พสุธากลืนชีพ

ตอนที่ 28 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

28 ตอน · 1,224 คำ

ความมืดมิดไม่ได้เป็นเพียงสภาวะที่ไร้แสงอีกต่อไป แต่มันคือผืนผ้าคลุมที่ถักทอด้วยฝุ่นควันและเศษซากปรักหักพัง ปกคลุมโลกใบนี้ไว้ตลอดกาล แสงสว่างจางหายไปจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของวันคืนที่เคยมีดวงอาทิตย์เจิดจ้า ราวกับโลกกำลังถูกกลืนกินจากภายใน อรรถก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง นำทางเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองคน ผ่านซากอารยธรรมที่พังทลาย ‌กลิ่นดินชื้น ปูนที่แตกละเอียด และกลิ่นเหม็นไหม้ยังคงคละคลุ้ง ทว่ายังมีกลิ่นฉุน กัดจมูก และชวนให้รู้สึกคลื่นไส้บางอย่างที่ไม่อาจระบุได้ ซึ่งเป็นกลิ่นที่ยังคงติดอยู่ในความ...

ความมืดมิดดูเหมือนจะกลืนกินทุกสิ่ง แม้กระทั่งเวลาและสติสัมปชัญญะ ​กลิ่นนั้น... กลิ่นประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ ไม่ใช่กลิ่นซากศพที่คุ้นเคย ไม่ใช่กลิ่นไหม้เกรียมจากเพลิงที่มอดดับ ไม่ใช่กลิ่นอับชื้นจากความผุพัง แต่มันคือกลิ่นที่ผสมผสานระหว่างความเน่าเปื่อยหวานเลี่ยนบาดคอ กับความฉุนกึ่งโลหะกึ่งอินทรีย์บางอย่างที่กัดกินโสตประสาท มันเกาะติดอยู่กับความทรงจำ ‍เหมือนปรสิตที่ฝังรากลึกในทุกอณูของอากาศที่พวกเขาหายใจ

อรรถไม่รู้ว่าเขากับนัทและป้าสมศรีเดินผ่านซากปรักหักพังแห่งนี้มานานแค่ไหนแล้ว วันเวลาได้สูญเสียความหมายไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ เขาจดจำได้เพียงความหิว ความเหนื่อยล้า และความมืดมิดที่ไม่อาจสลัดทิ้ง แต่ที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใดคือกำแพงไร้ตัวตนที่ขวางกั้นพวกเขาไว้ กลิ่นนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นฉากหลังอันน่าสะอิดสะเอียนของโลกที่บิดเบี้ยว ‌ทว่าในระยะหลังมานี้ มันเริ่มเปลี่ยนไป... เปลี่ยนจากกลิ่นที่คุ้นเคยจนชาชิน เป็นกลิ่นที่เข้มข้นขึ้น เร่งเร้า และดูเหมือนจะชี้นำพวกเขาไปสู่บางสิ่ง

"อรรถ... แกได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ขึ้นอีกไหมลูก" ‍ป้าสมศรีถามเสียงแหบแห้ง มือเหี่ยวย่นจับชายเสื้อของอรรถไว้แน่น ร่างกายของป้าผอมแห้งกว่าเมื่อก่อนมาก ดวงตาที่เคยสุกใสฉายแววอ่อนล้า แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "มัน... มันแรงขึ้นนะ"

นัทที่เดินอยู่ด้านหลังถัดไปไม่ไกล ไอค่อกแค่ก ​"ใช่ครับป้า มันเหมือน... เหมือนเรากำลังเดินเข้าไปหามันยังไงไม่รู้" เด็กหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ ที่เคยเป็นนักศึกษาดูซีดเซียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายที่เคยกระฉับกระเฉงเต็มไปด้วยรอยแผลและคราบสกปรก แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยประกายของความกลัวและความหวังที่ปะปนกัน

อรรถพยักหน้าช้าๆ ​เขารู้สึกได้ถึงแรงกระแทกของกลิ่นที่ซัดเข้ามาในโพรงจมูกทุกครั้งที่หายใจ กลิ่นที่เคยลอยเอื่อยๆ คลุมไปทั่ว บัดนี้กลับพุ่งตรงมา เหมือนมีต้นกำเนิดที่ชัดเจนมากขึ้น ความรู้สึกกระอักกระอ่วนในท้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจำต้องเม้มปากแน่นเพื่อระงับอาการคลื่นไส้ที่ตีตื้นขึ้นมา

"เรา... ต้องหาที่พักก่อน" ​อรรถกล่าวเสียงพร่า ความมืดมิดที่เคยเป็นแค่การไร้แสง บัดนี้กลับดูเหมือนมีชีวิต มันขยับตัวไปกับเงาของซากปรักหักพังที่สูงเสียดฟ้า ราวกับอสูรกายที่กำลังตื่นขึ้น ผืนดินที่พวกเขาเหยียบย่ำก็ไม่ใช่พื้นดินที่มั่นคงอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยรอยแยกเล็กๆ ที่มองไม่เห็นในความมืด และเสียงกรอบแกรบของเศษหินที่ร่วงหล่นจากที่สูงเป็นระยะทำให้จิตใจของทุกคนกระสับกระส่าย

"ผมว่าเราตามกลิ่นนี่ไปดีไหมพี่อรรถ" นัทเสนอ "บางที... บางทีมันอาจจะนำเราไปเจออะไรบางอย่างก็ได้ อย่างน้อยก็รู้ว่ามันคืออะไร"

ป้าสมศรีส่ายหน้าช้าๆ "ไม่หรอกลูก กลิ่นแบบนี้มันไม่เคยนำไปสู่สิ่งดีๆ เลยนะ"

อรรถลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็มีความคิดคล้ายนัท ความไม่รู้คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกใบใหม่นี้ การเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้เกิดกลิ่น อาจจะนำไปสู่ความเข้าใจ หรืออย่างน้อยก็ขจัดความสงสัยที่ค้างคามานาน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ตระหนักดีว่าการเดินหน้าเข้าหาสิ่งที่ไม่รู้จัก อาจนำมาซึ่งหายนะที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม

"ไม่... เราจะยังไม่เข้าไปหามัน" อรรถตัดสินใจ "เราต้องระมัดระวังกว่านี้ มันไม่รู้ว่ากลิ่นนี้มาจากอะไร และมันอันตรายแค่ไหน"

พวกเขาเดินต่ออีกเกือบชั่วโมง ความมืดมิดทำให้การกะระยะเวลาเป็นไปไม่ได้ อรรถใช้ความรู้สึกล้วนๆ ในการนำทาง เขาหันไปทางขวาเมื่อรู้สึกว่าลมพัดกลิ่นแรงขึ้น หันไปทางซ้ายเมื่อรู้สึกว่ากลิ่นจางลง ราวกับว่ามีเส้นทางไร้ตัวตนที่มองไม่เห็นชี้นำอยู่ใต้จมูก เขาไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องลี้ลับ แต่โลกใบนี้ได้สอนให้เขายอมรับว่าความจริงที่เคยรู้จักได้พังทลายลงไปหมดแล้ว

จู่ๆ เสียงหอบของป้าสมศรีก็ดังขึ้น อรรถหันไปมอง เห็นป้าทรุดตัวลงพิงกำแพงปูนที่พังทลาย ดวงตาปิดสนิท ใบหน้าซีดเผือด

"ป้าสมศรี!" นัทรีบเข้าไปประคอง "ไหวไหมครับป้า"

"ไม่... ไม่ไหวแล้วลูกเอ๊ย" ป้าสมศรีหายใจรวยริน "ป้า... ป้าหายใจไม่ออกแล้ว"

อรรถทรุดตัวลงข้างป้าสมศรี เอามือแตะหน้าผากของป้าที่เย็นเฉียบ "เกิดอะไรขึ้นครับป้า"

"กลิ่น... กลิ่นมัน... มันกัดป้า" ป้าสมศรีกระแอมไอแรงๆ "มัน... มันเหมือนมีอะไรมาบีบคอ"

อรรถสังเกตเห็นว่าผิวหนังบริเวณลำคอของป้าสมศรีมีรอยแดงผื่นเล็กๆ ขึ้นมา เขาเคยเห็นอาการแบบนี้เมื่อครั้งหนึ่งเคยมีสารเคมีรั่วไหลในโรงงานที่เขาทำงานอยู่ แต่นี่ไม่ใช่สารเคมีที่คุ้นเคย มันดูเหมือน... ปฏิกิริยาของร่างกายต่อสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

นัทหันมองไปรอบๆ ด้วยความกระวนกระวาย "เราต้องหาที่ที่อากาศถ่ายเทดีกว่านี้ครับพี่อรรถ"

แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง อากาศที่ "ถ่ายเทดี" นั้นหายากยิ่ง อรรถเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าที่มืดมิด เห็นเพียงกลุ่มควันสีเทาหนาทึบที่ลอยเอื่อยๆ ไม่มีดาว ไม่มีดวงจันทร์ แสงสว่างจางหายไปจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของวันคืนที่เคยมีดวงอาทิตย์เจิดจ้า ราวกับโลกกำลังถูกกลืนกินจากภายใน

"เราต้องไปต่อ" อรรถตัดสินใจ "แต่เราจะตามกลิ่นนี้ไป เราต้องรู้ว่ามันคืออะไร"

นี่คือการตัดสินใจที่อรรถรู้ดีว่าอาจนำมาซึ่งหายนะ แต่เพื่อป้าสมศรี และเพื่อความหวังลมๆ แล้งๆ ที่จะหาทางรอด เขารู้สึกว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ความไม่รู้คือศัตรูที่น่ากลัวกว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้

พวกเขาก้าวเดินต่อ อรรถพยุงป้าสมศรีไว้ ส่วนนัทเดินนำไปข้างหน้า คอยส่องไฟฉายที่แบตเตอรี่ใกล้หมดไปตามทาง กลิ่นนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นแสบจมูกและขึ้นไปถึงท้ายทอย ทำให้รู้สึกเหมือนสมองกำลังถูกบิดขยี้

พวกเขาเดินผ่านซากอาคารสูงหลายสิบชั้นที่พังทลายลงมาเหลือเพียงโครงสร้างที่บิดเบี้ยว เศษกระจกแตกละเอียดเกลื่อนพื้น ผนังปูนที่เคยแข็งแรงบัดนี้กลายเป็นเศษผุยผง กลิ่นนั้นพาพวกเขาเลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบๆ ที่เคยเป็นตรอกหลังตึกสำนักงานเก่าๆ ตอนนี้มันกลายเป็นอุโมงค์แห่งความมืดมิดที่ถูกบดบังด้วยเศษเหล็กและซากรถยนต์ที่ชนกันอีรุงตุงนัง

เสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านช่องว่างระหว่างซากปรักหักพังฟังดูเหมือนเสียงครางของบางสิ่งบางอย่าง และแล้ว สิ่งที่พวกเขาเห็นก็ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก

เบื้องหน้าพวกเขา ในความมืดสลัวที่ถูกเจาะด้วยลำแสงไฟฉายจางๆ คือภาพที่ทำให้เลือดในกายเย็นเยียบ มันไม่ใช่ซากศพ ไม่ใช่โครงกระดูก แต่เป็นกำแพงขนาดมหึมาที่ปกคลุมด้วยสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น... เชื้อรา หรือบางอย่างคล้ายพืช แต่ไม่ใช่พืชที่พวกเขาเคยรู้จัก

มันเป็นก้อนเนื้อเยื่อสีดำคล้ำอมเขียวขนาดมหึมา ปกคลุมไปทั่วทั้งกำแพงตึกที่สูงลิบลิ่ว และยังลามไปตามพื้นดิน ราวกับเป็นเนื้อร้ายที่กำลังกัดกินทุกสิ่ง มันมีเส้นใยหนาๆ ยื่นออกมาเป็นพูๆ บางส่วนมีสีแดงเรื่อๆ เหมือนเลือดที่จับตัวเป็นก้อน และบางส่วนก็มีหนวดหรือก้านยื่นออกมาจากตัวมัน ราวกับมันกำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ชอนไชไปในอากาศที่เต็มไปด้วยอนุภาคของกลิ่นประหลาดนั้น

กลิ่นที่เคยบาดจมูก บัดนี้มันพุ่งเข้าโจมตีพวกเขาอย่างรุนแรง มันมาจากก้อนเนื้อเยื่อประหลาดนี้โดยตรง กลิ่นเหม็นเน่าที่ผสมผสานกับความหวานเลี่ยนบาดคออย่างรุนแรงจนทำให้พวกเขาต้องยกมือขึ้นปิดจมูกและปากโดยอัตโนมัติ

"มัน... มันคืออะไร" นัทกระซิบเสียงสั่น แสงไฟฉายในมือของเขาสั่นระริก

ป้าสมศรีตัวสั่นเทิ้ม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว "สิ่งอัปมงคล... ป้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลย"

อรรถรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เขาเคยเห็นความตาย ความเน่าเปื่อยมามากพอในโลกใบใหม่นี้ แต่สิ่งนี้... สิ่งนี้มันเหนือธรรมชาติ มันดูเหมือนสิ่งมีชีวิต แต่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เขารู้จัก มันแผ่ขยายออกไปอย่างไม่สิ้นสุด ราวกับกำลังดูดกลืนแสงและชีวิตจากทุกสิ่งรอบตัว

ก้อนเนื้อเยื่อประหลาดนั้นดูเหมือนจะส่องแสงเรืองรองอ่อนๆ ในความมืด สีเขียวอมดำของมันเรืองรองขึ้นมา ราวกับมันกำลังมีปฏิกิริยากับแสงไฟฉายที่ส่องไปโดน

แล้วสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องตะลึงก็ปรากฏขึ้น จากก้อนเนื้อเยื่อขนาดมหึมานั้น มีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ มันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่กว่าที่เห็นในตอนแรก มันค่อยๆ ขยับตัวออกจากผนังอาคารที่ปกคลุมด้วยเชื้อราประหลาด มันมีลักษณะคล้ายหนอนตัวมหึมา แต่มีผิวหนังขรุขระเป็นปุ่มปม และมีหนวดระยางค์ยื่นออกมาหลายเส้น แต่ละเส้นมีปลายแหลมคมคล้ายเข็มฉีดยา

มันดูเหมือนกำลังตื่นขึ้น จากก้อนเนื้อเยื่อสีเขียวอมดำ หนอนยักษ์ตัวนั้นค่อยๆ ยื่นส่วนหัวของมันออกมา มันมีดวงตาขนาดเล็กจำนวนมากเรียงรายอยู่รอบๆ ส่วนหัวที่บิดเบี้ยว และมีปากที่ดูเหมือนรอยแยกขนาดใหญ่ที่กำลังอ้าออก เผยให้เห็นฟันแหลมคมจำนวนนับไม่ถ้วนที่เรียงซ้อนกันอยู่ภายใน

ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น เสียงที่คล้ายกับเสียงของเนื้อที่ฉีกขาด ตามมาด้วยเสียงแผ่วเบาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่กำลังถูกดูดกลืน

มันกำลังกิน!

อรรถพยายามจะถอยหลัง แต่เท้าของเขากลับเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ด้วยความกลัว ตัวเขาแข็งทื่อไปหมด นัทก็เช่นกัน ส่วนป้าสมศรีทรุดลงไปนั่งกับพื้นแล้วด้วยความตกใจและอ่อนล้า

หนอนยักษ์ตัวนั้นหันดวงตาเล็กๆ จำนวนมากของมันมาทางพวกเขา ดูเหมือนมันจะสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา กลิ่นหวานเลี่ยนผสมเหม็นเน่านั้นพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรุนแรงจนแทบสำลัก

แล้วสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็เกิดขึ้น หนอนตัวนั้นเริ่มเคลื่อนที่ มันไม่ได้เคลื่อนที่อย่างช้าๆ อีกต่อไป แต่มันพุ่งตัวเข้าหาพวกเขาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ หนวดระยางค์ที่คล้ายเข็มฉีดยาพุ่งตรงมายังพวกเขาในความมืดมิด

"หนี! หนีเร็ว!" อรรถตะโกนสุดเสียง แต่เขารู้สึกได้ถึงแรงบางอย่างที่กระชากแขนของเขาให้ล้มลง และในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาไป อรรถก็เห็นบางอย่าง...

มันคือเงาขนาดใหญ่กว่าตัวหนอนยักษ์หลายเท่า เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังกลุ่มก้อนเนื้อเยื่อประหลาดนั้น ราวกับเป็นเจ้าของของทุกสิ่ง... และมันกำลังมองมายังพวกเขา

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พสุธากลืนชีพ

พสุธากลืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!