เถาเงากระซิบ

ตอนที่ 2: กลิ่นกระซิบยามสนธยา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 790 คำ

รุ่งเช้าของวันถัดมา เอมอรตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่สดชื่นนัก แม้จะหลับไปในที่สุด แต่ความฝันตลอดทั้งคืนกลับเลือนรางและทิ้งความรู้สึกหนักอึ้งไว้ในใจ ราวกับว่ามีบางสิ่งพยายามจะสื่อสารกับเธอ แต่เธอกลับจดจำไม่ได้ เธอเดินไปเปิดหน้าต่างบานใหญ่ ปล่อยให้แสงแดดและอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าพัดเข้ามาในห้อง ‌กลิ่นหอมประหลาดจากเมื่อคืนจางหายไปแล้ว เหลือเพียงกลิ่นดินและกลิ่นหญ้าที่ถูกน้ำค้างปกคลุม เธอพยายามสลัดความรู้สึกไม่สบายใจทิ้งไป และตั้งใจว่าจะลงมือจัดการกับสวนรกๆ รอบบ้านวันนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราว

หลังจากอาหารเช้าง่ายๆ เธอหยิบอุปกรณ์ทำสวน ทั้งมีดพร้า กรรไกรตัดแต่งกิ่ง ​และถุงมือคู่เก่าออกมาจากรถ เธอเริ่มต้นจากการสำรวจรอบๆ บ้านอย่างละเอียด ตั้งแต่รั้วไปจนถึงแนวต้นไม้ใหญ่ด้านหลังบ้าน สวนแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานหลายปี ทำให้ต้นไม้บางชนิดเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นป่ารกทึบ เธอเดินไปถึงบริเวณที่เห็นเถาไม้เลื้อยประหลาดเมื่อคืน

เถาวัลย์นั้นอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้าน ‍ติดกับแนวรั้วไม้เก่าๆ มันเป็นเถาวัลย์ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่เธอคาดไว้มากเมื่อมองในแสงสว่างยามเช้า ลำต้นของมันเป็นสีน้ำตาลเข้ม มีเนื้อสัมผัสที่ดูแข็งแรงและขรุขระ กิ่งก้านของมันแผ่กระจายออกไปปกคลุมรั้วไม้เก่าๆ และบางส่วนก็เริ่มไต่ขึ้นไปบนผนังบ้านแล้ว ใบของมันเป็นสีเขียวเข้ม ขนาดค่อนข้างใหญ่ ‌มีปลายแหลม ดูแข็งแรงผิดธรรมชาติ มันไม่ใช่เถาวัลย์ชนิดใดที่เธอเคยพบเห็นในตำราพฤกษศาสตร์ของไทย และนั่นทำให้เอมอรยิ่งรู้สึกประหลาดใจ

“เถาอะไรกันนี่” เธอพึมพำขณะเดินเข้าไปใกล้ พลางสวมถุงมือ เธอพยายามดึงกิ่งก้านที่เลื้อยพันรั้วออก แต่เถาวัลย์นั้นกลับดูเหนียวและแข็งแรงเกินคาด ‍แม้จะใช้แรงดึงอย่างเต็มที่ มันก็แทบจะไม่ขยับเลย

เธอลองใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งขนาดใหญ่ตัดกิ่งของมัน กรรไกรดัง ‘แกร๊ก’ เมื่อฟันลงไปบนกิ่งที่ดูไม่หนาเท่าไหร่ แต่เถาวัลย์กลับไม่ขาดออกจากกันง่ายๆ เธอต้องออกแรงซ้ำๆ หลายครั้ง ​กว่ากิ่งหนึ่งกิ่งจะหลุดออกมาจากลำต้น

“โอ้โห เหนียวจริงๆ นะแก” เธอพูดกับเถาวัลย์ราวกับมันมีชีวิตจิตใจ กิ่งที่ถูกตัดออกมามีน้ำยางสีขาวขุ่นๆ ไหลซึมออกมาจากรอยตัด กลิ่นของน้ำยางนั้นไม่ได้หอมหวานเหมือนกลิ่นในยามค่ำคืน แต่มันกลับมีกลิ่นฉุนอ่อนๆ ​คล้ายสมุนไพรบางชนิดปนอยู่ เธอทิ้งกิ่งนั้นลงพื้น และตัดสินใจว่าจะตัดแต่งมันในวันพรุ่งนี้ดีกว่า วันนี้เธอควรจะไปจัดการกับส่วนอื่นที่รกกว่านี้ก่อน

ตลอดทั้งวัน เอมอรใช้เวลาในการถางหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ และเก็บกวาดใบไม้แห้ง กลิ่นเหงื่อไคลและกลิ่นดินทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ​เธอชอบการทำงานแบบนี้ มันทำให้เธอได้อยู่กับธรรมชาติอย่างที่ใจต้องการ และได้ปลดปล่อยความเครียดจากชีวิตในเมือง

เมื่อตะวันลับขอบฟ้าอีกครั้ง เอมอรกลับเข้าบ้านด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้า เธออาบน้ำ สวมเสื้อผ้าสบายๆ และออกมานั่งที่ชานเรือนชั้นบนที่ยังพอจะนั่งได้อยู่ ชมวิวทิวทัศน์ยามเย็นที่สวยงาม ดวงอาทิตย์กำลังจมหายไปหลังทิวเขา ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีส้มอมชมพู ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม

แล้วกลิ่นนั้นก็กลับมาอีกครั้ง…

กลิ่นหอมหวานชวนฝัน ผสมผสานกับความเย็นยะเยือกที่ทำให้รู้สึกขนหัวลุก มันลอยมาตามสายลมที่พัดเอื่อยๆ กลิ่นนี้ชัดเจนกว่าเมื่อคืน กลิ่นนี้เหมือนมีชีวิต มันลอยวนรอบตัวเธอ ราวกับจะเชื้อเชิญให้เธอเข้าไปหา

เอมอรลุกขึ้นยืน เธอเดินไปตามกลิ่นนั้นอย่างไม่รู้ตัว ราวกับถูกสะกดจิต กลิ่นนั้นพาเธอไปที่มุมหนึ่งของบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่เถาไม้เลื้อยประหลาดนั้นกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ เถาวัลย์นั้นดูเหมือนจะขยายตัวออกไปมากกว่าตอนเช้า กิ่งก้านของมันเลื้อยไปบนผนังบ้านอย่างรวดเร็ว จนเกือบจะถึงหน้าต่างชั้นบนแล้ว ดอกของมันยังไม่ปรากฏให้เห็น แต่กลิ่นหอมนั้นกลับรุนแรงและเย้ายวนใจยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่กลิ่นของดอกไม้ทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นที่เหมือนกับกลิ่นของความฝัน กลิ่นของความปรารถนาที่ซ่อนลึกอยู่ในใจ

และในจังหวะนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงเรียกชื่อ แต่เป็นเสียงที่เหมือนบทเพลงโบราณที่พร่าเลือน มันดังมาจากเถาวัลย์นั้นเอง เสียงนั้นพลิ้วไหวไปตามสายลม ราวกับเถาวัลย์กำลังกระซิบเล่าเรื่องราวอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยิน

“อะไรกัน…” เอมอรพึมพำ เธอรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นไปทั่วสันหลัง ขนแขนของเธอลุกชัน เถาวัลย์นั้นดูราวกับมีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่ต้นไม้ธรรมดา เสียงกระซิบนั้นแม้จะแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินความหมาย แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่น่ากลัวและทรงอำนาจ

เธอเดินเข้าไปใกล้เถาวัลย์มากขึ้น กลิ่นหอมนั้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนรู้สึกมึนงง เสียงกระซิบก็ดังขึ้นเช่นกัน เธอพยายามตั้งใจฟังอย่างแน่วแน่ เพื่อจับใจความของเสียงนั้นให้ได้

“มาสิ…มาหาข้า…” เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมและเสียงใบไม้ แต่มันกลับชัดเจนในโสตประสาทของเอมอรอย่างน่าประหลาดใจ

เอมอรผงะถอยหลัง เธอรู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา ต้นไม้ชนิดนี้ไม่ใช่ต้นไม้ทั่วไปแน่นอน มันมีบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวซ่อนอยู่ภายใน

เธอรีบเดินกลับเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว ปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน แม้จะรู้ว่ามันคงไม่สามารถกั้นเสียงกระซิบหรือกลิ่นหอมประหลาดนั้นได้ แต่เธอก็ยังทำไปตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว

ในคืนนั้น เอมอรนอนไม่หลับ เธอได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาจากเถาวัลย์ตลอดทั้งคืน เสียงนั้นวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ราวกับจะแทรกซึมเข้าไปในห้วงความคิด ความฝันของเธอก็พลอยสับสนอลหม่านไปด้วย ภาพของเถาวัลย์ขนาดยักษ์ที่เลื้อยพันรอบบ้านจนมิด ปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ภาพของเงาตะคุ่มๆ ที่เต้นรำอยู่ท่ามกลางเถาวัลย์นั้น และเสียงกระซิบที่ไม่หยุดหย่อน

เธอรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่เถาวัลย์ แต่เป็นความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินจิตใจของเธอ ความรู้สึกที่ว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงบ้านเก่าธรรมดาๆ แต่เป็นสถานที่ที่กำลังจะนำพาเธอไปสู่ปริศนาอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่มีใครเคยรู้

เธอรู้ดีว่าในฐานะนักจัดสวน เธอควรจะจัดการกับเถาวัลย์รกๆ พวกนี้ได้ไม่ยาก แต่เธอกลับรู้สึกว่าเถาวัลย์ต้นนี้มันแตกต่างออกไป มันไม่ใช่แค่พืชพันธุ์ธรรมดา แต่มันกลับมีชีวิต มีความรู้สึก และมีเจตนาบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้กลิ่นหอมชวนฝันและเสียงกระซิบแผ่วเบาเหล่านั้น

เธอมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง แสงจันทร์สาดส่องลงมา ทำให้เห็นเงาดำทะมึนของเถาวัลย์ที่เลื้อยพันรอบตัวบ้านราวกับอสรพิษยักษ์ที่กำลังโอบรัดเหยื่อ เสียงกระซิบยังคงดังอย่างต่อเนื่อง คราวนี้มันเหมือนเสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ราวกับจะบอกว่า “เจ้าหนีไม่พ้นหรอก…”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เถาเงากระซิบ

เถาเงากระซิบ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!