โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,355 คำ
…ที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์ เมย์ยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายใต้ชุดป้องกันระดับสามที่ปิดมิดชิด ความเย็นจากวัสดุสังเคราะห์ไม่ได้ช่วยดับอารมณ์ที่ปั่นป่วนในใจเธอเลยแม้แต่น้อย
“พี่เมย์ได้ยินผมไหมครับ” เสียงของพศินดังชัดขึ้นอีกครั้ง ราวกับพยายามดึงสติเธอให้กลับมา “ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือแค่การยืนยันจากทางพี่เท่านั้น”
เมย์หลับตาลงชั่วครู่ ภาพของรายงานการวิเคราะห์ไวรัสฟีนิกซ์ฉบับล่าสุดแล่นเข้ามาในหัว มันไม่ใช่แค่ไวรัส แต่มันคือผลงานวิศวกรรมพันธุกรรมขั้นสูงที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อทำลายล้าง เธออยู่ในศูนย์วิจัยลับใต้ดินแห่งหนึ่งที่เคยเป็นที่เก็บตัวอย่างไวรัสสายพันธุ์อันตรายที่สุด ตอนนี้มันถูกดัดแปลงให้กลายเป็นสมรภูมิเงียบงันที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
“เมย์” เสียงทุ้มต่ำของอาคม หัวหน้าหน่วย “รหัสเงามรณะ” ดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารรวม “เราไม่มีเวลาแล้ว ข้อมูลจากสายรายงานของเรายืนยันว่ากลุ่มผู้ค้าอาวุธกำลังจะเคลื่อนย้ายไวรัสล็อตสุดท้ายออกไปภายในสิบห้านาทีนี้ หากอัลกอริทึมนี้ไม่ทำงาน เราอาจไม่มีโอกาสอีก”
“แต่ผลข้างเคียงของมันล่ะคะ” เมย์พยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “พศินบอกว่ามันยังมีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ที่ไม่คาดคิดถึง 1.7%... และถ้ามันกลายพันธุ์ในทิศทางที่เลวร้ายกว่าเดิม...”
“1.7% คือความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ เมย์” พศินแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเหตุผล “มันคือทางเลือกเดียวที่จะหยุดยั้งการแพร่กระจายในวงกว้างได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ระบบตรวจจับของเรายืนยันว่าไวรัสได้เริ่มมีการปล่อยสู่บรรยากาศในระดับไมโครแล้วที่บริเวณโซน C-7”
โซน C-7… นั่นคือจุดที่เมย์ยืนอยู่พอดี เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่กัดกินกระดูก ไม่ใช่แค่จากเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นความหนาวเหน็บจากความกลัวที่กำลังคืบคลานเข้ามาในจิตใจ พศินกำลังบอกว่าเธอยืนอยู่ท่ามกลางม่านหมอกพิษที่มองไม่เห็น ไวรัสฟีนิกซ์ที่อันตรายถึงชีวิตกำลังลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัวเธอ
เมย์กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องทดลองที่ว่างเปล่า มีเพียงตู้เก็บตัวอย่างที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น และเครื่องมือวิจัยที่ถูกทิ้งร้าง แสงไฟนีออนสลัวๆ กะพริบเป็นจังหวะ ราวกับสัญญาณเตือนถึงภัยอันตรายที่มองไม่เห็น ดวงตาของเธอมองผ่านหน้ากากป้องกันแก๊สพิษที่มีฟิลเตอร์พิเศษ ทำให้เธอมองเห็นอนุภาคไวรัสขนาดเล็กจิ๋วจำนวนมหาศาลเรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ ลอยละล่องอยู่ในอากาศ มันเหมือนละอองเกสรดอกไม้ที่สวยงาม แต่ความจริงคือมันคือความตายที่กำลังเต้นระบำ
“ผมเข้าใจความกังวลของพี่เมย์ครับ” เสียงของพศินอ่อนลงเล็กน้อย “แต่จากข้อมูลที่เรามี ระบบ ‘ฟีนิกซ์คิลเลอร์’ ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าแค่แอนตี้ไวรัสธรรมดา มันคืออัลกอริทึมที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างพันธุกรรมของไวรัส และเปลี่ยนแปลงรหัสดีเอ็นเอของมันให้กลายเป็นโมเลกุลที่ไม่เป็นอันตราย หรือเรียกง่ายๆ ว่ามันจะทำให้ไวรัส ‘ฆ่าตัวตาย’ และสลายไปเอง”
“และถ้ามันไม่เป็นไปตามนั้นล่ะ” เมย์เอ่ยถามเบาๆ “ถ้ามันทำให้ไวรัสแข็งแกร่งขึ้น หรือกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานทุกอย่างได้”
“ความเสี่ยงนั้นต่ำมากครับพี่เมย์” พศินตอบ “แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากเราไม่ทำอะไรเลย ภายในไม่กี่ชั่วโมง ไวรัสจะแพร่กระจายไปทั่วเมือง และภายในไม่กี่วัน มันจะกลายเป็นหายนะระดับโลก”
“เมย์” อาคมเรียกเธออีกครั้ง “ถึงเวลาแล้ว”
เมย์กัดฟัน เธอหันไปที่แท็บเล็ตขนาดเล็กที่ยึดติดกับแขนซ้ายของชุด หน้าจอแสดงผลกราฟิกที่ซับซ้อนของ “ฟีนิกซ์คิลเลอร์” อัลกอริทึมนี้ถูกพัฒนาโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของหน่วย แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้พัฒนาหลักบางส่วนยังคงเป็นปริศนา มีข่าวลือว่ามีศาสตราจารย์ด้านชีววิศวกรรมระดับโลกที่หายตัวไปเมื่อหลายปีก่อนอยู่เบื้องหลังโครงการนี้ แต่ไม่มีใครยืนยันได้
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้จะรู้ว่าอากาศที่กรองผ่านฟิลเตอร์นั้นปลอดภัย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ปอดของเธอรู้สึกเต็มอิ่ม เธอเลื่อนนิ้วไปที่ปุ่มสีแดงขนาดใหญ่ที่สลักคำว่า “DEPLOY”
“ยืนยันการเปิดใช้งาน ฟีนิกซ์คิลเลอร์” เธอกรอกเสียงลงไปในไมโครโฟนเล็กๆ ที่ติดอยู่ภายในหน้ากาก
“ยืนยัน” เสียงของอาคมและพศินดังขึ้นพร้อมกัน
เมย์กดปุ่ม จอภาพเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม พยัญชนะและตัวเลขแปลกๆ วิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีกราฟิกคลื่นเสียงรูปวงกลมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น คลื่นเสียงนั้นแผ่ขยายออกไปช้าๆ จากจุดศูนย์กลางที่เธอยืนอยู่
เธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ใต้ฝ่าเท้า เสียงหวีดหวิวความถี่ต่ำดังขึ้นแผ่วเบา คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นเริ่มแผ่กระจายออกไปจากตัวเธออย่างรวดเร็ว อนุภาคไวรัสเรืองแสงสีเขียวที่ลอยอยู่ในอากาศรอบตัวเธอเริ่มมีปฏิกิริยา มันกระพริบถี่ขึ้น ก่อนที่จะเริ่มสลายตัวเป็นผงธุลีเล็กๆ ที่โปร่งใส
“มันกำลังทำงาน!” เสียงพศินตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด “พี่เมย์ดูสิครับ ระดับไวรัสในโซน C-7 กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว!”
บนหน้าจอแท็บเล็ต กราฟแสดงผลลดลงอย่างฮวบฮาบ จากระดับอันตรายสูงสุด ลงมาสู่ระดับที่ปลอดภัยในเวลาอันสั้น เมย์รู้สึกถึงความโล่งอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอเกือบจะทรุดตัวลงด้วยความเหนื่อยล้าทางจิตใจ
“ยอดเยี่ยมมากเมย์” อาคมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด “ตอนนี้เรามีเวลา เราต้องรีบเข้าไปค้นหาหลักฐานและหยุดยั้งการเคลื่อนย้ายไวรัสที่เหลือ”
เมย์มองไปยังผงธุลีโปร่งใสที่ยังคงลอยอยู่ในอากาศ มันเคยเป็นไวรัสฟีนิกซ์ที่เกือบจะทำลายโลกใบนี้ เธอรู้สึกถึงความภาคภูมิใจเล็กๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการหยุดยั้งมัน
แต่แล้ว…
สัญญาณเตือนสีแดงกะพริบขึ้นบนหน้าจอแท็บเล็ตของเธออย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเตือนฉุกเฉินที่ดังขึ้นในระบบสื่อสาร
“เกิดอะไรขึ้น!” เมย์อุทาน
“ไม่ทราบครับ!” เสียงพศินตื่นตระหนก “มีสัญญาณพลังงานแปลกประหลาดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากใจกลางโซน C-7!”
แรงสั่นสะเทือนใต้เท้าของเมย์รุนแรงขึ้นกว่าเดิม เสียงหวีดหวิวความถี่ต่ำเปลี่ยนเป็นเสียงคำรามที่บีบหัวใจ แสงไฟนีออนรอบตัวเธอดับลงสนิท เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงริบหรี่ที่ส่องให้เห็นเงาตะคุ่มๆ
“พศิน! อธิบาย!” อาคมสั่งเสียงเข้ม
“ผม…ผมกำลังประมวลผลอยู่ครับ…มันไม่เคยเกิดขึ้นในแบบจำลองเลย…เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลัง…ก่อตัวขึ้น!” พศินตอบอย่างติดๆ ขัดๆ ราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็นบนหน้าจอ
เมย์จ้องมองไปยังศูนย์กลางของห้องทดลองที่มืดมิด เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังแผ่ขยายออกมาจากจุดนั้น อากาศเย็นยะเยือกแปลเปลี่ยนเป็นความร้อนระอุ คล้ายกับว่ามีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังหายใจอย่างรุนแรงอยู่ตรงหน้าเธอ
ผงธุลีโปร่งใสที่เคยเป็นซากไวรัสฟีนิกซ์ เริ่มรวมตัวกันอีกครั้ง! มันไม่ใช่การกลายพันธุ์ แต่เป็นการรวมตัวกันของโมเลกุลที่สลายไปแล้ว กลับมารวมกันเป็นรูปร่างที่แปลกประหลาดกว่าเดิม มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มก้อนผลึกสีดำขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังหมุนวน และขยายตัวอย่างรวดเร็ว
“ไม่จริงน่า!” เมย์อุทานเมื่อเธอเห็นสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นตรงหน้า “มันกำลังสร้าง…อะไรบางอย่าง!”
เสียงคำรามรุนแรงขึ้น ผนังห้องเริ่มร้าวเพดานแตก มีเศษปูนร่วงหล่นลงมา ไฟฉุกเฉินเริ่มกระพริบอย่างบ้าคลั่ง
“พี่เมย์! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงพศินตะโกนสุดเสียง “อัลกอริทึมมันไม่ได้ฆ่าไวรัส! มันแค่… มันแค่ทำให้มันเปลี่ยนรูป! มันกำลังสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา! สิ่งที่อันตรายกว่าเดิม!”
กลุ่มก้อนผลึกสีดำขยายตัวอย่างรวดเร็ว กวาดเอาตู้เก็บตัวอย่างและอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปรวมเป็นส่วนหนึ่ง มันดูดซับทุกสิ่งอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของเมย์
ทันใดนั้น แรงกระแทกอันรุนแรงก็ทำให้เมย์ล้มลงไปกองกับพื้น แสงไฟฉุกเฉุกดับลงจนมืดสนิท
“พี่เมย์!” เสียงของพศินและอาคมขาดหายไปในความมืดพร้อมกับเสียงระบบสื่อสารที่พังทลาย
เมย์พยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของเธอสั่นเทา เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วศีรษะ แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่าคือดวงตาของเธอภายใต้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษเริ่มปรับตัวให้เข้ากับความมืด และสิ่งที่เธอเห็นตรงหน้าคือกลุ่มก้อนผลึกสีดำขนาดมหึมาที่กำลังเปล่งแสงสีแดงเรืองรองออกมา มันไม่ใช่ไวรัสอีกต่อไป แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว มีหนามแหลมคมยื่นออกมาจากทุกทิศทาง คล้ายกับเงามรณะที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น คือเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในความมืด เสียงที่ไม่ได้มาจากระบบสื่อสาร หรือจากมนุษย์คนใด… แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นมาจากภายในกลุ่มผลึกสีดำนั้นเอง
“ยินดีต้อนรับ… ผู้ปลุกให้ตื่น”
เสียงกระซิบนั้นไม่ใช่ภาษาที่เธอรู้จัก แต่เธอเข้าใจความหมายของมันอย่างชัดเจน มันไม่ใช่เสียงของไวรัส แต่มันเป็นเสียงของสติปัญญาที่ดำมืด และเต็มไปด้วยความกระหาย…
เมย์พยายามกรีดร้อง แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเธอ เธอตระหนักว่าอัลกอริทึมที่ควรจะเป็นทางรอด ได้กลายเป็นกุญแจที่ไขประตูสู่หายนะที่แท้จริง
ทันใดนั้น แสงสีแดงเจิดจ้าก็พุ่งตรงเข้าใส่เธอ พุ่งตรงมาจากใจกลางของสิ่งมีชีวิตผลึกสีดำนั้น เมย์พยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่เธอไม่เร็พอ แรงระเบิดที่ตามมาไม่ได้พุ่งเข้าใส่เธอ แต่กลับพุ่งเข้าใส่ผนังด้านหลังของเธออย่างรุนแรงจนแตกกระจาย ทำให้เธอเห็นอุโมงค์มืดมิดที่นำไปสู่เบื้องล่าง… อุโมงค์ที่ไม่มีใครรู้ว่ามันไปสิ้นสุดที่ไหน
เมย์หันกลับมามองสิ่งมีชีวิตผลึกสีดำอีกครั้ง มันกำลังเคลื่อนที่เข้าหาเธออย่างช้าๆ รูปร่างของมันเริ่มเปลี่ยนไป ราวกับกำลังปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และสิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ หนามแหลมคมบนตัวมันกำลังยาวขึ้น และปลายของมันเริ่มเรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ คล้ายกับอนุภาคไวรัสฟีนิกซ์ที่เธอเพิ่งเห็นสลายไป
แต่คราวนี้ มันไม่ใช่ไวรัสที่ถูกทำลาย… มันคือไวรัสที่ถูก ยกระดับ ขึ้นไปอีกขั้น
เมย์รู้ทันทีว่าสิ่งที่พศินเรียกว่า ‘ฟีนิกซ์คิลเลอร์’ ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าไวรัสฟีนิกซ์… แต่มันมีไว้เพื่อปลุก ‘ฟีนิกซ์’ ตัวจริงให้ตื่นขึ้นจากเถ้าถ่านต่างหาก
และเธอก็คือคนที่ได้ปลุกมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
แสงสีแดงเจิดจ้าจากดวงตาของสิ่งมีชีวิตผลึกนั้นพุ่งตรงเข้ามาหาเธออีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้อง และเมย์ก็ตระหนักว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป…
เงาร่างสูงใหญ่ที่เคลื่อนไหวอย่างว่องไวปรากฏขึ้นด้านหลังเธอจากความมืดมิดของอุโมงค์ที่เพิ่งเปิดออก มันคือบุคคลที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืดมาตลอด และรอคอยจังหวะนี้มานานแสนนาน
เมย์รู้สึกถึงปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ท้ายทอยของเธอ แรงกดดันที่เย็นยะเยือกนั้นทำให้เธอต้องนิ่งงัน
“ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี” เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด “รหัสเงามรณะของเรา… ได้ทำการปลุกเทพแห่งการทำลายล้างขึ้นมาแล้ว”
สมองของเมย์มืดดับลงชั่วขณะ ความจริงที่โหดร้ายและเจ็บปวดถาโถมเข้ามา สรุปแล้วหน่วย “รหัสเงามรณะ” ที่เธอสังกัดอยู่มาตลอด ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องโลก… แต่มันมีไว้เพื่อสร้างหายนะที่แท้จริงขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ?
ก่อนที่เธอจะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น แรงกระแทกที่รุนแรงก็ฟาดเข้าที่ศีรษะของเธอ ทำให้โลกทั้งใบหมุนคว้าง… และทุกสิ่งก็จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง…
แต่ก่อนที่สติของเธอจะดับลงไปจนหมดสิ้น เธอได้ยินเสียงกระซิบนั้นอีกครั้งหนึ่ง เสียงจากสิ่งมีชีวิตผลึกสีดำ ที่ฟังดูราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ย…
“ตื่นขึ้นเถอะ… ฟีนิกซ์…”

รหัสเงามรณะ ภาค ๔
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก