พสุธากลืนชีพ

ตอนที่ 10 — เสียงคำรามในความมืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

28 ตอน · 887 คำ

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าและโหดร้ายสำหรับกลุ่มผู้รอดชีวิต แสงแดดที่เคยอบอุ่นบัดนี้กลับแผดเผาผิวกายจนแสบร้อน ฝุ่นผงและเศษซากปรักหักพังกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกลมหายใจ การเดินทางของพวกเขาเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตรายที่คาดไม่ถึง หลังจากหลีกเลี่ยงอาคารสูงที่พลอยเห็นเงาปริศนา พวกเขาก็ต้องเผชิญกับสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ถนนหนทางขาดสะบั้น แม่น้ำเปลี่ยนทิศทาง ‌และหุบเหวลึกปรากฏขึ้นกลางเมืองที่เคยคึกคัก

เสบียงอาหารและน้ำดื่มร่อยหรอลงทุกที ความหิวโหยเริ่มกัดกินร่างกายและจิตใจของทุกคน หมอทิพย์พยายามใช้ความรู้ทางการแพทย์ที่มีอยู่ดูแลบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ และอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากความอ่อนเพลีย แต่เธอก็รู้ดีว่าหากไม่ได้รับอาหารและน้ำที่เพียงพอ พวกเขาคงจะไปไม่รอด

“เราต้องหาน้ำให้ได้” ดินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง ​ดวงตาของเขามองไปรอบๆ อย่างสิ้นหวัง “ไม่เช่นนั้นเราคงไปไม่ถึงไหน”

ฟ้าที่ดูอ่อนเพลียที่สุดในกลุ่มทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ดวงตาของเธอพร่ามัวไปด้วยความเหนื่อยล้าและกระหายน้ำ “หนูไม่ไหวแล้วค่ะพี่ดิน” เสียงของเธอเบาหวิวราวกับจะขาดใจ

พลอยรีบเข้าไปประคองฟ้า “อดทนหน่อยนะฟ้า เราต้องหาน้ำให้ได้” ‍เธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่พยายามเก็บซ่อนความอ่อนแอไว้ภายใน

เมฆชี้ไปยังซากอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก “พี่ดินครับ ตรงนั้นอาจจะมีอะไรเหลืออยู่ก็ได้นะครับ”

ดินมองตามที่เมฆชี้ “มันเสี่ยงนะเมฆ ตึกพวกนั้นอาจจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ”

“แต่เราไม่มีทางเลือกแล้วนี่ครับ” เมฆตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าเราไม่เสี่ยง ‌เราก็อาจจะตายเพราะขาดน้ำ”

คำพูดของเมฆทำให้ทุกคนเงียบไปชั่วขณะ มันคือความจริงที่โหดร้ายที่ทุกคนต้องยอมรับ ในโลกที่พังทลายนี้ ความเสี่ยงคือส่วนหนึ่งของการมีชีวิตรอด

“เอาล่ะ” ดินตัดสินใจ “เราจะไปที่นั่น แต่ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด”

พวกเขาค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ซากอาคารพาณิชย์แห่งนั้นอย่างช้าๆ ‍ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เสียงกรอบแกรบของเศษแก้วและอิฐหินที่แตกหักดังขึ้นทุกครั้งที่เท้าสัมผัสพื้น อาคารแห่งนี้เคยเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ บัดนี้มันกลายเป็นโครงกระดูกที่น่ากลัว ผนังบางส่วนถล่มลงมา เผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่บิดเบี้ยว

เมื่อเข้าไปภายในอาคาร ความมืดมิดและความอับชื้นเข้าปะทะ พวกเขาใช้ไฟฉายส่องนำทาง ​แสงไฟสาดส่องไปกระทบกับชั้นวางสินค้าที่ล้มระเนนระนาด หุ่นโชว์เสื้อผ้าที่ไร้ศีรษะ และข้าวของเครื่องใช้ที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นเหม็นเน่าบางอย่างทำให้ทุกคนรู้สึกคลื่นไส้

“ระวังตัวด้วยนะทุกคน” ดินกระซิบ “อาจจะมีอะไรซ่อนอยู่”

พวกเขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ อย่างเงียบเชียบ ความหวังที่จะพบน้ำหรืออาหารยังคงเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาก้าวต่อไป ​พลอยรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากมุมมืดบางแห่ง เธอพยายามสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป แต่สัญชาตญาณกลับบอกเธอว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ

จู่ๆ เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นมาจากชั้นบนของอาคาร เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่าทั่วไป แต่มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโกรธ และความบ้าคลั่ง ​มันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย

ทุกคนหยุดชะงักทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและความหวาดกลัว

“เสียงอะไรน่ะ!” ฟ้าอุทานเสียงสั่น

“มันมาจากข้างบน” เมฆชี้ขึ้นไปข้างบนด้วยมือที่สั่นเทา

ดินรีบดึงพลอยและฟ้าเข้ามาใกล้ “ถอยออกไปก่อน!” เขาพูดเสียงเข้ม

แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะถอยออกไป เสียงคำรามนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันใกล้เข้ามามากกว่าเดิม พร้อมกับเสียงครืดคราดของการเคลื่อนไหวที่หนักหน่วง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างขนาดใหญ่กำลังคลานลงมาจากชั้นบน

“มันกำลังลงมา!” หมอทิพย์ร้องเตือน

พลอยมองไปยังบันไดเลื่อนที่พังทลายบางส่วน เธอเห็นเงาร่างตะคุ่มๆ เคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น มันใหญ่โตกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก และเคลื่อนไหวอย่างผิดธรรมชาติ แขนขาที่ยาวผิดรูปและบิดเบี้ยว ดวงตาที่เรืองแสงในความมืดมิด

“วิ่ง!” ดินตะโกนสุดเสียง

ทุกคนหันหลังกลับและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เสียงฝีเท้าของพวกเขาก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดินที่มืดมิด เสียงคำรามของสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นดังไล่หลังมาติดๆ พร้อมกับเสียงครืดคราดที่บ่งบอกว่ามันกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ

พลอยรู้สึกถึงอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย เธอวิ่งสุดฝีเท้าโดยไม่หันกลับไปมองข้างหลัง เธอได้ยินเสียงหอบหายใจของฟ้าที่วิ่งอยู่ข้างๆ และเสียงฝีเท้าของดินกับเมฆที่ตามมาติดๆ หมอทิพย์วิ่งอยู่รั้งท้าย พยายามตามให้ทัน

ขณะที่พวกเขาวิ่งผ่านซอกหลืบหนึ่ง พลอยเหลือบไปเห็นเงาร่างนั้นชัดเจนขึ้นภายใต้แสงไฟฉายที่สาดส่องไปมา มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสยดสยอง ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูป ผิวหนังซีดเผือดราวกับไม่เคยโดนแสงแดด ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่ลุกโชน ฟันแหลมคมโผล่พ้นริมฝีปากที่ฉีกขาด

มันคือสิ่งที่พลอยเคยเห็นเป็นเงาปริศนาเมื่อคืนก่อน แต่คราวนี้มันปรากฏตัวอย่างชัดเจนและน่ากลัวยิ่งกว่าที่คิด

“มันเร็วมาก!” เมฆตะโกน

ดินหันกลับไปยิงปืนใส่สิ่งมีชีวิตนั้น เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในความมืด แต่กระสุนดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับมันเลย มันยังคงพุ่งเข้ามาอย่างไม่ลดละ

“กระสุนไม่เข้า!” ดินตะโกนด้วยความตกใจ

พวกเขาต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด พลอยพยายามมองหาทางหนีทีไล่ ขณะที่วิ่งผ่านชั้นวางสินค้าที่ล้มระเนนระนาด เธอเห็นช่องว่างเล็กๆ ที่พอจะลอดออกไปได้

“ทางนี้!” พลอยตะโกนชี้ไปที่ช่องว่างนั้น

ทุกคนพุ่งตัวเข้าไปในช่องว่างนั้นอย่างไม่คิดชีวิต สิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นพยายามจะตามเข้ามา แต่มันมีขนาดใหญ่เกินไปที่จะลอดผ่านช่องแคบๆ นั้นได้ มันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พยายามใช้แขนที่ยาวผิดรูปทุบทำลายสิ่งกีดขวาง แต่ก็ไม่เป็นผล

พวกเขารอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ความหวาดกลัวยังคงเกาะกินจิตใจ ทุกคนหอบหายใจอย่างหนัก หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก

“มัน...มันคืออะไรกันแน่” ฟ้าถามเสียงสั่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความตกใจ

“ฉันก็ไม่รู้” ดินตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ “แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่คน”

หมอทิพย์พยายามสงบสติอารมณ์ “มันดูเหมือนจะกลายพันธุ์จากอะไรบางอย่าง”

พลอยมองย้อนกลับไปยังอาคารที่พวกเขาวิ่งหนีออกมา ภาพของสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นยังคงติดตา มันเป็นสัญญาณเตือนว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่อันตรายจากธรรมชาติอีกต่อไปแล้ว แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด รอคอยที่จะกลืนกินทุกชีวิตที่หลงเข้ามา

ความหวังที่จะหาน้ำและอาหารในวันนี้ดูเหมือนจะริบหรี่ลงไปอีกขั้น พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยความมืดมิดและสิ่งที่ไม่รู้จักมากกว่าที่เคยจินตนาการไว้

“เราต้องไปจากที่นี่” ดินพูดเสียงหนักแน่น “ตอนนี้เลย”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อไป แม้จะรู้ว่าข้างหน้าอาจจะมีอันตรายที่เลวร้ายยิ่งกว่ารออยู่ก็ตาม แต่การยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับพวกเขา

พวกเขาเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ทิ้งซากอาคารพาณิชย์และเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวไว้เบื้องหลัง แสงแดดยามบ่ายที่เคยให้ความอบอุ่นบัดนี้กลับรู้สึกเหมือนเป็นแสงที่ไร้ความปราณี ส่องให้เห็นถึงความว่างเปล่าและความสิ้นหวังที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง

แต่ในความสิ้นหวังนั้น ยังคงมีประกายแห่งความหวังเล็กๆ ที่ยังคงส่องสว่างอยู่ในจิตใจของพวกเขา ความหวังที่จะมีชีวิตรอด ความหวังที่จะได้เห็นวันพรุ่งนี้ และความหวังที่จะได้พบกับโลกที่ดีกว่านี้ในสักวันหนึ่ง


หน้านิยาย
หน้านิยาย
พสุธากลืนชีพ

พสุธากลืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!