่กำลังตื่นขึ้นมา… และมันดูเหมือนจะ… หิวกระหาย…

เมย์พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย เธอมองไปที่คมสันต์ที่ยังคงนอนนิ่ง และมองกลับมาที่สิ่งมีชีวิตประหลาดที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาของมันจ้องมองมาที่เธออย่างไม่ลดละ ราวกับกำลังประเมินเหยื่อ

เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สิ่งมีชีวิตนั้นยกแขนขึ้นอีกครั้ง เตรียมพร้อมที่จะพุ่งโจมตี… และในขณะนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงบางอย่าง… เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทางเข้าห้อง เสียงที่ไม่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตตนนั้น…

เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้า แต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น กำลังก้าวเข้ามาในห้องทดลองที่เต็มไปด้วยไอหมอกพิษ…

เมย์หันขวับไปมองด้วยความหวังอันริบหรี่ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้เลือดในกายของเธอแข็งตัว

ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิท ใบหน้าภายใต้หน้ากากสีเงินที่สะท้อนแสงไฟฉุกเฉิน ยืนตระหง่านอยู่ตรงทางเข้าห้องอย่างเงียบงัน ดวงตาของหน้ากากนั้นจ้องมองมาที่เธอและสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าสลับกันไปมา ราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่าง…

และในมือของชายลึกลับคนนั้น… มีอาวุธปืนพกที่มีแสงสีฟ้าเรืองรองออกมาจากปลายกระบอกปืน… ชายผู้นั้นยกปืนขึ้นอย่างช้าๆ เล็งไปยัง…

…เมย์…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสเงามรณะ ภาค ๔

รหัสเงามรณะ ภาค ๔

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!