เช้าวันรุ่งขึ้น อรรถและลดาตัดสินใจออกเดินทางต่อไป แม้ข้อเท้าของลดาจะยังคงบวมและเจ็บ แต่เธอก็ยืนกรานที่จะไม่เป็นภาระ อรรถใช้เสื้อที่พอจะหาได้ฉีกเป็นผ้าพันแผลชั่วคราวให้เธอ ทำให้พอลดแรงกดทับได้บ้าง เป้าหมายของพวกเขาคือการหาสิ่งของจำเป็นในซากเมืองที่อยู่ไม่ไกลนัก ด้วยความหวังว่าจะเจออาหาร น้ำสะอาด หรือยารักษาโรค
การเดินทางในซากเมืองนั้นเป็นเหมือนการเดินในเขาวงกตที่เต็มไปด้วยอันตราย ตึกรามบ้านช่องที่เคยสูงตระหง่านได้กลายเป็นเพียงกองอิฐและเศษเหล็กที่บิดงอ ถนนทุกสายถูกตัดขาดด้วยรอยแยกที่เกิดขึ้นใหม่ บ้างก็ถูกยกขึ้นสูง บ้างก็ทรุดตัวลงจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นฝุ่น ควัน และกลิ่นแปลกประหลาดที่ไม่อาจระบุได้
"ระวังพื้นข้างหน้าลดา อย่าเข้าใกล้ขอบมากไป" อรรถเตือน เมื่อลดาพยายามจะชะโงกหน้ามองลงไปในหุบเหวลึกที่เคยเป็นถนนลาดยาง
พวกเขาต้องปีนป่าย ข้ามสิ่งกีดขวาง และหลบเลี่ยงพื้นที่ที่ดูไม่มั่นคงอยู่ตลอดเวลา อรรถใช้ทักษะการสำรวจเส้นทางของเขาในการนำทาง ส่วนลดาพยายามจดจำเส้นทางและสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อไม่ให้หลงทาง ท่ามกลางซากปรักหักพัง เสียงความเงียบงันกลับน่าขนลุกมากกว่าเสียงอึกทึกครึกโครม มันเป็นความเงียบที่บอกเล่าถึงความสูญเสียครั้งใหญ่
ขณะที่พวกเขากำลังสำรวจร้านขายของชำที่พังทลาย อรรถก็สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวบางอย่างเบื้องหลังซากกำแพงที่พังครืนลงมา เขาชะงัก ลดาที่เดินตามหลังมาติด ๆ ก็หยุดเช่นกัน
"มีใครอยู่ที่นั่นไหม" อรรถตะโกนออกไป เสียงของเขาดังก้องไปทั่วซากปรักหักพัง
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบที่หนักอึ้ง อรรถส่งสัญญาณให้ลดายืนอยู่ข้างหลังเขา ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้ซากกำแพงนั้นอย่างระมัดระวัง มือของเขากำมีดพกที่เขาเจอในซากบ้านเมื่อวานแน่น มันเป็นอาวุธเดียวที่เขามี
ทันใดนั้น ร่างของชายร่างใหญ่คนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากด้านหลังกำแพง เขาสวมเสื้อผ้าคนงานที่สกปรกมอมแมม ใบหน้าเคร่งขรึมและดูเหนื่อยล้า ในมือของเขาถือท่อแป๊บเหล็กที่โค้งงอ เขาจ้องมองมาที่อรรถและลดาด้วยสายตาที่ระแวดระวัง
"พวกแกเป็นใคร มาทำอะไรแถวนี้" ชายร่างใหญ่ถาม เสียงของเขาห้าวและเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร
"เราก็แค่ผู้รอดชีวิตที่กำลังหาทางรอดเหมือนคุณ" อรรถตอบอย่างใจเย็น "ผมชื่ออรรถ นี่ลดา"
ชายคนนั้นยังคงไม่ลดความระแวดระวัง "ฉันชื่อกำปั้น ฉันกำลังหาทางออกไปจากเขาวงกตบ้าๆ นี่"
"เราก็เหมือนกัน" ลดาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร "คุณพอจะรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น มันทำไมถึงเป็นแบบนี้"
กำปั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ใครจะไปรู้ ผมทำงานอยู่บนไซต์ก่อสร้างตอนที่มันเกิดขึ้น ตึกทั้งตึกถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ตาย" เขากวาดสายตามองไปรอบๆ "ที่นี่มันนรกชัดๆ"
ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกันอย่างตึงเครียด พื้นดินเบื้องล่างก็เกิดการสั่นสะเทือนอีกครั้ง เป็นระลอกที่เล็กกว่าเมื่อคืน แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เศษซากปรักหักพังรอบตัวพวกเขาสั่นคลอน เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมา กำปั้นและอรรถรีบหันไปมองหาที่กำบัง ลดาหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
"ระวัง!" อรรถตะโกน ขณะที่เห็นคานเหล็กขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่เหนือศีรษะกำลังจะร่วงลงมา
กำปั้นไม่รอช้า เขากระโจนเข้าผลักอรรถและลดาออกไปจากจุดอันตราย ก่อนที่คานเหล็กนั้นจะฟาดลงมาบนพื้นอย่างจัง เกิดเป็นเสียงดังกึกก้องและกลุ่มฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว
เมื่อฝุ่นจางลง พวกเขาก็เห็นว่าจุดที่คานเหล็กตกลงมานั้นอยู่ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่เพียงไม่กี่ก้าว หากกำปั้นไม่ผลักพวกเขาออกไป พวกเขาคงถูกทับตายอย่างแน่นอน
"ขอบคุณ" อรรถพูดอย่างจริงใจ กำปั้นพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าของเขาผ่อนคลายลง
"คุณแข็งแรงมากเลยนะ" ลดาพูดเสริม
"ผมเป็นช่างก่อสร้างน่ะ" กำปั้นตอบ "แต่ตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว"
"มีประโยชน์สิ" อรรถแย้ง "ที่นี่เราต้องใช้แรงกาย และความรู้ในการจัดการกับโครงสร้างที่พังทลาย ถ้าคุณไม่รังเกียจ เรามาเดินทางไปด้วยกันไหม? หลายหัวดีกว่าหัวเดียว"
กำปั้นมองอรรถและลดา เขาสังเกตเห็นแววตาของความจริงใจและความมุ่งมั่นในตัวอรรถ รวมถึงความเปราะบางแต่แข็งแกร่งของลดา เขาน่าจะอยู่คนเดียวได้ แต่ในโลกแบบนี้ การมีเพื่อนร่วมทางอาจจะเป็นสิ่งจำเป็น
"เอาสิ" กำปั้นตอบในที่สุด "แต่ผมขอแน่ใจนะว่าพวกคุณไม่ใช่พวกหาเรื่อง"
"เราต่างหากที่ต้องระวังคุณ" ลดาแหย่เล็กน้อย พยายามสร้างบรรยากาศ
ทั้งสามคนตัดสินใจร่วมเดินทางกัน อรรถเป็นผู้นำและนักวางแผน กำปั้นเป็นผู้ใช้แรงงานและผู้คุ้มกัน ส่วนลดามีความรู้ด้านการปฐมพยาบาลและสติปัญญา แม้จะยังมีความไม่ไว้วางใจเล็กน้อย แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้บีบบังคับให้พวกเขาต้องพึ่งพาอาศัยกัน
พวกเขาเริ่มสำรวจซากเมืองต่อ โดยมีกำปั้นช่วยเปิดทางและเคลื่อนย้ายสิ่งของที่กีดขวาง เขามีความรู้เรื่องโครงสร้างอาคารเป็นอย่างดี สามารถบอกได้ว่าจุดไหนที่มั่นคง หรือจุดไหนที่อันตราย การมีเขาทำให้การเดินทางของพวกเขามีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาพบร้านขายยาที่พังทลายไปเกือบทั้งหมด แต่ก็ยังพอจะหายาแก้ปวด พลาสเตอร์ และแอลกอฮอล์มาได้บ้าง ลดาจัดการทำแผลให้ตัวเองและอรรถอย่างระมัดระวัง พวกเขายังพบกระป๋องอาหารสำเร็จรูปที่ยังไม่เสียหายอีกสองสามกระป๋อง ซึ่งเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่ล้ำค่าในยามนี้
เมื่อตะวันลับขอบฟ้า พวกเขาตัดสินใจหาที่พักพิงในอาคารที่ดูมั่นคงที่สุดที่พวกเขาเจอ มันเป็นอาคารเก่าที่สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กที่ดูเหมือนจะทนทานกว่าอาคารอื่น ๆ แม้จะได้รับความเสียหายไปบ้างก็ตาม
รอบกองไฟเล็ก ๆ กำปั้นเล่าเรื่องราวของเขาให้ฟัง เขาเป็นคนงานก่อสร้างชาวอีสานที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และเพิ่งจะกลับบ้านไปเยี่ยมญาติเมื่อช่วงเทศกาล ทำให้เขารอดมาได้จากมหาวิบัติในเมืองหลวง ลดาเล่าถึงชีวิตนักศึกษาของเธอที่เต็มไปด้วยความฝันและความหวัง อรรถเล่าถึงชีวิตเรียบง่ายในป่าของเขา
แม้โลกภายนอกจะเต็มไปด้วยความโหดร้ายและอันตราย แต่ภายในวงล้อมของกองไฟเล็ก ๆ นี้ ความสัมพันธ์ของคนแปลกหน้าสามคนก็เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย ความรู้สึกของการมี "พวกพ้อง" ทำให้หัวใจของพวกเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง ท่ามกลางเขาวงกตแห่งซากปรักหักพังนี้ พวกเขาจะต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันเพื่อก้าวผ่านไปให้ได้

พสุธากลืนชีพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก