หลังจากบททดสอบสะพานแขวนที่แทบจะเอาชีวิตไม่รอด กลุ่มผู้รอดชีวิตทั้งสี่ก็มุ่งหน้าสู่พื้นที่ที่อรรถคาดว่าจะเป็นป่าลึกที่อาจจะยังหลงเหลือแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์กว่า แต่มันเป็นป่าที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
เมื่อเข้ามาในป่าได้ไม่นาน พวกเขาก็พบว่าป่าแห่งนี้แตกต่างจากป่าทั่วไปที่เคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง ต้นไม้มีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ กิ่งก้านแหลมคมแทงขึ้นฟ้าเหมือนเขี้ยวอสูร ลำต้นมีรอยแยกเหมือนถูกฉีกขาด เถาวัลย์พันเกี่ยวกันยุ่งเหยิงจนดูเหมือนเขาวงกตที่ไร้ทางออก แสงตะวันสาดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน ทำให้บรรยากาศมืดสลัวและน่าขนลุก
"นี่มันป่าอะไรกันคะอรรถ ไม่เห็นเหมือนป่าที่เราเคยเห็นเลย" ลดาถาม เสียงของเธอแฝงไปด้วยความหวาดกลัว
"มันคงเปลี่ยนไปหมดแล้วลดา" อรรถตอบ เขากำลังสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างละเอียด "พื้นดินก็ไม่มั่นคง ระวังตัวด้วย"
พื้นดินในป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยรอยยุบ รอยแยก และก้อนหินแหลมคมที่โผล่ขึ้นมาอย่างผิดธรรมชาติ ดินบางส่วนดูเหมือนจะยังคงเคลื่อนตัวอยู่ใต้พื้นผิว ทำให้ต้องระมัดระวังทุกย่างก้าว น้องนิดาที่อยู่ในอ้อมแขนของกำปั้นดูหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอซบหน้าลงกับอกของกำปั้นแน่น
"ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลาเลยครับ" กำปั้นพูด เสียงของเขาแหบพร่า
อรรถพยักหน้า เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แปลกประหลาดในป่าแห่งนี้ มันไม่ใช่ความรู้สึกของการถูกสัตว์ป่าจ้องมอง แต่เป็นความรู้สึกเหมือนถูก "สิ่งมีชีวิต" ของป่าแห่งนี้เองที่กำลังจับตาดูพวกเขาอยู่
อรรถใช้ทักษะการติดตามร่องรอยของเขา เพื่อหาเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด เขาพยายามหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ดูเหมือนจะทรุดตัวได้ง่าย และระวังเสียงประหลาดที่ดังแว่วมาเป็นครั้งคราว ลดาเองก็ช่วยสังเกตพืชพรรณและสภาพดิน เพื่อหาพืชที่พอจะกินได้ หรือสมุนไพรที่พอจะใช้รักษาแผล
หลังจากเดินมาได้หลายชั่วโมง พวกเขาก็พบกับร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง มันไม่ใช่ร่องรอยของสัตว์ป่าทั่วไป แต่เป็นร่องรอยของการตั้งแคมป์ชั่วคราว มีเศษผ้าขี้ริ้วขาดๆ และกระป๋องอาหารที่ถูกทิ้งไว้ แต่ที่น่าตกใจคือ ร่องรอยเหล่านั้นดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างไปนานแล้ว และมีลักษณะการถูกเผาไหม้บางส่วน
"มีคนเคยมาอยู่ที่นี่ด้วย" ลดาพึมพำ
"แต่ดูเหมือนพวกเขาจะรีบไป หรือไม่ก็..." อรรถไม่พูดต่อ แต่ทุกคนก็เข้าใจความหมาย
กำปั้นเดินสำรวจรอบๆ เขากลับมาพร้อมกับแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กที่เสียหาย และเครื่องรับวิทยุสื่อสารที่แตกหัก "ไม่รู้ว่าพวกเขามีชีวิตรอดไปได้หรือเปล่า"
ในขณะที่พวกเขากำลังรู้สึกสิ้นหวังกับสภาพป่าที่แปลกประหลาดและน่ากลัวนี้ อรรถก็เห็นแสงบางอย่างส่องประกายอยู่ไกลออกไป แสงนั้นดูเหมือนจะมาจากอาคารหรือโครงสร้างบางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า
"นั่นอะไรน่ะ" อรรถชี้ไปที่แสงนั้น
ทุกคนมองตาม อรรถ กำปั้น และลดา ต่างก็รู้สึกถึงความหวังที่ริบหรี่ แสงนั้นเป็นเหมือนสัญญาณของอารยธรรม เป็นสัญญาณว่าอาจจะมีใครสักคนรอดชีวิตอยู่ หรือไม่ก็เป็นที่พักพิงที่ปลอดภัย
"เราไปดูใกล้ๆ กันไหมคะ" ลดาถามด้วยความตื่นเต้น
อรรถพยักหน้า "เราต้องระวังตัวให้มากที่สุด แสงนั้นอาจจะเป็นกับดักก็ได้"
พวกเขารีบเดินมุ่งหน้าไปยังแสงนั้น แม้จะรู้ว่ามันอาจเป็นอันตราย แต่ความหวังที่จะพบที่พักพิงหรือความช่วยเหลือก็มีมากกว่าความกลัว
ยิ่งเข้าใกล้ แสงนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น มันดูเหมือนจะเป็นแสงที่มาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กที่ยังคงทำงานอยู่ ท่ามกลางป่าที่มืดมิดและบิดเบี้ยว แสงนั้นเป็นเหมือนโอเอซิสในทะเลทราย
แต่เมื่อพวกเขาเดินมาถึงจุดที่คาดว่าจะเป็นแหล่งกำเนิดแสง ภาพที่เห็นกลับทำให้พวกเขาต้องผิดหวังอย่างรุนแรง
สิ่งที่พวกเขาเห็นไม่ใช่โครงสร้างอาคารที่มั่นคง หรือสัญญาณของมนุษย์ แต่เป็นเพียงเศษโลหะที่สะท้อนแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาเพียงเล็กน้อยจากช่องว่างบนยอดไม้ เศษโลหะเหล่านั้นถูกบิดเบี้ยวและแตกหัก และดูเหมือนจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรกลขนาดใหญ่บางอย่าง
"มันเป็นแค่... แสงสะท้อน" ลดาพึมพำ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง
กำปั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เราคิดไปเอง"
ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้าใส่พวกเขาอย่างรุนแรง ความหวังที่ริบหรี่ถูกดับลงอย่างโหดร้าย พวกเขารู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนแรงทั้งกายและใจ น้องนิดาที่หวังว่าจะได้เจอที่ที่ปลอดภัยก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง
"ไม่เป็นไรนะลูก" ลดาปลอบน้องนิดา แต่เสียงของเธอก็สั่นเครือเช่นกัน
อรรถยืนนิ่ง เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ยังคงมืดสลัว ความสิ้นหวังเริ่มกัดกินหัวใจของเขาอีกครั้ง ป่าแห่งนี้ไม่ใช่แค่ป่าที่เปลี่ยนแปลงไป แต่มันเหมือนกำลังหลอกลวงพวกเขา ให้ความหวังลมๆ แล้งๆ แล้วก็พรากมันไป
แต่เขาก็รู้ว่าเขาจะยอมแพ้ไม่ได้ "เราต้องหาทางออกไปจากป่าแห่งนี้ให้ได้" อรรถพูด "เราต้องเดินต่อไป จนกว่าจะเจอที่ที่ปลอดภัยจริงๆ"
ถึงแม้จะรู้สึกท้อแท้ แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป ป่าอาถรรพ์ที่เต็มไปด้วยแสงลวงแห่งความหวังนี้ ได้สอนบทเรียนอันโหดร้ายให้กับพวกเขา ว่าในโลกที่ถูก "พสุธากลืนชีพ" นี้ สิ่งที่อันตรายที่สุดอาจไม่ใช่สัตว์ร้าย หรือรอยแยกของแผ่นดิน แต่เป็นความหวังที่ริบหรี่ที่ถูกหลอกลวง

พสุธากลืนชีพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก