รหัสเงามรณะ ภาค ๔

ตอนที่ 18 — อัลกอริทึมหยุดฟีนิกซ์: เสียงปลอบประโลม

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,912 คำ

เสียงของพศินที่พยายามควบคุมให้หนักแน่นที่สุดยังคงก้องอยู่ในหูของเมย์ แม้จะถูกบิดเบือนด้วยสัญญาณดิจิทัลที่เดินทางข้ามทวีป แต่ความพยายามที่จะปลอบประโลมนั้นกลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด “ผมเข้าใจว่าพี่เมย์กังวลครับ… แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่เรามี นี่คืออัลกอริทึมที่ถูกออกแบบมาเพื่อแทรกแซงและหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัสฟีนิกซ์ในระยะเริ่มต้นได้…” ประโยคสุดท้ายนั้นจบลงพร้อมกับความเงียบอีกครั้ง เมย์รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ‌อากาศเย็นยะเยือกใต้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษไม่ได้ช่วยลดความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วร่างของเธอเลยแม้แต่น้อย

เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผ่านฟิลเตอร์กรองอากาศที่ติดอยู่กับหน้ากากป้องกันแก๊สพิษ กลิ่นโลหะจางๆ และพลาสติกทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย เหงื่อซึมออกมาจากไรผมและเกาะอยู่ตามขอบหน้ากากที่แนบชิดกับใบหน้า ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่เธอจากทุกทิศทาง ภารกิจนี้คือเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างการรอดชีวิตของมนุษยชาติกับหายนะที่ไม่อาจย้อนคืน ​หากอัลกอริทึมของพศินไม่สามารถหยุดยั้งไวรัสฟีนิกซ์ได้ทันเวลา สิ่งที่พวกเขาเคยรู้จักก็จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

เมย์กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องควบคุมหลักของศูนย์วิจัยลับใต้ดินแห่งนี้ แสงสว่างจากจอภาพนับสิบจอฉายกระทบพื้นผิวสเตนเลสสตีลและแผงควบคุมที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า เธออยู่ในห้องที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศเบาๆ กับเสียงสัญญาณเตือนที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ จากระบบตรวจสอบระดับความเข้มข้นของเชื้อโรคที่อยู่ห่างออกไป ‍จอภาพบางจอดวงเป็นสีแดงกะพริบอย่างน่าใจหาย แสดงถึงสถานะ “วิกฤติ” ในบางโซนของอาคาร เสียงของพศินกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มีเสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดรัวเร็วเป็นพื้นหลัง

“พี่เมย์ได้ยินผมไหมครับ? ตอนนี้ไวรัสเริ่มแสดงพฤติกรรมผิดปกติในโซน C-7 ‌แล้วครับ… มันกำลังปรับตัวเร็วกว่าที่เราคาดไว้” น้ำเสียงของพศินไม่ได้หนักแน่นอย่างที่เคยเป็น ความกังวลแฝงอยู่ในทุกถ้อยคำจนเธอสัมผัสได้

เมย์ตอบกลับไปทันที เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย “ได้ยินชัดเจนพศิน ฉันกำลังพยายามเข้าถึงระบบหลักอยู่ แต่มันมีไฟร์วอลล์ซ้อนชั้นกันเยอะมาก ‍เหมือนถูกออกแบบมาให้ไม่มีใครแทรกแซงได้เลย”

ปลายนิ้วของเธอกดลงบนแป้นคีย์บอร์ดโฮโลแกรมที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรและรหัสโปรแกรมมากมายกะพริบบนจอภาพเบื้องหน้า ดวงตาของเธอกวาดมองตัวเลขและภาษาโค้ดที่ไม่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว พศินส่งชุดคำสั่งใหม่มาให้เธออย่างต่อเนื่อง แต่ละชุดคำสั่งซับซ้อนและต้องใช้ความแม่นยำสูง เมย์ต้องทำความเข้าใจและป้อนข้อมูลที่ถูกต้องภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้น

“ใจเย็นๆ ครับพี่เมย์ ผมกำลังจะส่งชุดพาสเวิร์ดสำหรับการเจาะระบบชั้นที่สามไปให้… ​มันเป็นพาสเวิร์ดที่ซ่อนอยู่ในข้อมูลเก่าที่เรากู้คืนมาได้จากเซิร์ฟเวอร์สำรองของดร.อนันต์” พศินพูดอธิบาย “ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยคนที่มีความหวาดระแวงสูงมาก เขาไม่ไว้ใจแม้กระทั่งคนของเขาเอง”

เสียงคลิกเม้าส์รัวๆ และเสียงพิมพ์ที่ดังมาจากปลายสายของพศินบ่งบอกว่าเขากำลังทำงานอย่างหนักไม่แพ้กัน เมย์พยักหน้ารับกับอากาศแม้จะรู้ว่าพศินมองไม่เห็นเธอ เธอกัดฟันแน่นแล้วเริ่มต้นเจาะระบบอีกครั้ง ตัวเลขและสัญลักษณ์ประหลาดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ​เธอมองหาช่องโหว่ พยายามถอดรหัสและหลบเลี่ยงระบบป้องกันที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกตดิจิทัล

นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ในความรู้สึกของเมย์ มันเหมือนผ่านไปเป็นชั่วโมง แต่ละวินาทีคือการต่อสู้กับเวลาและเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อหยุดยั้งการแทรกแซงใดๆ เธอรู้สึกถึงความล้าที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา แต่ก็พยายามสลัดมันทิ้งไป ​เธอไม่อาจหยุดได้ในตอนนี้

“ได้แล้ว!” เมย์อุทานออกมาอย่างตื่นเต้น เมื่อหน้าจอแสดงข้อความ “ACCESS GRANTED” สีเขียวสดใส “ฉันเข้าถึงระบบหลักได้แล้วพศิน!”

เสียงถอนหายใจโล่งอกดังมาจากปลายสาย “ยอดเยี่ยมมากพี่เมย์! ตอนนี้อัปโหลดอัลกอริทึมของผมเข้าไปในเมนเฟรมได้เลยครับ แล้วมันจะเริ่มทำงานอัตโนมัติ”

เมย์ไม่รอช้า เธอเลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่ไฟล์อัลกอริทึมที่พศินส่งมาให้แล้วกด “อัปโหลด” ทันที แถบสถานะการอัปโหลดเริ่มวิ่งอย่างรวดเร็ว ตัวเลขเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นทีละน้อย ความหวังเริ่มผลิบานในใจของเธอ เธอเฝ้ามองแถบสีเขียวที่ค่อยๆ เติมเต็มไปอย่างใจจดใจจ่อ ทุกส่วนของร่างกายเกร็งตึงรอคอยผลลัพธ์ เธอภาวนาให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้

“เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วพศิน!” เมย์รายงานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น แถบสถานะการอัปโหลดหยุดชะงักลงที่ 98% จอภาพบางส่วนกะพริบเปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความเตือนภัยที่ไม่ใช่เกี่ยวกับเชื้อโรค แต่เป็นเกี่ยวกับ “การแทรกแซงระบบภายนอก”

“อะไรน่ะ?!” เมย์อุทาน เธอพยายามกดปุ่มต่างๆ เพื่อดำเนินการต่อ แต่ระบบไม่ตอบสนอง

เสียงของพศินเปลี่ยนเป็นกังวลทันที “พี่เมย์เกิดอะไรขึ้นครับ? การเชื่อมต่อของผมถูกรบกวน! สัญญาณกำลังอ่อนลง… เหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามปิดกั้นเรา!”

เมย์มองไปยังหน้าจอหลักที่เคยแสดงสถานะ “ACCESS GRANTED” บัดนี้ข้อความนั้นถูกแทนที่ด้วยรหัสบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย มันเป็นตัวอักษรและตัวเลขที่เรียงต่อกันอย่างไม่มีความหมาย และตรงกลางของหน้าจอ มีสัญลักษณ์ประหลาดปรากฏขึ้น – รูปดวงตาที่ล้อมรอบด้วยเงาสีดำสนิท

“พศิน! ฉันเห็นสัญลักษณ์ประหลาดบนหน้าจอ… มันเป็นรูปดวงตาที่มีเงาอยู่รอบๆ… แล้วการอัปโหลดก็หยุดชะงักไปเลย!” เมย์รีบรายงาน

ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ความเงียบที่ยาวนานกว่าครั้งไหนๆ ก่อนที่เสียงของพศินจะกลับมา แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความตกใจอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน “ไม่จริง… นั่นมันสัญลักษณ์ของ ‘เดอะ ไคออส’ กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการค้าอาวุธชีวภาพที่พวกเราตามล่ามาตลอด! พวกมันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่!”

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังอื้ออึงก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งศูนย์วิจัย เสียงนั้นดังจนสะท้านไปถึงกระดูกของเมย์ ทำให้เธอต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะ หน้าจอควบคุมทุกจอเปลี่ยนเป็นสีแดงสดใส พร้อมข้อความเตือนภัยสีขาวที่กะพริบถี่ๆ: “INTRUDER ALERT! PERIMETER BREACHED! ALL SECTORS COMPROMISED!”

เมย์หันขวับไปมองประตูทางเข้าห้องควบคุมหลักที่บัดนี้ถูกล็อกอย่างแน่นหนาด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้ และเสียงปืนกลที่ดังมาจากภายนอกก็ทำให้เธอรู้ว่าการล็อกประตูไม่อาจหยุดยั้งอะไรได้อีกต่อไป

“พศิน! พวกมันมาถึงแล้ว! พวกมันอยู่ข้างนอกห้องนี่!” เมย์ตะโกนออกไป น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกที่ทำให้ผนังห้องสั่นไหวเล็กน้อย

เสียงของพศินที่ดังมาจากปลายสายเริ่มขาดๆ หายๆ “พี่เมย์… ผม… ผมกำลังพยายามดึงข้อมูล… สัญญาณ… สัญญาณกำลังถูกรบกวนอย่างหนัก… มันมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติมากไปกว่าการบุกรุกธรรมดา… พวกมัน… พวกมันกำลังจะควบคุมระบบทั้งหมดของเรา!”

จอภาพตรงหน้าของเมย์แสดงแผนผังของศูนย์วิจัย มีจุดสีแดงเล็กๆ จำนวนมากกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ห้องที่เธออยู่ จุดสีแดงเหล่านั้นไม่ใช่เพียงแค่คน แต่เป็นกำลังพลติดอาวุธครบมือที่กำลังบุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอหยิบปืนพกคู่ใจที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมาเตรียมพร้อม มือของเธอจับปืนแน่นจนข้อขาวโพลน อากาศภายในหน้ากากป้องกันแก๊สพิษเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิภายนอก แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจของเธอ

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ประตูเหล็กกล้าหนาหนักที่กั้นห้องควบคุมอยู่บัดนี้มีรอยบุ๋มขนาดใหญ่จากการถูกโจมตี เธอรู้ดีว่ามันคงจะทนได้อีกไม่นาน

“พี่เมย์! ฟังผมให้ดี… อัลกอริทึมของผมยังทำงานไม่สมบูรณ์… มันยังต้องใช้เวลา… แต่ถ้าพวกมันควบคุมระบบได้… พวกมันอาจจะใช้ไวรัสฟีนิกซ์… ทำลายทุกสิ่ง!” เสียงของพศินตะโกนแทรกเสียงระเบิดและเสียงปืนที่ดังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เมย์มองไปที่แถบสถานะการอัปโหลดที่ค้างอยู่ที่ 98% มันเหมือนภาพสะท้อนของชะตากรรมของเธอและโลกใบนี้ที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ อีกเพียง 2%… เพียง 2% เท่านั้นที่เหลืออยู่ แต่ดูเหมือนจะเป็น 2% ที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของเธอ

เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสนั่นก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามครืนๆ จากระบบคอมพิวเตอร์หลัก จอภาพทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่จะปรากฏโลโก้ดวงตาแห่งเงามืด ‘เดอะ ไคออส’ ขึ้นมาแทนที่ทุกสิ่ง ทุกหน้าจอ ทุกแผงควบคุม ตอนนี้ถูกยึดครองโดยศัตรู

“ไม่นะ!” เมย์ตะโกน เธอได้ยินเสียงประตูกำลังถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนบานพับเริ่มคลอน แรงสั่นสะเทือนทำให้เธอเสียหลักเล็กน้อย

“พี่เมย์! สัญญาณของผมถูกตัดขาดแล้ว! พี่เมย์!” เสียงของพศินขาดหายไปในที่สุด ทิ้งให้เมย์อยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความมืดมิดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ถูกยึดครอง และเสียงประตูกำลังพังทลายลงตรงหน้า

เมย์กำปืนในมือแน่น เหงื่อเย็นเยียบไหลไปตามแผ่นหลังของเธอ เธอมองไปยังประตูที่กำลังจะถูกพังเข้ามาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน ประตูเริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่ และจากรอยร้าวนั้น เธอสามารถมองเห็นเงาของรองเท้าบู๊ตหนาหนักที่กระทบพื้นคอนกรีตที่อยู่อีกด้านหนึ่งได้เลือนราง

เสียงกระแทกครั้งสุดท้ายดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูเหล็กกล้าที่เคยเป็นปราการด่านสุดท้ายพังครืนลงมาพร้อมกับฝุ่นควันและประกายไฟ เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดเกราะสีดำทมิฬที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ดวงตาสีแดงฉานภายใต้หมวกเกราะจ้องมองมาที่เมย์อย่างเย็นชา พวกเขาถือปืนไรเฟิลจู่โจมพร้อมเลเซอร์นำวิถีที่ส่องแสงสีแดงวาววับ

เมย์ยกปืนขึ้นเล็งไปที่เงาเหล่านั้น มือของเธอสั่นเทา แต่จิตใจกลับเด็ดเดี่ยว เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้จนกว่าจะถึงที่สุด

“หยุด!” เสียงทุ้มต่ำที่ถูกบิดเบือนด้วยเครื่องขยายเสียงในหมวกเกราะดังขึ้น พร้อมกับที่แสงเลเซอร์สีแดงนับสิบจุดมาหยุดอยู่ที่กลางหน้าอกของเธอ

เมย์ไม่สนใจ เธอเหนี่ยวไกปืนเตรียมพร้อมที่จะยิง แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร เสียงหวานแต่เย็นยะเยือกที่เธอเคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มทหารชุดดำ

“ปล่อยให้เธอจัดการไวรัสไปก่อนเถอะ… ไม่อย่างนั้นพวกเราก็จะไม่มีอะไรเหลือให้เล่นสนุก” เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวบางที่ก้าวออกมาจากเงามืด เธอสวมชุดสีดำสนิท รัดรูปไปตามสัดส่วนของร่างกาย และใบหน้าที่งดงามราวกับนางฟ้า แต่แววตาของเธอเย็นชาและไร้ความรู้สึกราวกับปีศาจ เธอคือหัวหน้ากลุ่ม ‘เดอะ ไคออส’ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ไนท์แชโดว์’

ไนท์แชโดว์ก้าวเข้ามาใกล้เมย์อีกก้าวหนึ่ง ดวงตาของเธอจ้องมองมาที่เมย์ด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน “น่าเสียดายนะ ที่เธอพยายามอย่างหนัก… แต่สุดท้ายก็สายเกินไปอยู่ดี”

เมย์มองไปที่ไนท์แชโดว์และหันกลับมามองหน้าจอที่ดับสนิท เธอรู้ดีว่าสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุดแล้ว แผนการของพศินถูกขัดขวาง การอัปโหลดล้มเหลว และศัตรูก็อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว

“แกต้องการอะไรจากไวรัสฟีนิกซ์?!” เมย์ตะโกนถาม

ไนท์แชโดว์หัวเราะเบาๆ “สิ่งที่เธอเรียกว่าหายนะ… คือสิ่งที่ฉันเรียกว่า ‘โอกาส’ ต่างหากล่ะ”

แล้วจู่ๆ หน้าจอหลักที่ดับไปก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้แสดงโลโก้ของ ‘เดอะ ไคออส’ หรือสถานะการอัปโหลดของเมย์ แต่มันแสดงภาพกราฟิกสามมิติของโลกใบนี้ที่หมุนช้าๆ และมีจุดสีแดงเล็กๆ เริ่มปรากฏขึ้นทีละจุด ทั่วทุกมุมโลก

“และตอนนี้… โอกาสนั้นก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว” ไนท์แชโดว์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ

เมย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว ภาพบนหน้าจอแสดงให้เห็นว่าไวรัสฟีนิกซ์ไม่ได้ถูกหยุดยั้ง แต่มันกลับแพร่กระจายออกไปทั่วโลกแล้ว ไม่ใช่แค่ในโซนจำกัดของศูนย์วิจัยแห่งนี้ และที่น่ากลัวที่สุดคือ ภาพกราฟิกนั้นแสดงให้เห็นว่าอัตราการแพร่กระจายของไวรัสนั้นเร็วกว่าที่พวกเขาเคยคาดการณ์ไว้หลายเท่า ราวกับว่ามีใครบางคนจงใจเร่งกระบวนการนี้

“ไม่จริง…” เมย์พึมพำกับตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า

ไนท์แชโดว์ยิ้มเย้ย “จริงสิ… และการแสดงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง”

จากนั้น ไนท์แชโดว์ก็หันไปส่งสัญญาณให้กับทหารชุดดำคนหนึ่ง ทันใดนั้นทหารคนนั้นก็หยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่างออกมาแล้วกดปุ่ม ไม่กี่วินาทีต่อมา หน้าจอทุกจอในห้องควบคุมก็แสดงภาพซูมเข้าไปในแต่ละจุดสีแดงบนแผนที่โลก เผยให้เห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม นั่นคือภาพจากกล้องวงจรปิดจากเมืองใหญ่ทั่วโลก ผู้คนกำลังล้มป่วยลงอย่างรวดเร็ว บางคนล้มลงกลางถนน บางคนไอออกมาเป็นเลือด ความโกลาหลและความหวาดกลัวปรากฏอยู่เต็มไปหมด

เมย์มองดูภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกชาไปทั้งตัว ความพยายามทั้งหมดของเธอและทีม ‘รหัสเงามรณะ’ ดูเหมือนจะไร้ความหมาย ไวรัสฟีนิกซ์ได้ถูกปล่อยออกไปแล้ว และมันกำลังกัดกินโลกใบนี้อย่างรวดเร็ว

“นี่คือสิ่งที่พวกแกต้องการจริงๆ อย่างนั้นเหรอ? การทำลายล้าง?!” เมย์ตะโกนถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ไนท์แชโดว์เพียงแค่ยักไหล่อย่างไม่แยแส “ไม่ใช่การทำลายล้างหรอก… แต่มันคือ ‘การจัดระเบียบใหม่’ ต่างหาก โลกนี้มันเน่าเฟะเกินไปแล้ว… ถึงเวลาที่จะต้องชำระล้างมันเสียที”

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณฉุกเฉินที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นจากระบบภายในชุดป้องกันแก๊สพิษของเมย์ มันเป็นเสียงเตือนภัยจากอุปกรณ์ตรวจจับไวรัสส่วนตัวของเธอที่บ่งบอกถึงระดับความเข้มข้นของเชื้อโรคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในห้องควบคุมแห่งนี้

เมย์มองไปยังหน้ากากของไนท์แชโดว์และทหารชุดดำ ซึ่งไม่มีใครสวมหน้ากากป้องกันแก๊สพิษใดๆ เลย ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อโรคนี้

“เป็นไปไม่ได้… พวกแก…” เมย์พึมพำ

ไนท์แชโดว์ยิ้มเย้ยอีกครั้ง “โอ้… ลืมบอกไปเลย… พวกเราได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสฟีนิกซ์แล้วน่ะสิ… มีแต่พวกที่สมควรเท่านั้นที่จะได้ไปต่อในโลกใบใหม่นี้”

เมย์รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ ความจริงอันโหดร้ายเข้าจู่โจมเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ไม่เพียงแต่พวกเขาจะปล่อยไวรัสออกไปแล้ว แต่พวกเขายังมีภูมิคุ้มกัน มันไม่ใช่แค่การสร้างอาวุธ แต่เป็นการคัดเลือกมนุษย์

ในขณะที่เมย์กำลังตกตะลึงกับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ไนท์แชโดว์ก็ยกมือขึ้น และทหารชุดดำสองคนก็พุ่งเข้ามาจับตัวเมย์ไว้แน่น ปืนพกในมือของเธอถูกเตะกระเด็นออกไป เธอดิ้นรนสุดกำลัง แต่ก็สู้แรงของทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีไม่ได้

“จับตัวเธอไป!” ไนท์แชโดว์สั่งเสียงเรียบ “เรายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องคุยกันเกี่ยวกับหน่วย ‘รหัสเงามรณะ’ ของเธอ”

เมย์ถูกลากออกไปจากห้องควบคุม เธอหันกลับไปมองหน้าจอหลักอีกครั้ง ภาพแผนที่โลกที่มีจุดสีแดงแพร่กระจายไปทั่ว ภาพผู้คนล้มป่วย ความหวังที่ริบหรี่บัดนี้ดับมืดลงไปแล้ว เธอถูกลากผ่านทางเดินมืดๆ ที่เต็มไปด้วยควันและเสียงปืนที่ยังคงดังอยู่ห่างๆ แต่เสียงที่ดังชัดที่สุดในตอนนี้คือเสียงสัญญาณเตือนภัยจากเครื่องตรวจจับไวรัสในชุดของเธอที่ดังขึ้นเรื่อยๆ บอกให้รู้ว่าเธอเองก็กำลังอยู่ในอันตราย และบางทีโลกใบนี้ก็กำลังจะถึงจุดจบแล้ว…

เสียงหอบหายใจของเมย์ดังถี่ขึ้นภายใต้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษ เธอรู้สึกว่าปอดของเธอกำลังถูกบีบอัด ร่างกายเริ่มอ่อนแรง และภาพตรงหน้าก็เริ่มพร่าเลือน เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้า แต่เป็นผลจากไวรัสที่กำลังแทรกซึมเข้ามาในร่างกายของเธอแล้ว

ไนท์แชโดว์เดินตามหลังมาติดๆ เธอมองเมย์ด้วยแววตาเย็นชา “เธอคงคิดว่าแก๊สพิษในห้องนั้นอันตรายมากสินะ… แต่มันเป็นเพียงแค่การล่อลวงเพื่อทำให้พวกเธอสับสนเท่านั้นเอง… ตัวไวรัสจริงๆ แล้วมันอยู่รอบตัวพวกเธอมาตลอด… อยู่ในอากาศที่พวกเธอหายใจ… และตอนนี้มันก็อยู่ในตัวเธอแล้ว”

เมย์พยายามจะดิ้นรน แต่ร่างกายของเธอก็เริ่มตอบสนองช้าลงเรื่อยๆ เธอรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วร่างอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความกังวล แต่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มต้นของหายนะที่กำลังคืบคลานเข้าสู่เซลล์ทุกส่วนของเธอ

“เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโลกใบใหม่… ที่มีแต่ผู้ที่คู่ควรเท่านั้น” ไนท์แชโดว์กระซิบข้างหูของเมย์ ก่อนที่ร่างของเธอจะล้มลงอย่างหมดสิ้นสติ และภาพสุดท้ายที่เมย์เห็นก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไปคือรอยยิ้มเย็นชาของไนท์แชโดว์ที่กำลังจ้องมองมายังเธอ… พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยจากเครื่องตรวจจับไวรัสในชุดของเธอที่ดังถี่รัวราวกับเสียงระฆังมรณะ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสเงามรณะ ภาค ๔

รหัสเงามรณะ ภาค ๔

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!