เครื่องบินส่วนตัวขนาดเล็กทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกไกลสู่ผืนแผ่นดินใหญ่ของประเทศจีน เบื้องล่างคือผืนน้ำสีครามเข้มของมหาสมุทรแปซิฟิกที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ภายในเครื่องบิน บรรยากาศยังคงตึงเครียด แม้ว่าพวกเขาจะสามารถหยุดยั้งการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ได้สำเร็จ แต่ภัยคุกคามจาก ‘เงาแห่งความมืด’ และดร. วอร์นเนอร์ก็ยังคงอยู่
พยัคฆ์นั่งอยู่ริมหน้าต่าง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด เขากำลังพยายามรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่มีเกี่ยวกับดร. วอร์นเนอร์และองค์กรลับแห่งรุ่งอรุณ เพื่อหาทางรับมือกับศัตรูที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งขึ้น
“ผู้พันครับ เรากำลังจะเข้าสู่เขตแดนของประเทศจีนแล้วครับ” เสียงของนักบินรายงานผ่านระบบสื่อสารภายในเครื่อง
พยัคฆ์พยักหน้า เขาหันไปมองทีมที่นั่งอยู่ด้านหลัง อินทรี เหยี่ยว และเงา ต่างก็อยู่ในชุดปฏิบัติการสีดำสนิท พร้อมด้วยอุปกรณ์และอาวุธครบมือ ใบหน้าของทุกคนฉายแววจริงจังและมุ่งมั่น
“ทุกคนพร้อมนะ” พยัคฆ์ถาม
“พร้อมครับ/ค่ะผู้พัน!” ทุกคนตอบรับพร้อมกัน
เครื่องบินลงจอดบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ลับที่อยู่ห่างจากเมืองเซี่ยงไฮ้ประมาณ 50 กิโลเมตร เมื่อประตูเครื่องบินเปิดออก อากาศอบอ้าวและชื้นก็พัดเข้ามาปะทะกับใบหน้าของพวกเขา กลิ่นควันและมลพิษคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“อุณหภูมิภายนอก 30 องศาเซลเซียสครับผู้พัน” เงารายงาน
“เตรียมชุดปฏิบัติการให้พร้อม” พยัคฆ์สั่ง “เราจะเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้”
พวกเขาใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้ เมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีและผู้คนพลุกพล่าน ตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ทั่วเมือง ดุจภาพวาดจากโลกอนาคตที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยมนุษย์
“เหยี่ยว นายยืนยันตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในการโจมตีได้ไหม?” พยัคฆ์ถาม
“ยืนยันได้ครับผู้พัน” เหยี่ยวตอบพลางเลื่อนภาพแผนที่สามมิติของเมืองเซี่ยงไฮ้ขึ้นมาบนจอภาพขนาดเล็กที่ติดอยู่กับแขนของเขา “เซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่แห่งหนึ่งใจกลางเมืองครับ ดูภายนอกไม่ต่างจากอาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่ภายในน่าจะเป็นฐานปฏิบัติการลับของพวกมันครับ”
“เป็นสถานที่ที่เหมาะจะซ่อนตัวจริงๆ” อินทรีพึมพำ “ไม่มีใครคิดว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ใจกลางเมืองที่พลุกพล่าน”
“ถูกต้อง” พยัคฆ์เห็นด้วย “ดร. วอร์นเนอร์เป็นอัจฉริยะ เขาเลือกสถานที่นี้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าถึงได้ง่ายๆ”
เมื่อมาถึงอาคารเป้าหมาย พวกเขาก็พบกับอาคารเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่ดูทรุดโทรม ภายนอกมีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย แต่ภายในอาคารกลับเงียบสงบผิดปกติ
“นี่แหละครับอาคารเป้าหมาย” เหยี่ยวชี้ไปที่อาคาร “ผมจะพยายามเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารนี้”
เหยี่ยวเริ่มทำงานทันที เขาเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับแผงควบคุมของอาคาร และเริ่มถอดรหัสระบบรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อน
“ระบบป้องกันแข็งแกร่งมากครับผู้พัน” เหยี่ยวรายงาน “ดูเหมือนว่าพวกมันจะเตรียมการมาอย่างดี”
“พยายามต่อไปเหยี่ยว” พยัคฆ์ให้กำลังใจ “เราต้องเข้าไปในนั้นให้ได้”
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างจับจ้องไปที่เหยี่ยวอย่างใจจดใจจ่อ
ในที่สุด เสียงแจ้งเตือนจากคอมพิวเตอร์ของเหยี่ยวก็ดังขึ้น “สำเร็จแล้วครับผู้พัน! ประตูเปิดออกแล้ว!”
ประตูเหล็กขนาดใหญ่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินมืดมิดที่ทอดยาวเข้าไปในความลึกของอาคาร กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“เตรียมพร้อม” พยัคฆ์สั่ง “เราไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเราอยู่ข้างใน”
พวกเขาเดินเข้าไปในอาคารอย่างระมัดระวัง แสงจากไฟฉายส่องนำทางไปตามทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ และเสียงลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหักก็สร้างบรรยากาศที่น่าขนลุก
หลังจากเดินไปได้สักพัก พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย แสงไฟสลัวๆ ส่องสว่างทั่วบริเวณ เผยให้เห็นชายฉกรรจ์ในชุดดำติดอาวุธครบมือหลายคนกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน
“นี่มันห้องควบคุมหลัก” อินทรีกระซิบ “ดูเหมือนว่าพวกมันจะกำลังเตรียมการโจมตีครั้งต่อไป”
“เราต้องหยุดพวกมันให้ได้” พยัคฆ์สั่ง “และหาดร. วอร์นเนอร์ให้เจอ”
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นทั่วห้องโถง แสงไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ และเสียงประกาศเตือนภัยดังขึ้นเป็นภาษาจีน
“ผู้บุกรุก! ผู้บุกรุก! ทุกหน่วยเตรียมพร้อม!”
“แย่แล้ว! พวกมันรู้ตัวแล้ว!” เงาอุทาน
“เตรียมพร้อมปะทะ!” พยัคฆ์สั่ง เสียงปืนดังสนั่นขึ้นทันที
ทหารรับจ้างในชุดดำติดอาวุธครบมือวิ่งกรูกันเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง พยัคฆ์และทีมยิงตอบโต้ทันที การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถง กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
พยัคฆ์ยิงสกัดศัตรูอย่างต่อเนื่อง เขามองหาดร. วอร์นเนอร์ท่ามกลางความโกลาหล
“อินทรี! เหยี่ยว! เงา! คุ้มกันฉัน!” พยัคฆ์สั่ง “ฉันจะเข้าไปหาดร. วอร์นเนอร์!”
พยัคฆ์เคลื่อนที่เข้าไปในห้องโถงอย่างรวดเร็ว หลบกระสุนและยิงสวนกลับอย่างแม่นยำ เขามุ่งหน้าไปยังห้องควบคุมหลักที่อยู่ใจกลางห้องโถง ซึ่งเป็นที่ที่เขาคิดว่าดร. วอร์นเนอร์น่าจะอยู่
เมื่อเขามาถึงห้องควบคุมหลัก เขาก็เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ชายคนนั้นมีผมสีขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย แต่แววตาของเขายังคงเฉียบคมและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ดร. วอร์นเนอร์!” พยัคฆ์ตะโกน
ดร. วอร์นเนอร์หันมามองพยัคฆ์ด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ในที่สุดเจ้าก็มาถึงสินะ พยัคฆ์”
“หยุดแผนการของแกซะวอร์นเนอร์!” พยัคฆ์สั่ง “แกไม่มีทางทำลายโลกใบนี้ได้!”
“ทำลายงั้นหรือ?” ดร. วอร์นเนอร์หัวเราะเบาๆ “ฉันไม่ได้ทำลายหรอกพยัคฆ์ ฉันกำลังสร้างโลกใหม่ โลกที่ปราศจากความโง่เขลาและความโลภของมนุษย์”
“แกมันบ้า!” พยัคฆ์ตะโกน
“บางที” ดร. วอร์นเนอร์ตอบ “แต่ฉันเชื่อว่าฉันกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง”
ทันใดนั้น ดร. วอร์นเนอร์ก็กดปุ่มบางอย่างบนแผงควบคุม จอภาพขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของเขาแสดงภาพของแผนที่โลกที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงที่กะพริบถี่ๆ
“แกกำลังจะทำอะไร?” พยัคฆ์ถามด้วยความตกใจ
“ฉันกำลังจะปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์ออกไปสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลก” ดร. วอร์นเนอร์ตอบ “ไวรัสตัวนี้จะทำลายข้อมูลทั้งหมด และทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในความโกลาหล”
“ไม่นะ!” พยัคฆ์ตะโกน เขารีบวิ่งเข้าไปหาดร. วอร์นเนอร์เพื่อหยุดยั้งเขา
แต่ก่อนที่เขาจะไปถึงตัว ดร. วอร์นเนอร์ก็กดปุ่มอีกครั้ง ประตูเหล็กขนาดใหญ่ก็เลื่อนลงมาปิดกั้นทางเข้าออกของห้องควบคุมหลัก
“แกไม่มีทางหยุดฉันได้หรอกพยัคฆ์” ดร. วอร์นเนอร์กล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว”
พยัคฆ์พยายามพังประตูเหล็ก แต่ประตูนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะพังได้ด้วยมือเปล่า
“เหยี่ยว! อินทรี! เงา! ช่วยฉันด้วย!” พยัคฆ์ตะโกนผ่านวิทยุ
“กำลังไปครับผู้พัน!” เสียงของเงาตอบกลับมา
แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาไม่ทันเวลา ไวรัสคอมพิวเตอร์เริ่มแพร่กระจายออกไปสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เสียงแจ้งเตือนจากคอมพิวเตอร์ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องควบคุม ดุจเสียงคำรามของมังกรที่กำลังจะตื่นขึ้นมาทำลายโลก
พยัคฆ์มองดูดร. วอร์นเนอร์ด้วยความโกรธแค้น เขาจะต้องหยุดชายคนนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

รหัสเงามรณะ ภาค ๔
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก