พสุธากลืนชีพ

ตอนที่ 20 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

28 ตอน · 1,440 คำ

ความมืดมิดไม่ได้เป็นเพียงสภาวะที่ไร้แสงอีกต่อไป แต่เป็นผืนผ้าคลุมที่ถักทอด้วยฝุ่นควันและเศษซากปรักหักพัง ปกคลุมโลกใบนี้ไว้ตลอดกาล แสงสว่างจางหายไปจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของวันคืนที่เคยมีดวงอาทิตย์เจิดจ้า ราวกับโลกกำลังถูกกลืนกินจากภายใน อรรถก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง นำทางเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองคน ผ่านซากอารยธรรมที่พังทลาย ‌กลิ่นดินชื้น ปูนที่แตกละเอียด และกลิ่นเหม็นไหม้ยังคงคละคลุ้ง ทว่ายังมีกลิ่นฉุน กัดจมูก และชวนให้รู้สึกคลื่นไส้บางอย่างที่ไม่อาจระบุได้ ซึ่งเป็นกลิ่นที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของอรรถมาตั้งแต่วันแรกที่มันปรากฏขึ้น

"อีกนานแค่ไหนคะพี่อรรถ" เสียงเมย์เอ่ยขึ้นเบาๆ ​สั่นเครือด้วยความเหนื่อยล้าและความหวังที่ริบหรี่ เธอเป็นหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่เคยสดใส แต่บัดนี้ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาหมองคล้ำสะท้อนความหวาดกลัวที่มิอาจปกปิดได้ "ไม่รู้สิเมย์... แต่เราต้องไปต่อ" อรรถตอบ เสียงของเขาเองก็แฝงความเหนื่อยล้าไม่ต่างกัน ‍แต่เขาต้องแสดงความเข้มแข็ง เขาคือเสาหลักเดียวที่ค้ำจุนกลุ่มนี้ไว้ "ไปต่อแล้วจะเจออะไรวะอรรถ เจอแต่ความว่างเปล่ารึไง" ลุงชูวัยห้าสิบปลายๆ บ่นอุบอิบ ลุงชูเป็นคนที่มีประสบการณ์ชีวิตมามาก แต่ความหวังของเขาก็ถูกบดขยี้ไปพร้อมกับบ้านเมืองที่พังทลาย ดวงตาของเขามักจะมองเห็นแต่ด้านมืดของทุกสิ่ง ‌"น้ำก็หมดแล้ว อาหารก็แทบไม่เหลือ มึงจะพาพวกกูไปตายที่ไหนอีก"

อรรถไม่ตอบโต้คำบ่นของลุงชู เขารู้ดีว่าความสิ้นหวังกำลังกัดกินทุกคน รวมถึงตัวเขาเองด้วย แต่เขาเลือกที่จะเก็บงำมันไว้ในส่วนลึกของจิตใจ เขาใช้สายตากวาดมองไปรอบๆ ในความมืดสลัว ‍ผืนป่าที่เคยเขียวขจีกลายเป็นเพียงซากต้นไม้ที่หักโค่นและดินโคลนที่แข็งกระด้างตระหง่านอยู่เป็นหย่อมๆ เมืองที่เคยคึกคักเหลือเพียงโครงสร้างคอนกรีตที่ถูกฉีกกระชาก คอนโดมิเนียมสูงระฟ้าหักครึ่งเหมือนถูกมือยักษ์บิด รถยนต์พลิกคว่ำเกลื่อนกลาดราวกับของเล่นที่ถูกทิ้งขว้าง "เราน่าจะใกล้ถึงจุดที่เราเคยเห็นบ่อน้ำเก่าแล้วนะลุงชู" อรรถพยายามปลอบใจ แม้จะไม่มั่นใจนักว่าบ่อน้ำนั้นจะยังคงอยู่หรือไม่ หรือแม้กระทั่งว่าสถานที่ที่เขาจดจำได้ในแผนที่เก่าแก่จะยังคงรูปเดิม "ขอแค่เราหาทางขึ้นไปบนเนินลูกนั้นได้ ​เราน่าจะเห็นอะไรบ้าง"

พวกเขาเดินเท้าต่อไปอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวย่างเต็มไปด้วยความระมัดระวัง พื้นดินที่เคยเป็นถนนลาดยาง บัดนี้เต็มไปด้วยรอยร้าวขนาดใหญ่ บ้างก็ยุบตัวลงเป็นหลุมลึกที่มองไม่เห็นก้น บ้างก็ถูกยกขึ้นเป็นสันสูงชัน บางช่วงก็มีเศษซากอาคาร กองไม้ ​และเหล็กเส้นที่บิดเบี้ยวขวางทางอยู่ พวกเขาต้องปีนป่าย ข้าม และมุดผ่านอุปสรรคนับไม่ถ้วน "ระวังนะเมย์" อรรถเอื้อมมือไปช่วยพยุงเมย์ให้ข้ามผ่านช่องว่างระหว่างเศษคอนกรีต เมย์จับมือเขาแน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอรรถเป็นเหมือนหลักยึดเดียวที่เธอรู้สึกได้ในโลกที่ไร้ความมั่นคงนี้ "ขอบคุณค่ะพี่อรรถ" เธอพยักหน้าเบาๆ กลิ่นฉุนที่อรรถเคยรู้สึกว่ามันประหลาด ​บัดนี้กลับเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกแสบจมูกและคอ พวกเขาเริ่มไอ ไอแห้งๆ ที่กัดกินลำคอจนเจ็บปวด "กลิ่นอะไรวะเนี่ย" ลุงชูใช้แขนเสื้อปิดจมูก "ยิ่งเดินยิ่งเหม็นฉิบหาย"

อรรถเองก็รู้สึกเช่นนั้น เขาสัมผัสได้ถึงความหนืดในอากาศที่แตกต่างไปจากฝุ่นควันปกติ กลิ่นนี้มีลักษณะเฉพาะ เหมือนซากอินทรีย์บางอย่างที่เน่าเปื่อยผสมกับกลิ่นกำมะถัน หรือบางทีอาจเป็นกลิ่นของสารเคมีบางชนิดที่รั่วไหลออกมาจากการเปลี่ยนแปลงใต้พิภพ อรรถกวาดสายตาไปรอบๆ สอดส่องหาที่มาของกลิ่น จู่ๆ พื้นดินก็สั่นสะเทือนเบาๆ ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก "แผ่นดินไหวอีกแล้วเหรอวะ" ลุงชูถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ไม่น่าใช่..." อรรถตอบ เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่การเขย่าแบบรุนแรง แต่เป็นเหมือนการสั่นสะเทือนต่อเนื่องที่มาจากใต้ดิน คล้ายมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง พวกเขาเดินไปถึงบริเวณที่เคยเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ บัดนี้เหลือเพียงซากโครงเหล็กและคอนกรีตที่ถูกพับลงมาเหมือนกระดาษ แรงสั่นสะเทือนดูเหมือนจะมาจากทิศทางนั้น อรรถตัดสินใจที่จะสำรวจ เพราะมันเป็นเส้นทางที่ดูเหมือนจะเดินได้ง่ายกว่า เมื่อเข้าใกล้ซากห้างฯ กลิ่นเหม็นก็ทวีความรุนแรงขึ้นจนแสบจมูกแสบตา เมย์ถึงกับเอามือปิดปากปิดจมูกและเริ่มคลื่นไส้ "พี่อรรถ...หนูไม่ไหวแล้วค่ะ" เมย์บอกเสียงอู้อี้ "ทนหน่อยนะเมย์ เราต้องรู้ว่ากลิ่นมันมาจากไหน เผื่อจะเป็นแหล่งน้ำ หรืออะไรที่เราเอาไปใช้ได้" อรรถพยายามพูดให้เมย์มีกำลังใจ เขาเองก็รู้ว่ามันยากลำบากแค่ไหน พวกเขาเดินอ้อมซากอาคารที่พังทลาย และสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก

กลางซากปรักหักพังของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เคยเป็นศูนย์รวมความเจริญ มีหลุมยุบขนาดมหึมาปรากฏขึ้น กว้างราวห้าสิบเมตร ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ขอบหลุมเต็มไปด้วยรอยฉีกขาดของแผ่นดินและคอนกรีตที่บิดเบี้ยว หลุมยุบนี้ดูเหมือนจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เพราะขอบยังคงดูสดใหม่ เศษซากห้างสรรพสินค้าบางส่วนยังคงห้อยต่องแต่งอยู่เหนือปากหลุม ราวกับจะร่วงลงไปได้ทุกเมื่อ สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้างคือ แสงสว่างจางๆ ที่เรืองรองขึ้นมาจากก้นหลุม เป็นแสงสีเขียวอมฟ้าที่กระพริบระยิบระยับ คล้ายแสงหิ่งห้อยนับพันนับหมื่นตัวรวมกัน และจากหลุมลึกนั้นเอง กลิ่นฉุนที่รบกวนพวกเขามาตลอดก็พวยพุ่งขึ้นมาราวกับมีชีวิต มันหนาแน่นจนรู้สึกได้ถึงมวลของมัน "นี่มัน...อะไรกันวะเนี่ย" ลุงชูอุทานเสียงแผ่ว ใบหน้าของเขามีแววตกใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อรรถไม่ตอบ เขาก้าวเข้าไปใกล้ปากหลุมอย่างระมัดระวัง แสงที่เรืองรองขึ้นมานั้นเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกที่เขาเคยรู้จัก และกลิ่นที่รุนแรงจนแสบจมูกนี้ ก็ดูเหมือนจะมาจากสิ่งที่เปล่งแสงนั้นเอง "พี่อรรถ...อย่าไปใกล้เลยค่ะ มันน่ากลัว" เมย์ดึงแขนเสื้อของอรรถไว้เบาๆ ด้วยความกังวล "เราต้องรู้ว่ามันคืออะไรเมย์" อรรถตอบ พลางใช้ไฟฉายแบตเตอรี่ใกล้หมดที่เหลืออยู่ส่องลงไปในความมืดของหลุมยุบ ลำแสงริบหรี่ส่องกระทบกับผิวดินที่แปลกประหลาดภายในหลุมยุบ มันไม่ใช่ดินหรือหินธรรมดา แต่เป็นมวลสารสีดำคล้ำที่ดูเหมือนจะชุ่มโชกไปด้วยของเหลวบางอย่าง มีเส้นใยคล้ายรากไม้สีเข้มจำนวนมากแทงทะลุพื้นผิวเกาะเกี่ยวกันเป็นร่างแห และจากเส้นใยเหล่านั้นเอง ก็มีเห็ดราขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกประหลาด ผุดขึ้นมาเกาะกลุ่มกันแน่นหนา เห็ดราเหล่านั้นมีสีเขียวอมฟ้า และเปล่งแสงเรืองรองออกมาอย่างสม่ำเสมอ แสงที่พวกเขาเห็นคือแสงที่เกิดจากเห็ดราประหลาดเหล่านี้เอง

บางส่วนของเห็ดราเหล่านั้นมีขนาดใหญ่กว่าศีรษะคน มีลักษณะเป็นพูเป็นก้อน ดูคล้ายสมอง หรืออวัยวะภายในบางอย่างที่ผิดรูปผิดร่าง กลิ่นเหม็นฉุนที่ลอยขึ้นมานั้นมาจากเห็ดราเหล่านี้ มันเป็นกลิ่นที่ผสมผสานระหว่างซากศพที่เน่าเปื่อย กลิ่นดินเค็ม และกลิ่นกำมะถันที่รุนแรงจนแทบจะทำให้วิงเวียน "เห็ดบ้าอะไรเนี่ย" ลุงชูมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ ขณะที่อรรถกำลังจ้องมองลงไปในความมืด เขาก็สังเกตเห็นว่ามวลเส้นใยสีดำคล้ำที่เกาะเกี่ยวกันอยู่เบื้องล่างนั้น ไม่ได้อยู่นิ่งๆ มันกำลังขยับ! ช้าๆ เนิบๆ ราวกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังหายใจ และจากส่วนลึกของหลุมยุบ เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง มันเป็นเสียงที่แหบพร่า ฟังดูคล้ายเสียงครวญครางของลมที่พัดผ่านช่องแคบ แต่มันมีจังหวะ มีความสม่ำเสมอ ราวกับเป็นเสียงของหัวใจที่กำลังเต้นตุบๆ ตุบๆ เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับที่แสงเรืองรองจากเห็ดราก็เปล่งประกายสว่างวาบขึ้นและหรี่ลงเป็นจังหวะเดียวกัน

อรรถรู้สึกเหมือนขนลุกไปทั้งตัว นี่ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา แต่มันคือสิ่งมีชีวิต... สิ่งมีชีวิตที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ทันใดนั้นเอง มวลเส้นใยสีดำคล้ำเบื้องล่างก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วขึ้น มันยื่นส่วนหนึ่งของตัวเองออกมาราวกับหนวดขนาดใหญ่ พุ่งขึ้นมาทางด้านบนอย่างรวดเร็ว เสียงครวญครางที่เคยแผ่วเบาบัดนี้กลับกลายเป็นเสียงคำรามที่น่าขนลุก! หนวดนั้นใหญ่โตมหึมา มันเต็มไปด้วยปุ่มปมและเส้นใยเล็กๆ ที่กระดุกกระดิกได้ราวกับหนอนนับพันตัวที่กำลังดิ้นรน มันพุ่งตรงมาทางที่พวกเขายืนอยู่! "ถอยไป!" อรรถตะโกนลั่น พลางคว้ามือเมย์และลุงชูให้ถอยห่างจากปากหลุมอย่างรวดเร็ว หนวดนั้นฟาดเข้ากับขอบปากหลุมด้วยความรุนแรงราวกับแส้เหล็ก เสียงคอนกรีตแตกละเอียดดังสนั่น เศษซากห้างที่ห้อยต่องแต่งอยู่ก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมยุบอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับที่กลิ่นเหม็นฉุนทวีความรุนแรงขึ้นจนแสบแก้วหู แสบตา และแสบไปถึงลำไส้

อรรถ เมย์ และลุงชูวิ่งหนีตายไปตามซากปรักหักพังอย่างไม่คิดชีวิต หัวใจของพวกเขาเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เสียงคำรามจากหลุมยุบดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังโกรธเกรี้ยว และหนวดสีดำคล้ำนั้นก็ยังคงพุ่งทะยานขึ้นมาเหนือปากหลุมอย่างต่อเนื่อง พยายามที่จะตะครุบจับพวกเขา พวกเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แต่สิ่งที่แน่นอนคือมันคือภัยคุกคามที่อันตรายถึงชีวิต และมันกำลังพุ่งเป้ามาที่พวกเขา! ในขณะที่วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต อรรถก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่มาจากอีกด้านหนึ่งของซากห้างสรรพสินค้า เงาตะคุ่มนั้นดูเหมือนจะกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้หลุมยุบด้วยความเร็วที่น่าตกใจ มันไม่ใช่เงาของคน หรือสัตว์ที่คุ้นเคย มันใหญ่โตและมีรูปร่างประหลาด ไม่ต่างจากสิ่งที่อยู่ในหลุมยุบ อรรถหันกลับไปมองอีกครั้ง และสิ่งที่เขาเห็นทำให้เลือดในกายเย็นยะเยือก หนวดสีดำคล้ำขนาดมหึมากำลังพุ่งขึ้นมาจากหลุมยุบอีกครั้ง มันใหญ่กว่าเดิม และมีปลายแยกออกเป็นแฉกคล้ายปากที่กำลังอ้ากว้าง เผยให้เห็นฟันแหลมคมจำนวนมากที่เรียงรายอยู่ภายใน ปลายหนวดนั้นไม่เพียงแค่พุ่งเข้าหาพวกเขา แต่กำลังพุ่งเข้าใส่เงาตะคุ่มขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ด้วย ขณะเดียวกัน เงาตะคุ่มนั้นก็เผยให้เห็นรูปร่างที่แท้จริง มันคือสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร รูปร่างคล้ายแมลงผสมกับสัตว์เลื้อยคลาน มีเกราะแข็งสีเขียวเข้มปกคลุมทั่วร่าง และมีกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ดูน่าเกรงขาม ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องมองไปยังหนวดที่กำลังพุ่งเข้าหามันอย่างดุดัน โลกที่เคยถูกกลืนกินด้วยธรรมชาติที่บ้าคลั่ง บัดนี้ได้เผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า...

อรรถรู้แล้วว่ากลิ่นเหม็นฉุนที่ตามหลอกหลอนพวกเขามาตลอดนั้น อาจไม่ใช่กลิ่นของการเน่าเปื่อยเพียงอย่างเดียว แต่มันอาจเป็นกลิ่นของ "สิ่งใหม่" ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกใบนี้ สิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตสองชนิดที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า กำลังจะเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ตรงกลางระหว่างพวกเขา เสียงคำรามของสิ่งมีชีวิตจากหลุมยุบดังกึกก้องผสานกับเสียงขู่คำรามของสัตว์ประหลาดเกราะแข็งที่กำลังพุ่งเข้าใส่ หนวดสีดำคล้ำพุ่งเข้าตะวัดใส่ร่างของสัตว์ประหลาดเกราะแข็งอย่างดุดัน สัตว์ประหลาดเกราะแข็งเองก็เงื้อกรงเล็บขนาดใหญ่ฟาดฟันตอบโต้ อรรถ เมย์ และลุงชู ยืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยความหวาดกลัวต่อภาพตรงหน้า พวกเขาติดอยู่ตรงกลางของการต่อสู้ของอสูรกายจากต่างภพ ที่กำลังจะฉีกกระชากกันเองและทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง อรรถสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากการปะทะกันของสิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิด มันไม่ใช่แค่แผ่นดินไหว แต่มันคือสงครามของโลกใบใหม่ที่เพิ่งตื่นขึ้น

ทันใดนั้นเอง หนวดสีดำคล้ำขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุร่างของสัตว์ประหลาดเกราะแข็งอย่างง่ายดาย พร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด สัตว์ประหลาดเกราะแข็งดิ้นพล่าน กรงเล็บของมันยังคงฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง ทว่าก็ไม่อาจต้านทานพลังอำนาจของสิ่งมีชีวิตจากใต้พิภพได้ เลือดสีเขียวเข้มพุ่งกระฉูดออกจากบาดแผลขนาดใหญ่ของสัตว์ประหลาดเกราะแข็ง และหยดลงสู่พื้นดินรอบๆ ตัวอย่างน่าสยดสยอง กลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้นผสมกับกลิ่นฉุนของเห็ดราประหลาด ทำให้ทุกคนถึงกับสำลัก และในเสี้ยววินาทีที่สัตว์ประหลาดเกราะแข็งกำลังจะล้มลง หนวดอีกเส้นหนึ่งที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าก็พุ่งขึ้นมาจากหลุมยุบ มันไม่ได้มีแค่แฉกคล้ายปาก แต่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงที่กะพริบระยิบระยับอยู่บนผิวหนังที่ยื่นออกมา มันจ้องมองมาทางพวกเขาด้วยความกระหาย อรรถรู้แล้วว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับอะไร มันไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นผู้ล่าที่กำลังหิวโหย และพวกเขาก็เป็นเหยื่อกลุ่มต่อไป...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พสุธากลืนชีพ

พสุธากลืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!