รหัสเงามรณะ ภาค ๔

ตอนที่ 21 — เงามายาในรังไหมเหล็ก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,235 คำ

สายลมหนาวพัดโชยเอื่อยยามรุ่งอรุณ แสงสีทองอ่อนระเรื่อทาบทับยอดตึกระฟ้าใจกลางกรุงปารีส ดุจภาพวาดอันงดงามที่ธรรมชาติบรรจงแต่งแต้ม ทว่าภายใต้ความสงบงามนั้น มีบางสิ่งบางอย่างกำลังคุกรุ่น ดุจถ่านไฟที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ

ภายในห้องทำงานลับใต้ดินของสถานทูตไทยในฝรั่งเศส กลิ่นกาแฟเข้มข้นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แสงสว่างจากจอภาพสะท้อนแววตาครุ่นคิดของ ‌“พยัคฆ์” หรือผู้พันธีรเดช ชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนหัวใจของหน่วยรหัสเงามรณะ เขากำลังจ้องมองแผนที่ดิจิทัลของกรุงปารีสที่ฉายอยู่บนจอขนาดใหญ่ จุดสีแดงกะพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงตำแหน่งเป้าหมายที่พวกเขาตามล่ามานานแสนนาน “มันอยู่ตรงนั้นจริงๆ สินะ” ​เสียงทุ้มต่ำของพยัคฆ์เอ่ยขึ้น สายตาคมกริบยังคงจับจ้องไปที่จุดแดงนั้นไม่กะพริบ

“ใช่ครับผู้พัน” “อินทรี” หรือร้อยเอกหญิงอารยา ตอบรับ น้ำเสียงจริงจัง ดวงตาของเธอฉายแววเคร่งเครียดไม่แพ้กัน “จากการแกะรอยข้อมูลที่ได้จาก ‍‘เงา’ และการประสานงานกับหน่วยข่าวกรองฝรั่งเศส เรายืนยันได้ว่าโรงงานร้างแห่งนี้คือฐานปฏิบัติการลับของกลุ่ม ‘ฟีนิกซ์’ ที่ใช้ในการผลิตและจัดเก็บสารชีวภาพ ‘ไคเมร่า’ ครับ” อินทรีชี้ไปที่จุดแดงบนแผนที่ ‌ซึ่งเป็นภาพถ่ายดาวเทียมของโรงงานอุตสาหกรรมเก่าแก่ขนาดใหญ่ริมแม่น้ำแซน ที่ดูภายนอกไม่ต่างจากซากปรักหักพังที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายสิบปี

“โรงงานผลิตเครื่องจักรกลหนักของ ‘ดูปองต์’ ที่ปิดตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อนสินะ” พยัคฆ์พึมพำ “เป็นสถานที่ที่เหมาะจะซ่อนตัวจริงๆ ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครสงสัย”

“ถูกต้องครับผู้พัน” ‍อินทรีเสริม “เราพบความเคลื่อนไหวผิดปกติของยานพาหนะขนส่งสินค้าขนาดใหญ่เข้าออกในช่วงเวลากลางคืน และสัญญาณการใช้พลังงานไฟฟ้าที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับอาคารร้างทั่วไป นอกจากนี้ยังมีสัญญาณรบกวนคลื่นวิทยุและเครือข่ายโทรศัพท์ในรัศมี 2 กิโลเมตรโดยรอบ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของฐานปฏิบัติการลับที่มีการป้องกันขั้นสูง”

“แล้ว ‘เหยี่ยว’ ​ล่ะ?” พยัคฆ์ถามถึงอีกหนึ่งสมาชิกคนสำคัญของทีม “เขามีความคืบหน้าอะไรบ้าง?”

“เหยี่ยวกำลังแทรกซึมเข้าไปในเครือข่ายข้อมูลของกลุ่มฟีนิกซ์จากระยะไกลครับ” อินทรีตอบ “เขากำลังพยายามถอดรหัสระบบรักษาความปลอดภัยของโรงงานเพื่อหาจุดอ่อนในการบุกเข้าไป”

ขณะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากคอมพิวเตอร์ก็ดังขึ้น เหยี่ยว หรือพันจ่าอากาศเอกธนพล ​ปรากฏตัวบนจอภาพด้วยใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อยจากการอดหลับอดนอนหลายคืน แต่แววตาของเขายังคงเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น “ผู้พันครับ ผมเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของโรงงานได้แล้วครับ”

พยัคฆ์และอินทรีหันไปมองจอภาพทันที “เยี่ยมมากเหยี่ยว! มีอะไรที่เราควรรู้บ้าง?” พยัคฆ์ถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

“ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ซับซ้อนมากครับผู้พัน” เหยี่ยวอธิบายพลางเลื่อนภาพโครงสร้างภายในโรงงานขึ้นมาบนจอ ​“มีกล้องวงจรปิดกว่าร้อยตัวติดตั้งอยู่ทุกซอกทุกมุม เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ระบบเลเซอร์ป้องกันการบุกรุก และที่สำคัญที่สุดคือระบบป้องกันภัยชีวภาพขั้นสูง มีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และระดับออกซิเจนอย่างเข้มงวดในห้องปฏิบัติการหลัก”

“ห้องปฏิบัติการหลัก?” อินทรีทวนคำ

“ใช่ครับ ห้องนั้นน่าจะเป็นที่เก็บสารไคเมร่า” เหยี่ยวชี้ไปที่ห้องขนาดใหญ่ใจกลางโรงงานที่ถูกทำเครื่องหมายด้วยสีแดงสด “และที่น่ากังวลที่สุดคือ ผมพบข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้าครับ”

คำพูดของเหยี่ยวทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันที “ทดลองอะไร?” พยัคฆ์ถามเสียงเข้ม

“รายละเอียดไม่ชัดเจนครับ แต่ดูเหมือนจะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของสารไคเมร่ากับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่” เหยี่ยวตอบ “และมีข้อมูลการเตรียมการขนส่งสารตัวอย่างออกไปจากโรงงานหลังจากนั้นครับ”

“หมายความว่าเรามีเวลาไม่มากแล้วสินะ” พยัคฆ์พึมพำ “ถ้าพวกมันทดลองสำเร็จและนำสารออกไปได้ โลกทั้งใบอาจตกอยู่ในอันตราย”

“เราต้องชิงลงมือก่อนครับผู้พัน” อินทรีเสนอ “ก่อนที่พวกมันจะทำอะไรที่แก้ไขไม่ได้”

“เห็นด้วย” พยัคฆ์พยักหน้า “เหยี่ยว นายสามารถปิดระบบรักษาความปลอดภัยบางส่วนให้เราได้ไหม?”

“ผมสามารถสร้างช่องโหว่ในระบบได้ประมาณ 15 นาทีครับผู้พัน” เหยี่ยวตอบ “แต่หลังจากนั้นระบบจะรีเซ็ตตัวเองและแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลทันที”

“15 นาทีก็พอ” พยัคฆ์ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “อินทรี เตรียมทีมให้พร้อม เราจะบุกเข้าไปในคืนนี้”

“รับทราบครับผู้พัน” อินทรีตอบรับอย่างหนักแน่น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

แผนการบุกโรงงานร้างถูกวางขึ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน พยัคฆ์ อินทรี และทีมปฏิบัติการขนาดเล็กอีกสองนายจะใช้เส้นทางน้ำในการเข้าถึงโรงงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากภายนอก พวกเขาจะใช้เรือยางความเร็วสูงล่องไปตามแม่น้ำแซน และเข้าทางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระบบใต้ดินของโรงงาน

ยามค่ำคืนมาเยือนกรุงปารีส แสงไฟระยิบระยับจากหอไอเฟลส่องสว่างตัดกับความมืดมิดของแม่น้ำแซน เรือยางสีดำสนิทแหวกผ่านผิวน้ำอย่างเงียบเชียบ พยัคฆ์นั่งอยู่หัวเรือ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ บรรยากาศเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เรือที่เบาหวิวและเสียงน้ำกระทบข้างเรือเท่านั้น

“อีกห้าร้อยเมตรถึงจุดเข้าครับผู้พัน” อินทรีรายงานจากด้านหลัง เธอสวมชุดดำสนิทพร้อมอุปกรณ์ครบมือ ใบหน้าของเธอถูกพรางด้วยสีดำเพื่ออำพรางตัวในความมืด

“เตรียมพร้อม” พยัคฆ์สั่งเสียงเรียบ มือกระชับปืนไรเฟิลจู่โจมที่ถืออยู่

เมื่อเรือเข้าใกล้จุดหมาย พวกเขาก็เห็นท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้สะพานเก่าแก่ พยัคฆ์ให้สัญญาณให้หยุดเรือ จากนั้นพวกเขาก็เคลื่อนตัวลงจากเรืออย่างเงียบเชียบ และมุดเข้าสู่ความมืดมิดของท่อระบายน้ำ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

ภายในท่อระบายน้ำ พวกเขาเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่มืดมิด มีเพียงแสงจากไฟฉายขนาดเล็กที่ติดอยู่บนหมวกเท่านั้นที่ส่องนำทาง เสียงน้ำไหลเอื่อยๆ และเสียงหยดน้ำกระทบพื้นเป็นสิ่งเดียวที่ได้ยิน

“เหยี่ยว พร้อมหรือยัง?” พยัคฆ์กระซิบผ่านวิทยุสื่อสารขนาดเล็กที่ติดอยู่กับหู

“พร้อมครับผู้พัน อีก 30 วินาทีระบบจะเปิดช่องโหว่ครับ” เสียงของเหยี่ยวตอบกลับมาอย่างชัดเจน

เมื่อถึงทางแยก พวกเขาก็พบกับประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ปิดสนิท พยัคฆ์ให้สัญญาณให้ทีมเตรียมพร้อม เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากเหยี่ยวดังขึ้น ประตูเหล็กก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวเข้าไปในความมืด

“ไป!” พยัคฆ์สั่งเสียงเบา พวกเขาเคลื่อนที่เข้าไปในโรงงานอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ดุจเงามรณะที่คืบคลานเข้าสู่รังของเหยื่อ

ภายในโรงงานร้าง บรรยากาศวังเวงและเยือกเย็น แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหักลงมาเป็นริ้วๆ เผยให้เห็นเครื่องจักรเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างสนิมเกรอะกรัง ทว่าในความมืดนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ พวกเขาได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาและเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านใน

“มีคนอยู่ข้างใน” อินทรีกระซิบ พยัคฆ์พยักหน้า

พวกเขาเคลื่อนที่ไปตามทางเดินอย่างระมัดระวัง หลบซ่อนตามซอกมุมและกองเครื่องจักรเก่าๆ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย แสงไฟสลัวๆ ส่องสว่างทั่วบริเวณ เผยให้เห็นนักวิทยาศาสตร์ในชุดป้องกันสารเคมีสีขาวหลายคนกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน

“นั่นมันห้องปฏิบัติการหลัก” อินทรีกระซิบ “พวกเขาคงกำลังเตรียมการทดลอง”

พยัคฆ์กวาดสายตาสำรวจไปทั่วห้อง เขามองเห็นถังบรรจุสารเคมีขนาดใหญ่หลายใบ และตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ที่น่าจะเป็นที่เก็บสารไคเมร่า

“เราต้องจัดการพวกมันให้เร็วที่สุด” พยัคฆ์สั่ง “อย่าให้ใครหนีไปได้”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังมาจากด้านหลังของพวกเขา พยัคฆ์หันขวับไปมอง เห็นชายฉกรรจ์ในชุดดำติดอาวุธครบมือสองคนกำลังเดินเข้ามาใกล้

“ศัตรู!” พยัคฆ์ตะโกนเตือน

การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโรงงาน พยัคฆ์และทีมยิงตอบโต้ทันที พวกเขาเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่ว หลบกระสุนและยิงสวนกลับอย่างแม่นยำ

“อินทรี จัดการพวกนักวิทยาศาสตร์!” พยัคฆ์สั่ง “อย่าให้พวกมันทำลายหลักฐานหรือสารไคเมร่าได้!”

อินทรีพยักหน้า เธอเคลื่อนที่เข้าไปในห้องปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว ยิงสกัดนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามจะหนีหรือทำลายอุปกรณ์ พยัคฆ์และทีมอีกสองคนยังคงปะทะกับทหารรับจ้างของฟีนิกซ์อย่างดุเดือด

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโรงงาน ดุจเสียงเพลงมรณะที่บรรเลงในความมืด กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พยัคฆ์ยิงสกัดศัตรูอย่างต่อเนื่อง เขารู้ดีว่าเวลาของพวกเขามีจำกัด และเดิมพันในครั้งนี้คือชีวิตของคนทั้งโลก

“ผู้พัน! สารไคเมร่าอยู่ในตู้แช่แข็งนี้!” อินทรีตะโกนบอก เธอพยายามเปิดตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา

“จัดการมันให้เร็วที่สุด!” พยัคฆ์สั่ง ขณะที่เขายิงสกัดศัตรูคนสุดท้ายลงไป

ทันใดนั้น เสียงไซเรนก็ดังสนั่นขึ้นทั่วโรงงาน แสงไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงการแจ้งเตือนภัยขั้นสูงสุด

“แย่แล้ว! ระบบตรวจจับเราได้แล้ว!” อินทรีอุทาน “เรามีเวลาไม่มากแล้ว!”

“เหยี่ยว! ปิดระบบทั้งหมด!” พยัคฆ์สั่งผ่านวิทยุ

“กำลังดำเนินการครับผู้พัน! แต่ระบบป้องกันภัยชีวภาพกำลังจะทำงาน!” เสียงของเหยี่ยวตอบกลับมาอย่างเร่งรีบ

“อะไรนะ!” พยัคฆ์อุทาน “ถ้าระบบป้องกันภัยชีวภาพทำงาน เราจะติดอยู่ในนี้!”

“เราต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!” อินทรีตะโกนบอก เธอพยายามใช้เครื่องมือพิเศษในการปลดล็อคตู้แช่แข็งอย่างเร่งรีบ

พยัคฆ์เหลือบมองไปรอบๆ ห้อง เขารู้สึกได้ถึงแรงดันอากาศที่เปลี่ยนไป และเสียงของพัดลมขนาดใหญ่ที่เริ่มทำงาน

“เร็วเข้าอินทรี!” พยัคฆ์เร่ง “เราไม่มีเวลาแล้ว!”

ในที่สุด ตู้แช่แข็งก็เปิดออก อินทรีรีบคว้าถังบรรจุสารไคเมร่าขนาดเล็กออกมาอย่างรวดเร็ว

“ได้แล้วครับผู้พัน!” อินทรีตะโกน

“ถอย!” พยัคฆ์สั่ง พวกเขารีบวิ่งกลับไปยังทางเข้าที่พวกเขาเข้ามา เสียงไซเรนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโรงงาน แสงไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ และเสียงพัดลมขนาดใหญ่ที่ทำงานอย่างเต็มกำลัง ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด

เมื่อพวกเขามาถึงทางเข้า ท่อระบายน้ำก็เริ่มมีน้ำไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“น้ำกำลังท่วม!” อินทรีอุทาน

“ไม่เป็นไร! เราจะออกไปทางนี้แหละ!” พยัคฆ์ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว พวกเขากระโดดลงไปในท่อระบายน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำที่ไหลเชี่ยว และปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาพวกเขาออกไปจากโรงงานมรณะแห่งนั้น

ภารกิจครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี แต่พวกเขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามที่แท้จริง สงครามที่เดิมพันด้วยชะตากรรมของโลกทั้งใบ


หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสเงามรณะ ภาค ๔

รหัสเงามรณะ ภาค ๔

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!