พระอาการประชวรขององค์จักรพรรดิหนักขึ้นทุกวัน ทำให้ราชสำนักตกอยู่ในภาวะวิกฤต ขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมหาอุปราชาหลี่เจิ้ง ผู้เป็นเสนาบดีผู้ใหญ่และมีอำนาจล้นฟ้าในราชสำนัก
มหาอุปราชาหลี่เจิ้งเป็นบิดาของพระสนมหลิน และเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการแต่งตั้งพระสนมหลินเป็นพระชายาขององค์ชายสาม เขาต้องการที่จะให้พระสนมหลินขึ้นเป็นฮองเฮา และให้หลานของเขาขึ้นเป็นรัชทายาท เพื่อที่เขาจะได้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน
ในตำหนักของมหาอุปราชาหลี่เจิ้ง เขากำลังหารือกับพระสนมหลิน
“ลูกหลิน เจ้าจะต้องพยายามเอาชนะใจองค์ชายสามให้ได้” มหาอุปราชาหลี่เจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เมื่อเจ้าได้เป็นฮองเฮา อำนาจทั้งหมดก็จะอยู่ในมือของเรา”
พระสนมหลินพยักหน้า “ลูกเข้าใจเพคะท่านพ่อ ลูกจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ”
“ส่วนสตรีผู้นั้น... ชิวเหวิน” มหาอุปราชาหลี่เจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าจะต้องกำจัดนางออกไปจากเส้นทางของเราให้ได้”
พระสนมหลินยิ้มมุมปาก “ลูกจะจัดการให้นางหายไปจากวังหลวงแห่งนี้เพคะท่านพ่อ”
ในขณะเดียวกัน องค์ชายสามหลงจินและพระสนมเอกชิวเหวินก็รับรู้ถึงแผนการของมหาอุปราชาหลี่เจิ้ง พวกเขารู้ดีว่ามหาอุปราชาหลี่เจิ้งเป็นผู้ที่อันตรายและมีอำนาจมาก
“องค์ชายเพคะ มหาอุปราชาหลี่เจิ้งเป็นผู้ที่น่ากลัวนักเพคะ” ชิวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล
หลงจินพยักหน้า “ข้าทราบดีชิวเหวิน แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เราต้องเผชิญหน้ากับเขา”
“แต่เราจะทำอย่างไรดีเพคะองค์ชาย อำนาจของมหาอุปราชาหลี่เจิ้งนั้นยิ่งใหญ่นัก” ชิวเหวินกล่าว
หลงจินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ประกายความคิดจะฉายแววในดวงตา
“เราจะต้องหาจุดอ่อนของเขาให้เจอ” หลงจินกล่าว “มหาอุปราชาหลี่เจิ้งเป็นผู้ที่ทะเยอทะยานและโลภมาก เขาจะต้องมีเรื่องราวที่ไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่แน่นอน”
ชิวเหวินพยักหน้า “หม่อมฉันจะช่วยองค์ชายสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับมหาอุปราชาหลี่เจิ้งเพคะ”
ทั้งสองเริ่มวางแผนที่จะสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับมหาอุปราชาหลี่เจิ้งอย่างลับๆ โดยอาศัยเครือข่ายข้อมูลที่พวกเขามี
ชิวเหวินใช้ความรู้ความสามารถของนางในการวิเคราะห์เอกสารเก่าๆ และบันทึกทางราชการที่เกี่ยวข้องกับมหาอุปราชาหลี่เจิ้ง นางพบว่ามหาอุปราชาหลี่เจิ้งมีประวัติที่ไม่โปร่งใสหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจในทางที่ผิด และการทุจริตคอร์รัปชัน
“องค์ชายเพคะ หม่อมฉันพบเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับมหาอุปราชาหลี่เจิ้งแล้วเพคะ” ชิวเหวินกล่าวกับหลงจินด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หลงจินมองนางด้วยความสงสัย “เรื่องอะไรหรือชิวเหวิน”
“หม่อมฉันพบว่ามหาอุปราชาหลี่เจิ้งได้ใช้อำนาจของเขาในการยึดครองที่ดินของชาวบ้าน และยังมีการทุจริตเงินภาษีของประชาชนอีกด้วยเพคะ” ชิวเหวินอธิบาย
หลงจินกำหมัดแน่น “เจ้ากล้าดียังไงมาทำเรื่องเช่นนี้”
“แต่เราจะใช้เรื่องนี้เป็นหลักฐานได้อย่างไรเพคะองค์ชาย การทุจริตของขุนนางเป็นเรื่องที่ยากจะพิสูจน์ได้” ชิวเหวินกล่าวด้วยความกังวล
“เจ้าพูดถูกชิวเหวิน” หลงจินพยักหน้า “เราต้องมีหลักฐานที่แน่นหนา และพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ประกายความคิดจะฉายแววในดวงตา
“เราจะต้องหาชาวบ้านที่ถูกมหาอุปราชาหลี่เจิ้งยึดครองที่ดิน และให้พวกเขามาเป็นพยาน” หลงจินกล่าว “และเราจะต้องหาหลักฐานการทุจริตเงินภาษีของเขาให้ได้”
ชิวเหวินพยักหน้า “หม่อมฉันจะช่วยองค์ชายอย่างเต็มที่เพคะ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนที่จะเปิดโปงมหาอุปราชาหลี่เจิ้ง พระสนมหลินก็เริ่มดำเนินการตามแผนของนาง นางพยายามที่จะสร้างความร้าวฉานระหว่างชิวเหวินกับหลงจิน โดยการใส่ร้ายป้ายสีชิวเหวิน และพยายามที่จะทำให้หลงจินเชื่อว่าชิวเหวินกำลังวางแผนที่จะทำร้ายเขา
แต่หลงจินก็ไม่ได้หลงเชื่อคำพูดของพระสนมหลิน เขารู้ดีว่าชิวเหวินเป็นคนเช่นไร และไม่มีทางที่จะทำเรื่องเช่นนั้นได้
“พระสนมหลิน เจ้าควรจะหยุดการกระทำเช่นนี้ได้แล้ว” หลงจินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าไม่เชื่อคำพูดของเจ้า”
พระสนมหลินรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรได้ เพราะหลงจินยังคงเชื่อใจชิวเหวินอยู่
ในวันหนึ่ง องค์จักรพรรดิมีพระอาการประชวรหนักมาก จนไม่สามารถว่าราชการได้ มหาอุปราชาหลี่เจิ้งจึงฉวยโอกาสนี้ในการเข้ามาควบคุมอำนาจในราชสำนัก
เขาเริ่มออกคำสั่งต่างๆ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากองค์จักรพรรดิ และพยายามที่จะแต่งตั้งคนของเขาเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญๆ
หลงจินรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ในราชสำนักเป็นอย่างมาก เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้มหาอุปราชาหลี่เจิ้งมีอำนาจมากเกินไป แผ่นดินต้าหลงก็อาจจะตกอยู่ในอันตรายได้
“ชิวเหวิน เราต้องรีบเปิดโปงมหาอุปราชาหลี่เจิ้งให้ได้” หลงจินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ชิวเหวินพยักหน้า “หม่อมฉันจะช่วยองค์ชายอย่างเต็มที่เพคะ”
ทั้งสองเริ่มดำเนินการตามแผนของพวกเขา พวกเขาได้ส่งคนออกไปหาชาวบ้านที่ถูกมหาอุปราชาหลี่เจิ้งยึดครองที่ดิน และรวบรวมหลักฐานการทุจริตของเขา
ไม่นานนัก พวกเขาก็ได้หลักฐานที่แน่นหนา และพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก
ในวันหนึ่ง องค์จักรพรรดิมีพระอาการดีขึ้นเล็กน้อย และสามารถว่าราชการได้ชั่วคราว หลงจินจึงฉวยโอกาสนี้ในการนำหลักฐานทั้งหมดไปถวายองค์จักรพรรดิ
ในท้องพระโรง องค์จักรพรรดิทอดพระเนตรไปยังหลักฐานที่หลงจินนำมาถวาย ใบหน้าของพระองค์เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออ่านหลักฐานทั้งหมดจบ พระองค์ก็ทอดพระเนตรไปยังมหาอุปราชาหลี่เจิ้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธเคือง
“มหาอุปราชาหลี่เจิ้ง เจ้าจะว่าอย่างไรกับเรื่องนี้” องค์จักรพรรดิมีรับสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
มหาอุปราชาหลี่เจิ้งถึงกับหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขาไม่คิดว่าหลงจินจะสามารถหาหลักฐานเหล่านี้มาได้
“ฝ่าบาท... กระหม่อม...” มหาอุปราชาหลี่เจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เจ้ากล้าดียังไงมาใช้อำนาจในทางที่ผิด และทุจริตเงินภาษีของประชาชน!” องค์จักรพรรดิมีรับสั่งด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
มหาอุปราชาหลี่เจิ้งทรุดตัวลงคุกเข่า “ฝ่าบาท กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยอมรับผิดทุกอย่างพ่ะย่ะค่ะ”
องค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้ลงโทษมหาอุปราชาหลี่เจิ้งอย่างสาสม และสั่งให้ริบทรัพย์สินทั้งหมดของเขา
หลังจากเหตุการณ์นี้ อำนาจของมหาอุปราชาหลี่เจิ้งก็สิ้นสุดลง และพระสนมหลินก็ถูกลดตำแหน่งลง
ชิวเหวินและหลงจินรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่สามารถกำจัดมหาอุปราชาหลี่เจิ้งออกไปจากราชสำนักได้
แต่ในใจของพวกเขาก็ยังคงมีความกังวล เพราะพวกเขารู้ดีว่าการต่อสู้ในวังหลวงนั้นยังไม่จบสิ้น และอาจจะมีภัยคุกคามอื่นๆ รออยู่ข้างหน้า
บัลลังก์บุปผาแห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยหนามแหลมคม และชิวเหวินกับหลงจินจะต้องใช้ความรักและความเฉลียวฉลาดทั้งหมดที่มี เพื่อปกป้องความรักและแผ่นดินต้าหลงไปให้ได้

บัลลังก์บุปผา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก