เมื่อออกจากซากเมืองมาได้ระยะหนึ่ง อรรถพยายามนำทางกลุ่มมุ่งหน้าสู่พื้นที่สูงที่เขาจำได้ว่าเป็นเนินเขาเล็ก ๆ และมีแหล่งน้ำจากป่าที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ พวกเขาเดินมาตลอดทั้งวัน โดยมีกำปั้นช่วยประคองน้องนิดาและบางครั้งก็แบกเธอขึ้นบ่า เพื่อให้ลดาได้พักเท้าบ้าง น้องนิดาแม้จะยังหวาดกลัว แต่ก็เริ่มปรับตัวและไว้ใจกลุ่มมากขึ้น ลดาพยายามเล่านิทานและร้องเพลงเบาๆ เพื่อปลอบประโลมเธอ
เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่อรรถจำได้ มันเป็นพื้นที่ป่าที่ยังพอจะคงสภาพอยู่ได้ แต่ก็มีร่องรอยของการทรุดตัวและรอยแยกเล็ก ๆ อยู่ทั่วไป อรรถพบถ้ำเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่พอจะเป็นที่พักพิงได้ชั่วคราว ถ้ำแห่งนี้อยู่สูงจากพื้นดินประมาณหนึ่ง ทำให้รู้สึกปลอดภัยจากการรบกวนของสัตว์ป่าที่อาจจะปรากฏตัวขึ้นมา
อรรถจัดการจุดกองไฟ กำปั้นช่วยหาไม้มาเติมเชื้อเพลิง ลดาตรวจดูอาการของนิดาและเช็ดเนื้อตัวให้สะอาดเท่าที่ทำได้ พวกเขาแบ่งอาหารกระป๋องที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกันอย่างยุติธรรม แม้จะไม่มากพอที่จะอิ่ม แต่ก็ช่วยประทังความหิวไปได้ชั่วคราว
"ที่นี่น่าจะปลอดภัยกว่าในเมืองนะ" ลดาพูดพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ "อย่างน้อยก็มีต้นไม้ใบหญ้าให้พอได้พักใจบ้าง"
"ใช่ แต่เราก็ต้องระวังตัวให้มาก" อรรถตอบ "ธรรมชาติที่นี่มันบ้าคลั่งกว่าเดิมเยอะ"
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อรรถได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอย่างน่าตกใจ พื้นที่ป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์กลายเป็นป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่บิดเบี้ยว ดินที่ทรุดตัว และสัตว์ป่าที่ดูจะตื่นตกใจและดุร้ายกว่าปกติ
"เราต้องหาน้ำเพิ่มครับ น้ำที่เรามีอยู่จะหมดแล้ว" กำปั้นบอก อรรถพยักหน้าเห็นด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้น อรรถและกำปั้นตัดสินใจออกสำรวจหาน้ำ ส่วนลดากับนิดาจะรออยู่ที่ถ้ำ อรรถกำชับให้ลดาอย่าออกไปไหน และให้ระมัดระวังตัวตลอดเวลา
พวกเขาเดินลัดเลาะไปตามแนวป่าที่ดูเหมือนจะยังคงสภาพอยู่ได้ แต่กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ต้นไม้ใหญ่หลายต้นล้มระเนระนาดทับถมกันเป็นทางยาว ดินบางส่วนทรุดตัวลงไปเป็นหลุมลึกอย่างน่ากลัว
"ข้างหน้าโน้นน่าจะเป็นลำธารเก่าครับ" อรรถบอกกำปั้น เมื่อเขาเห็นร่องรอยของทางน้ำที่ไหลลงมาจากเนินเขา
เมื่อพวกเขาไปถึงจุดที่คิดว่าเป็นลำธารเก่า ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาต้องตกตะลึง สิ่งที่เคยเป็นลำธารเล็ก ๆ ที่ใสสะอาด ตอนนี้ได้กลายเป็นหุบเหวลึกขนาดใหญ่ที่กว้างหลายสิบเมตร จนมองไม่เห็นก้นบึ้ง สายน้ำที่เคยไหลเอื่อยๆ ได้หายไป เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและความมืดมิดที่น่าหวาดหวั่น
"โอ้โห!" กำปั้นอุทาน "นี่มันไม่ใช่ลำธารแล้ว นี่มันเหวชัดๆ"
อรรถเดินเข้าไปใกล้ขอบหุบเหวอย่างระมัดระวัง เขาชะโงกหน้าลงไปมอง แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด กลิ่นดินและแร่ธาตุประหลาดโชยขึ้นมาจากเบื้องล่าง อากาศบริเวณนั้นเย็นเยียบกว่าปกติ
"น้ำหายไปไหนหมด" อรรถพึมพำกับตัวเอง
"มันอาจจะไหลลงไปข้างล่างหมดแล้วก็ได้ครับ" กำปั้นคาดเดา "หรือไม่ก็เปลี่ยนเส้นทางไปแล้ว"
ความหวังที่จะหาน้ำสะอาดจากลำธารได้พังทลายลง พวกเขารู้สึกท้อแท้ อรรถรู้ดีว่าการไม่มีน้ำจะทำให้พวกเขาไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้นาน
"เราต้องหาทางอื่น" อรรถพูดอย่างหนักแน่น "เราต้องเดินต่อไป จนกว่าจะเจอแหล่งน้ำ"
พวกเขาเดินสำรวจไปตามแนวหุบเหวนั้นเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร แต่ก็ไม่พบวี่แววของน้ำ หรือทางที่จะลงไปยังก้นหุบเหวได้เลย อากาศเริ่มร้อนระอุขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มสาดส่องลงมา ผู้รอดชีวิตทั้งสองรู้สึกกระหายน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่พวกเขากำลังจะยอมแพ้และหันหลังกลับ อรรถก็สังเกตเห็นบางอย่างเบื้องล่างของหุบเหว มันเป็นเงาสะท้อนของแสงแดดที่กระทบกับผิวน้ำที่อยู่ลึกลงไป แต่มันเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้ยาก
"นั่นไง!" อรรถชี้ลงไปเบื้องล่าง "นั่นมันน้ำไม่ใช่เหรอ"
กำปั้นหรี่ตาเพ่งมอง "จริงด้วยครับ แต่มันอยู่ลึกมากเลยนะ จะลงไปยังไงล่ะ"
หุบเหวนั้นสูงชันและเต็มไปด้วยโขดหินที่ดูไม่มั่นคง การลงไปเอาน้ำดูเหมือนจะเป็นภารกิจที่อันตรายอย่างยิ่ง
"เราต้องหาเชือก หรืออะไรสักอย่างที่พอจะใช้เป็นทางลงได้" อรรถพูด "ถ้าเราไม่เอาน้ำกลับไป ลดาและนิดาคงไม่รอดแน่"
ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเพื่อนร่วมทางและเด็กน้อยทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะเสี่ยง อรรถและกำปั้นเดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ อีกครั้ง เพื่อหาทางลงที่ปลอดภัยที่สุด พวกเขาพบต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ดูจะยังคงหยั่งรากลึกและมั่นคงพอที่จะใช้เป็นจุดยึดได้
"ผมจะลงไปเอง" อรรถพูด "ผมมีประสบการณ์ปีนป่ายมาบ้าง คุณกำปั้นช่วยระวังข้างบนแล้วกัน"
กำปั้นพยักหน้าด้วยสีหน้ากังวล "ระวังตัวด้วยนะอรรถ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมจะดึงคุณขึ้นมา"
อรรถถอดเสื้อของเขาออกมาฉีกเป็นเส้นยาวๆ แล้วผูกเข้ากับเถาวัลย์ขนาดใหญ่ที่ยังคงเหนียวแน่น เขาค่อยๆ หย่อนตัวลงไปในหุบเหวอย่างช้าๆ แต่ละย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เขาต้องใช้สัญชาตญาณและทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อทรงตัวบนหินที่เปราะบางและดินที่ทรุดตัว
ความลึกของหุบเหวนั้นน่าหวาดผวา อากาศเบื้องล่างเย็นยะเยือกและชื้นแฉะ เขาต้องใช้เวลานานกว่าจะลงไปถึงแอ่งน้ำเบื้องล่างได้สำเร็จ เมื่อเท้าสัมผัสกับพื้นดิน อรรถรีบเดินไปยังแอ่งน้ำ เขาพบว่ามันเป็นน้ำที่ใสสะอาดและเย็นจัด เขาใช้ขวดน้ำพลาสติกที่เจอในซากร้านค้ากรอกน้ำจนเต็ม
เมื่อได้น้ำแล้ว อรรถก็พยายามปีนกลับขึ้นมา การปีนขึ้นนั้นยากกว่าการลงมากนัก เขารู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้า แต่เมื่อนึกถึงลดาและนิดาที่รออยู่ที่ถ้ำ เขาก็มีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป
ในที่สุด เขาก็ปีนกลับขึ้นมาถึงปากหุบเหวได้สำเร็จ กำปั้นรีบเข้ามาช่วยดึงตัวเขาขึ้นมา อรรถหอบหายใจอย่างแรง เหงื่อแตกท่วมตัว แต่ในมือของเขากลับมีขวดน้ำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
"คุณทำได้แล้วอรรถ!" กำปั้นพูดด้วยความโล่งใจ
"เราต้องรีบกลับไป" อรรถพูด "ลดาและนิดาคงรอนานแล้ว"
พวกเขารีบเดินทางกลับไปยังถ้ำ แม้จะเหนื่อยล้าและอ่อนแรง แต่ในใจของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความหวัง น้ำในขวดนี้เป็นเหมือนชีวิตที่หล่อเลี้ยงพวกเขาให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไปในโลกที่ถูกกลืนกินด้วยธรรมชาติอันบ้าคลั่ง ภายใต้เงาแห่งหุบเหวลึก พวกเขาได้เผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง แต่ก็ได้พบกับความหวังที่ริบหรี่อีกครั้ง

พสุธากลืนชีพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก