พสุธากลืนชีพ

ตอนที่ 3 — ร่องรอยแห่งความหวัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

28 ตอน · 747 คำ

แสงตะวันยามเช้าของวันใหม่ส่องลอดผ่านม่านฝุ่นควันลงมาอย่างเลือนราง อรรถตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งตัว หลังของเขาฟกช้ำจากการกระแทกเมื่อคืน และความหิวโหยเริ่มกัดกินกระเพาะอาหาร เขาใช้เวลาทั้งคืนนั่งพิงโขดหินที่โผล่ขึ้นมาใหม่ หนาวสั่นท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างน่าประหลาดใจ ผิดวิสัยกับอากาศร้อนของเมืองไทย

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาแหล่งน้ำและอาหาร อรรถสำรวจรอบๆ ‌บริเวณที่เขายืนอยู่ สิ่งที่เคยเป็นสวนของเขา ตอนนี้กลายเป็นเนินดินที่ลาดชันและเต็มไปด้วยเศษซาก เขาต้องเคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง เพราะพื้นดินยังคงไม่มั่นคงและมีรอยร้าวอยู่ทั่วไป ประสบการณ์จากการเป็นทหารพรานและใช้ชีวิตในป่าสอนให้เขาสังเกตสิ่งรอบตัวอย่างละเอียด

เขาเดินลัดเลาะไปตามทางที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นถนนดินลูกรัง แต่ตอนนี้มันถูกยกขึ้นบ้าง ยุบลงบ้าง ​จนแทบจะจำสภาพเดิมไม่ได้ สิ่งที่เคยเป็นต้นไม้ใหญ่ถูกถอนรากถอนโคนและทับถมกันเป็นกองสูง บางต้นติดค้างอยู่บนหน้าผาที่ก่อตัวขึ้นใหม่ ดูน่าหวาดเสียว

หลังจากเดินมาได้ราวครึ่งชั่วโมง เขาก็พบกับร่องรอยของลำธารเก่าที่ตอนนี้กลายเป็นแอ่งน้ำขังขนาดเล็ก ๆ อรรถทรุดตัวลงคุกเข่า เขี่ยเศษใบไม้และดินออก ‍แล้วค่อย ๆ ตักน้ำขึ้นมาจิบอย่างระมัดระวัง แม้จะขุ่นเล็กน้อย แต่ก็เป็นน้ำที่จำเป็นต่อชีวิต เขาตัดสินใจพักอยู่ที่นี่ชั่วคราว เพื่อสำรวจหาอาหารที่พอจะหาได้จากพืชผักหรือผลไม้ป่าที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่

ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุม อรรถได้ยินเสียงบางอย่าง ‌มันเป็นเสียงที่แผ่วเบามาก แต่ไม่ใช่เสียงของธรรมชาติ เสียงนั้นเหมือนกับเสียงคนเรียกขอความช่วยเหลือ หรือไม่ก็เสียงสะอื้น อรรถหยุดชะงัก ชะง้ำฟังอย่างตั้งใจ เสียงนั้นดังมาจากทิศทางของซากเมืองที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาลังเลอยู่ชั่วขณะ ‍ความเป็นทหารพรานสั่งให้เขาระมัดระวังภัย แต่ความเป็นมนุษย์ก็กระตุ้นให้เขาเข้าไปช่วย

เขาตัดสินใจเดินไปตามเสียงนั้นอย่างช้าๆ พยายามพรางตัวไปตามซากปรักหักพังที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาทึบ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวล เสียงสะอื้นนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอสวมชุดนักศึกษาที่มอมแมม ใบหน้าเปื้อนฝุ่นและคราบน้ำตา ​ผมเผ้ายุ่งเหยิง นั่งกอดเข่าอยู่ใต้ซากกำแพงที่ยังพอมีหลังคาหลงเหลืออยู่บ้าง

"คุณ... คุณโอเคไหม" อรรถถามเสียงเบา หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวง

"ใครน่ะ! อย่าเข้ามานะ!" เธอตะโกน ​พยายามถอยห่าง แต่ก็ทำได้ไม่มากเพราะพื้นที่ถูกจำกัดด้วยซากปรักหักพัง

"ใจเย็น ๆ ผมไม่ใช่คนร้าย ผมก็แค่... ผู้รอดชีวิตเหมือนคุณ" อรรถพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด "คุณได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"

หญิงสาวมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ ​แต่เมื่อเห็นท่าทีที่สงบนิ่งและเสื้อผ้าที่มอมแมมไม่ต่างจากเธอ เธอค่อยๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย "ฉัน... ฉันไม่เป็นอะไรมาก แค่ตกใจ แล้วก็... หิว" เสียงของเธอขาดห้วง อรรถสังเกตเห็นว่าแขนของเธอมีรอยถลอกปอกเปิก และข้อเท้าข้างหนึ่งดูเหมือนจะบวมเล็กน้อย

"ผมชื่ออรรถ" เขาแนะนำตัว "คุณล่ะ"

"ลดาค่ะ... เป็นนักศึกษาสัตวแพทย์" เธอตอบ พยายามเช็ดคราบน้ำตา "ฉันติดอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เมื่อคืน โทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณ เดินไปไหนก็ไม่ได้"

"คุณโชคดีแล้วที่ยังไม่เป็นอะไรมาก" อรรถกวาดสายตามองไปรอบๆ "โลกมันเปลี่ยนไปแล้วลดา ที่นี่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"

ลดาพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเธอมองไปยังซากเมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางความเจริญ ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงกองหินปูนและเศษเหล็กที่บิดเบี้ยว "ฉันเห็นมัน... กำแพงสูงพวกนั้น รอยแยกขนาดใหญ่ ฉันนึกว่าฉันฝันไป"

"มันคือความจริง" อรรถพูดอย่างหนักแน่น "เราต้องหาทางรอดจากที่นี่ ผมเจอแหล่งน้ำเล็ก ๆ อยู่ไม่ไกลนัก เราน่าจะไปพักตรงนั้นก่อน"

ลดาพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ข้อเท้าที่บวมทำให้เธอเจ็บปวดจนทรุดลง "ฉันเดินไม่ไหวค่ะ"

อรรถไม่พูดอะไร เขาเดินเข้าไปหาเธออย่างระมัดระวัง ก่อนจะยื่นมือออกไป "เดี๋ยวผมช่วยประคอง"

ลดาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ความจำเป็นและสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดทำให้เธอตัดสินใจเชื่อใจเขา เธอจับมืออรรถ อรรถค่อยๆ พยุงเธอขึ้นอย่างช้าๆ ลดาพยายามจะลงน้ำหนักที่ขาข้างที่ไม่บาดเจ็บ

"เราต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด" อรรถบอก "กลางคืนที่นี่อันตรายเกินไป"

เขาทั้งสองค่อยๆ เดินออกจากซากปรักหักพังที่เคยเป็นเมือง ลดาเหลียวหลังกลับไปมองอาคารที่เคยเป็นมหาวิทยาลัยของเธอ ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงโครงสร้างที่หักงอและพังทลายลงมา เสียงร้องไห้เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นในแววตา เธอยังไม่เข้าใจทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รู้เพียงว่าเธอต้องมีชีวิตรอด

ขณะที่พวกเขาเดินไปตามเส้นทางที่อรรถจำได้ ก็ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายแรก: พื้นดินที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและมีรอยแยกเล็ก ๆ อยู่ทั่วไป อรรถใช้ทักษะในการนำทางและสำรวจพื้นที่ของเขา เพื่อนำทางลดาไปยังแหล่งน้ำที่ปลอดภัยที่สุด เขาเลี่ยงก้อนหินที่อาจจะพลิกตัวได้ และพยายามเลือกเส้นทางที่มั่นคงที่สุด ลดาเองก็พยายามอย่างเต็มที่ เธอพยุงตัวเองด้วยการจับไหล่อรรถ และระมัดระวังทุกย่างก้าว

"คุณพอจะมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลไหม" อรรถถาม ขณะที่พวกเขาเดินไปเรื่อย ๆ

"นิดหน่อยค่ะ... เรียนมาบ้างจากวิชาพื้นฐาน" ลดาตอบ "แต่ไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย"

"ไม่เป็นไร แค่รู้วิธีดูแผลก็พอ" อรรถพยักหน้า "เราต้องหาสมุนไพรหรืออะไรบางอย่างมาช่วยได้บ้าง"

เมื่อพวกเขามาถึงแอ่งน้ำ อรรถจัดการหาไม้และใบไม้แห้งมาจุดไฟอย่างรวดเร็ว เขาสอนลดาให้สังเกตทิศทางลมและวิธีป้องกันไม่ให้ควันไฟไปรบกวนสัตว์ป่า ลดาจัดการทำความสะอาดบาดแผลที่แขนและข้อเท้าของเธออย่างระมัดระวัง แม้จะไม่มีอุปกรณ์ แต่เธอก็พยายามอย่างเต็มที่

ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง ท้องฟ้ายังคงเต็มไปด้วยฝุ่นควันและดวงดาวที่มองเห็นได้เพียงริบหรี่ อรรถและลดานั่งอยู่ข้างกองไฟเล็ก ๆ ที่ให้ความอบอุ่นและความหวังเล็ก ๆ ท่ามกลางความสิ้นหวังของโลกที่เปลี่ยนไป

"คุณคิดว่าจะมีใครรอดอีกไหมคะ" ลดาถาม เสียงของเธอแผ่วเบา

อรรถจ้องมองเข้าไปในเปลวไฟที่เต้นระริก "ผมไม่รู้ลดา แต่ตราบใดที่เรายังหายใจ เราก็ต้องสู้ต่อไป"

บททดสอบแรกของการเอาชีวิตรอดผ่านพ้นไป อรรถและลดาต่างก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางอันยาวนานและโหดร้ายในโลกใบใหม่ที่ถูก "พสุธากลืนชีพ" ไปแล้ว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พสุธากลืนชีพ

พสุธากลืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!