รุ่งเช้าของวันถัดมา กลุ่มผู้รอดชีวิตทั้งสามคน อรรถ ลดา และกำปั้น ตัดสินใจออกเดินทางต่อ เป้าหมายของพวกเขาคือการออกจากซากเมืองแห่งนี้ให้ได้ เพื่อมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยกว่า เช่น บริเวณที่สูง หรือพื้นที่ที่ดูเหมือนจะยังคงสภาพป่าอยู่บ้าง
ขณะที่พวกเขากำลังเดินลัดเลาะไปตามถนนที่เต็มไปด้วยรอยแยกและซากปรักหักพังที่คล้ายกับเขาวงกต พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้แผ่วๆ ดังมาจากด้านหลังกองซากรถยนต์ที่ไหม้เกรียม อรรถชะงัก กำปั้นหันไปมองหน้าเขา ลดาเองก็หยุดเดินเช่นกัน
"เสียงอะไรน่ะ" ลดาถาม เสียงของเธอกระซิบเบาๆ
อรรถส่งสัญญาณให้ทุกคนอยู่เงียบๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้แหล่งกำเนิดเสียงนั้นอย่างระมัดระวัง กำปั้นเดินตามมาติดๆ พร้อมกับท่อแป๊บเหล็กในมือ ลดาอยู่ด้านหลัง คอยระแวดระวังรอบข้าง
เมื่อพวกเขาอ้อมไปถึงด้านหลังกองซากรถยนต์ ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก ร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่ข้างซากรถยนต์คันหนึ่ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและฝุ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เธอตัวสั่นเทา และยังคงส่งเสียงสะอื้นเบาๆ
"น้อง! หนูเป็นอะไร" ลดาเป็นคนแรกที่หลุดจากภวังค์ เธอรีบเดินเข้าไปหาเด็กหญิงคนนั้นด้วยความเป็นห่วง
เด็กหญิงสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้างและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอพยายามจะคลานหนี แต่ร่างกายดูอ่อนแรงเกินกว่าจะทำเช่นนั้นได้
"อย่ากลัวนะลูก พวกเราไม่ใช่คนร้าย" ลดาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอคุกเข่าลงใกล้ๆ เพื่อให้ตัวเองอยู่ในระดับเดียวกับเด็กหญิง "หนูชื่ออะไรจ๊ะ มาอยู่ตรงนี้คนเดียวได้ยังไง"
เด็กหญิงยังคงสะอื้นไห้ เธอพยายามจะพูด แต่เสียงของเธอกลับติดอยู่ในลำคอ
อรรถเดินเข้ามาใกล้ เขาเห็นว่าเด็กหญิงดูเหมือนจะอยู่ในอาการช็อกและหวาดกลัวอย่างรุนแรง เขาสังเกตเห็นตุ๊กตาหมีตัวเล็กๆ ที่เธอซุกไว้ในอ้อมแขน
"ไม่ต้องกลัวนะหนู" อรรถพูด "พวกเราจะช่วยหนูเอง"
กำปั้นมองดูเด็กหญิงด้วยสีหน้าเป็นห่วง เขามีลูกสาววัยไล่เลี่ยกันอยู่ที่บ้าน "พ่อแม่หนูอยู่ไหนจ๊ะ"
เด็กหญิงส่ายหน้าไปมา พร้อมกับสะอื้นหนักขึ้นอีกครั้ง เธอกอดตุ๊กตาหมีแน่น อรรถเดาว่าเธอคงจะสูญเสียพ่อแม่ไปในเหตุการณ์ภัยพิบัติ
"เราจะทำยังไงกันดีคะอรรถ" ลดาหันไปถามอรรถ "เราจะทิ้งน้องไปคนเดียวไม่ได้"
อรรถถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าการมีเด็กเล็กมาด้วยจะทำให้การเดินทางของพวกเขาช้าลงและอันตรายมากขึ้น แต่เขาจะทิ้งเด็กคนนี้ไว้ตามลำพังท่ามกลางโลกที่โหดร้ายแบบนี้ได้อย่างไร
"เราต้องพาน้องไปด้วย" อรรถพูดอย่างหนักแน่น "เราจะปล่อยให้น้องอยู่คนเดียวไม่ได้"
กำปั้นพยักหน้าเห็นด้วย "ผมก็คิดแบบนั้นแหละ"
ลดาคลานเข้าไปใกล้เด็กหญิงอีกครั้ง เธอค่อยๆ เอามือลูบผมของเด็กหญิงอย่างอ่อนโยน "หนูชื่ออะไรจ๊ะ"
"นิดา..." เด็กหญิงตอบเสียงแผ่วเบา "หนูชื่อนิดา"
เมื่อนิดาพอจะสงบลงได้บ้าง พวกเขาก็พยายามซักถามเรื่องราวจากเธอ แต่สิ่งที่นิดาสามารถบอกได้มีเพียงเรื่องราวที่ขาดหายและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอบอกว่าพ่อแม่ของเธอหายไปหลังจากเสียงดังและแผ่นดินไหว เธอมองหาพวกเขา แต่ก็ไม่พบอีกเลย
กลุ่มของอรรถจึงมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน การมีน้องนิดาเข้ามา ทำให้ความรู้สึกของกลุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง น้องนิดาเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนความเปราะบางของมนุษย์ และเป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่ริบหรี่
อรรถแบ่งน้ำและอาหารที่เหลืออยู่เล็กน้อยให้นิดา ลดาจัดการดูแลแผลถลอกและรอยฟกช้ำของน้องนิดาอย่างอ่อนโยน เธอพยายามพูดคุยกับนิดา เพื่อปลอบประโลมและสร้างความรู้สึกปลอดภัย
ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางต่อไป ลดาอดคิดถึงชีวิตก่อนหน้านี้ไม่ได้ เธอเป็นนักศึกษาสัตวแพทย์ที่มุ่งมั่น มีความฝันที่จะช่วยเหลือสัตว์ป่วย แต่ตอนนี้โลกทั้งใบได้พังทลายลง ความฝันเหล่านั้นดูเหมือนจะเลือนรางไปในความมืดมิด
กำปั้นเองก็คิดถึงลูกสาวและภรรยาที่บ้าน เขาไม่รู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องครอบครัวได้กัดกินหัวใจของเขา
ส่วนอรรถ เขาก็ย้อนนึกถึงความสงบสุขของการใช้ชีวิตในป่า การล่าสัตว์ หาของป่า ที่เคยเป็นเรื่องปกติธรรมดา ตอนนี้มันกลายเป็นทักษะที่จำเป็นในการเอาชีวิตรอดอย่างแท้จริง
การเดินทางของพวกเขาดูเหมือนจะหนักขึ้นเมื่อมีน้องนิดา แต่ก็มีบางสิ่งที่เปลี่ยนไป ความสิ้นหวังที่เคยกัดกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเด็กน้อยคนนี้ น้องนิดาเป็นเหมือนแสงเทียนเล็ก ๆ ที่จุดประกายความหวังในจิตใจของพวกเขา ว่าบางทีอาจจะยังมีอนาคตรออยู่
พวกเขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งอรรถคาดว่าน่าจะเป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ห่างจากรอยแยกใหญ่และซากเมือง พวกเขาหวังว่าจะพบแหล่งน้ำที่สะอาดและอาหารที่อุดมสมบูรณ์กว่าในป่า
"เราต้องไปจากที่นี่ให้ได้นิดา" ลดาพูดกับน้องนิดาพลางกอดเด็กน้อยเบาๆ "เราจะหาที่ที่ปลอดภัยกว่านี้"
น้องนิดาเงยหน้าขึ้นมองลดา ดวงตาของเธอยังคงเต็มไปด้วยความเศร้า แต่ก็มีความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่
กลุ่มผู้รอดชีวิตทั้งสี่คนเดินต่อไปท่ามกลางซากปรักหักพังของโลกที่เคยรุ่งเรือง แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นเพียงอนุสาวรีย์แห่งความพินาศ แต่ท่ามกลางความมืดมิดนั้น สายใยแห่งความเห็นอกเห็นใจและความผูกพันก็ได้ก่อตัวขึ้น พวกเขาต่างรู้ดีว่าการเดินทางยังอีกยาวไกล และเต็มไปด้วยอันตราย แต่พวกเขาจะก้าวต่อไปด้วยกัน

พสุธากลืนชีพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก