ดอกบัวในหิมะ

ตอนที่ 16 — รอยยิ้มแห่งความสุขนิรันดร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,428 คำ

รอยยิ้มขององค์จักรพรรดินีเหม่ยหลิงยังคงอ่อนโยนและเปี่ยมสุข แม้ว่าฤดูกาลจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปอีกหลายครานับจากวันที่บุตรสาวของพระนางวิ่งเล่นอยู่ในสวนหลวงพร้อมดอกบัวขาวในมือ วันเวลาไหลผ่านไปดุจสายน้ำ ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันงดงามและความผาสุกที่ดูเหมือนจะมั่นคงถาวร แผ่นดินต้าเหลียนร่มเย็นเป็นสุขภายใต้การปกครองขององค์จักรพรรดิหลงเฟิง ผู้ทรงเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม และการสนับสนุนอันชาญฉลาดจากองค์จักรพรรดินีเหม่ยหลิง

อาณาจักรเจริญรุ่งเรือง เศรษฐกิจเฟื่องฟู ‌ประชาชนใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและอุดมสมบูรณ์ โรงเรียนที่เหม่ยหลิงเคยริเริ่มได้ขยายสาขาไปทั่วทุกหัวเมือง ผู้คนต่างแซ่ซ้องสรรเสริญในพระปรีชาสามารถขององค์จักรพรรดินีผู้มาจากสามัญชน แต่กลับทรงมีเมตตาธรรมและความเฉลียวฉลาดเกินผู้ใดจะคาดคิด หยูเอ้อร์ยังคงรับใช้ข้างกายองค์จักรพรรดินีอย่างไม่ห่าง หญิงรับใช้ผู้ภักดีผู้นี้ได้เติบโตเป็นสตรีที่สง่างามและเป็นที่ปรึกษาคนสนิทที่เหม่ยหลิงไว้ใจที่สุด

"ท่านหญิงพะย่ะค่ะ" หยูเอ้อร์เอ่ยขึ้นเบาๆ ในขณะที่ช่วยเหม่ยหลิงสวมชุดคลุมไหมสำหรับเข้าเฝ้าในยามเช้าตรู่ ​"เมื่อวานนี้ข้าได้ยินข่าวลือแปลกๆ มาจากตลาดหลวง"

เหม่ยหลิงหันกลับมาเล็กน้อย แววตาฉายความสงสัย "ข่าวลืออันใดหรือหยูเอ้อร์"

"พวกเขาพูดถึง...ความไม่โปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำทางทิศใต้พะย่ะค่ะ บางคนกล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชันครั้งใหญ่ และมีขุนนางบางคนพยายามโยนความผิดให้แก่นายช่างใหญ่ที่ท่านหญิงเคยให้ความไว้วางใจ" หยูเอ้อร์ก้มหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงแสดงความกังวล

เหม่ยหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ‍"นายช่างใหญ่ผู้นั้นเป็นคนซื่อสัตย์และมีความสามารถยิ่งนัก ข้าได้พิจารณาคุณสมบัติของเขาด้วยตนเอง จะเป็นไปได้อย่างไร" นางพึมพำกับตัวเอง "หยูเอ้อร์ เจ้าจงสืบเรื่องนี้อย่างลับๆ อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้ และรายงานให้ข้าทราบโดยเร็วที่สุด"

"เพคะ ‌ท่านหญิง" หยูเอ้อร์รับคำอย่างแข็งขัน

ความสงบสุขที่เคยห่อหุ้มพระราชวังหลวงดูเหมือนจะถูกรบกวนด้วยคลื่นใต้น้ำที่มองไม่เห็น เหม่ยหลิงสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในท่าทีของขุนนางบางคน บางคนมองพระนางด้วยสายตาชื่นชมเช่นเดิม แต่บางคนกลับซ่อนเร้นความไม่พอใจหรือแม้แต่ความเย้ยหยันไว้ภายใต้ใบหน้าที่เคร่งขรึม นางพยายามไม่เก็บมาใส่ใจมากนัก ‍เพราะรู้ดีว่าตำแหน่งที่สูงส่งย่อมมาพร้อมกับความริษยาและอคติ แต่ข่าวลือที่หยูเอ้อร์นำมาบอกเมื่อครู่นี้ทำให้หัวใจของนางเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างผิดปกติ

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ข่าวลือเรื่องความไม่ชอบมาพากลในราชสำนักเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขุนนางที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด การยักยอกเงินหลวง หรือแม้กระทั่งการแทรกแซงกิจการภายในของชนเผ่าเล็กๆ ชายแดน ทุกครั้งที่เกิดเรื่องเช่นนี้ ​องค์จักรพรรดิหลงเฟิงจะทรงเรียกเหม่ยหลิงเข้าปรึกษาหารือเสมอ ด้วยความเชื่อมั่นในสติปัญญาและความยุติธรรมของพระนาง

"เหม่ยหลิง เจ้ามีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้" หลงเฟิงตรัสถามในคืนหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ข้างกันในห้องทรงพระอักษร กองฎีกาและเอกสารสำคัญวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะสูงท่วมศีรษะ

เหม่ยหลิงวางพู่กันลงหลังจากช่วยหลงเฟิงพิจารณาเอกสารฉบับหนึ่ง "ฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าเบื้องหลังของเรื่องราวทั้งหมดนี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็นพะย่ะค่ะ ​การทุจริตในราชสำนักนั้นมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีรูปแบบที่แตกต่างออกไป ราวกับว่ามีผู้บงการอยู่เบื้องหลังเพื่อสร้างความปั่นป่วนในแผ่นดิน"

หลงเฟิงถอนหายใจ "ข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้น ข้าไม่อยากเชื่อว่าขุนนางที่รับใช้แผ่นดินมายาวนานจะกล้ากระทำการอุกอาจถึงเพียงนี้ เว้นแต่ว่า...มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าคอยหนุนหลังพวกเขาอยู่"

"ฝ่าบาททรงคิดถึงผู้ใดหรือเพคะ" เหม่ยหลิงมองพระสวามีด้วยแววตาจริงจัง

หลงเฟิงส่ายหน้า "ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ​แต่ข้ากำลังจับตาดูอัครมหาเสนาบดีซ่ง ผู้ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงในราชสำนักมาตั้งแต่สมัยพระบิดาของข้า"

อัครมหาเสนาบดีซ่ง เป็นขุนนางอาวุโสที่มักจะแสดงความไม่พอใจต่อการที่เหม่ยหลิง ซึ่งเดิมเป็นเพียงนางสนมสามัญชน ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งจักรพรรดินี และมีบทบาทสำคัญในการบริหารราชกิจ ไม่ใช่เพียงเพราะความอิจฉา แต่เป็นเพราะเขายึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีอันเคร่งครัดของราชวงศ์ และมองว่าการที่สตรีจากตระกูลไร้นามได้ขึ้นมามีอำนาจนั้นเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชบัลลังก์ เขาเชื่อว่าราชินีควรมาจากตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีรากฐานมั่นคงเท่านั้น

"อัครมหาเสนาบดีซ่งหรือเพคะ..." เหม่ยหลิงพึมพำ นางระลึกถึงสายตาเย็นชาที่ซ่งมักจะมองมาที่นางเสมอ ไม่ว่านางจะพยายามทำความดีความชอบให้แก่แผ่นดินสักเพียงใด ก็ดูเหมือนจะไม่อาจลบล้างอคติในใจของเขาได้

"ใช่แล้ว" หลงเฟิงตอบ "แต่เรายังคงต้องหาหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อนที่จะดำเนินการใดๆ มิฉะนั้น อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนได้"

วันเวลาผ่านไป ความตึงเครียดในราชสำนักเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หยูเอ้อร์รายงานความคืบหน้าการสืบสวนเรื่องสะพานข้ามแม่น้ำ พบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารและหลักฐานอย่างแยบยล และผู้ที่อยู่เบื้องหลังดูเหมือนจะเป็นเครือข่ายที่มีอิทธิพลมืดแทรกซึมอยู่ในหลายหน่วยงานของราชสำนัก

"พะย่ะค่ะท่านหญิง ข้าได้ยินว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันกับขุนนางหลายคน และบางคนก็เป็นคนสนิทของอัครมหาเสนาบดีซ่งด้วย" หยูเอ้อร์กระซิบอย่างระมัดระวังในห้องส่วนพระองค์ของเหม่ยหลิง "พวกเขาดูเหมือนจะพยายามชี้เป้ามาที่ท่านหญิง...โดยอ้างว่าท่านหญิงเป็นผู้เลือกนายช่างใหญ่ผู้นั้นด้วยตนเอง และควรรับผิดชอบกับการทุจริตที่เกิดขึ้น"

หัวใจของเหม่ยหลิงบีบรัดด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น ไม่ว่านางจะพยายามทำดีเพียงใด ก็ยังมีผู้ที่จ้องจะทำลายชื่อเสียงของนางอยู่เสมอ นี่คือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับตำแหน่งที่สูงส่งนี้กระนั้นหรือ

"เป็นเรื่องไร้สาระ!" เหม่ยหลิงตอบเสียงหนักแน่น "ข้าใช้ความจริงใจและสติปัญญาของข้าในการทำงานเพื่อแผ่นดินเสมอ ไม่เคยคิดที่จะแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนเลยแม้แต่น้อย"

"ข้ารู้เพคะท่านหญิง แต่ผู้คนในราชสำนักบางส่วนก็เชื่อในสิ่งที่พวกเขาอยากจะเชื่อ" หยูเอ้อร์ปลอบ "พวกเขาพยายามที่จะบิดเบือนความจริง"

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น องค์หญิงน้อยหลงซิน พระธิดาของเหม่ยหลิงและหลงเฟิง ซึ่งบัดนี้เจริญพระชันษาเกือบสิบสองปีแล้ว ก็เริ่มสังเกตเห็นถึงความตึงเครียดภายในพระราชวัง แม้เหม่ยหลิงจะพยายามเก็บซ่อนความกังวลไว้ไม่ให้บุตรสาวรับรู้ แต่สัญชาตญาณอันเฉียบคมของเด็กหญิงก็รับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติ

"เสด็จแม่เพคะ" องค์หญิงหลงซินเข้ามาหาเหม่ยหลิงในสวนหลวงขณะที่พระนางกำลังรดน้ำต้นบัว "ทำไมช่วงนี้เสด็จแม่กับเสด็จพ่อถึงได้ดูเคร่งเครียดนักเพคะ แล้วทำไมขุนนางบางคนถึงได้มองเสด็จแม่ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเลย"

เหม่ยหลิงยิ้มอ่อนโยนให้บุตรสาว ลูบศีรษะของนางอย่างแผ่วเบา "ไม่มีอะไรหรอกลูกรัก เพียงแต่ว่าราชกิจมีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดบ้างเป็นธรรมดา เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย"

แต่องค์หญิงน้อยไม่เชื่อสนิทใจ นางเห็นรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตาของมารดา นางรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติไป

เหตุการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ เมื่อมีฎีกาลับส่งตรงถึงองค์จักรพรรดิหลงเฟิง กล่าวหาองค์จักรพรรดินีเหม่ยหลิงว่าทรงมีเบื้องหลังที่ซับซ้อน มีความสัมพันธ์กับตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏเมื่อหลายสิบปีก่อน และใช้ตำแหน่งของพระนางเพื่อชักนำคนของตระกูลเหล่านั้นกลับเข้ามารับราชการอีกครั้ง ฎีกานี้ยังอ้างถึง "ความลับ" ในอดีตของเหม่ยหลิงที่เกี่ยวข้องกับตระกูลของเธอ ซึ่งถ้าหากถูกเปิดเผย จะส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมในการขึ้นครองบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินี

หลงเฟิงเรียกเหม่ยหลิงเข้าพบในห้องทรงพระอักษร ใบหน้าของพระองค์เคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"เหม่ยหลิง เจ้าดูนี่" พระองค์ยื่นฎีกาที่เขียนด้วยลายมือประณีต แต่เนื้อหาเต็มไปด้วยยาพิษให้แก่นาง

เหม่ยหลิงอ่านฎีกาฉบับนั้นอย่างเงียบๆ หัวใจของนางกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก เลือดในกายเย็นวาบไปทั้งร่าง "ความลับในอดีต" ที่ฎีกาฉบับนี้กล่าวถึงนั้น...มันเป็นสิ่งที่นางพยายามซ่อนเร้นไว้ตลอดชีวิต เป็นเรื่องราวที่นางไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของความหวังและหายนะในคราวเดียวกัน มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบิดามารดาที่แท้จริงของนาง ผู้ซึ่งเป็นเพียงสามัญชนที่ไร้ซึ่งฐานะทางสังคม และถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในเหตุการณ์กบฏครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อน แม้ในที่สุดจะได้รับการพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์ แต่ชื่อเสียงของตระกูลก็ป่นปี้ไปแล้ว และนางเองก็ถูกส่งมาเป็นนางกำนัลในวังตั้งแต่ยังเยาว์เพื่อตัดขาดจากอดีตนั้น

นางสวมบทบาทเป็นเพียงนางกำนัลสามัญชนที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่เคยเอ่ยถึงบิดามารดาที่แท้จริงของนางเลยแม้แต่น้อย แม้แต่กับหลงเฟิง นางก็เพียงบอกเล่าเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กของนางอย่างคร่าวๆ โดยไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดที่อาจนำมาซึ่งความเข้าใจผิดหรืออันตราย

"ฝ่าบาท...นี่มัน..." เหม่ยหลิงเงยหน้ามองพระสวามี ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว

หลงเฟิงจับมือของนางแน่น "ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้าเหม่ยหลิง ไม่ว่าในฎีกาจะเขียนว่าอย่างไร ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนเช่นไร"

"แต่เรื่องนี้...มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะเพคะฝ่าบาท" เหม่ยหลิงพึมพำ "หากความลับนี้ถูกเปิดเผยออกไป..."

ในวันรุ่งขึ้น องค์จักรพรรดิหลงเฟิงทรงเรียกประชุมขุนนางในท้องพระโรงใหญ่ บรรยากาศภายในท้องพระโรงเงียบสงัดและตึงเครียดกว่าทุกครั้ง อัครมหาเสนาบดีซ่งยืนอยู่แถวหน้าสุด ใบหน้าของเขานิ่งสงบ แต่ดวงตาฉายแววอันตราย

"ข้าได้รับฎีกาฉบับหนึ่ง ซึ่งกล่าวหาองค์จักรพรรดินีในเรื่องที่ร้ายแรงยิ่งนัก" หลงเฟิงตรัสด้วยน้ำเสียงดุดัน "ผู้ใดก็ตามที่คิดจะบ่อนทำลายราชบัลลังก์ของข้า และใส่ร้ายพระราชินีของข้า จะต้องถูกลงโทษอย่างสาสม"

อัครมหาเสนาบดีซ่งก้าวเท้าออกมาเบื้องหน้า "ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญยิ่งนักที่ต้องสอบสวนให้กระจ่างแจ้ง หากมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับชาติกำเนิดหรือภูมิหลังขององค์จักรพรรดินี ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความชอบธรรมของราชบัลลังก์ และความเชื่อมั่นของประชาชนพะย่ะค่ะ"

เขาหันไปมองเหม่ยหลิงที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างหลงเฟิง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

"เราต้องพิสูจน์ความจริง เพื่อความมั่นคงของแผ่นดิน" อัครมหาเสนาบดีซ่งกล่าวเสียงดังฟังชัด "กระหม่อมขอเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเป็นการเร่งด่วน และหากผลการสอบสวนปรากฏว่าองค์จักรพรรดินีทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลต้องห้าม หรือทรงซ่อนเร้นความจริงอันใดไว้...ก็สมควรที่ราชสำนักจะพิจารณาโทษตามกฎมณเฑียรบาลอย่างเคร่งครัด..."

คำพูดของอัครมหาเสนาบดีซ่งดังก้องไปทั่วท้องพระโรง สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ขุนนางผู้จงรักภักดี และความไม่สบายใจให้แก่เหม่ยหลิง ความลับที่นางพยายามปกปิดมาตลอดชีวิตกำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจาน และมันอาจไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่งของนางที่ต้องสั่นคลอน แต่อาจหมายถึงชะตากรรมของบุตรสาว และแม้กระทั่งชีวิตของคนที่นางรักที่สุดอย่างหลงเฟิงด้วย

ท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตาจับจ้องไปที่องค์จักรพรรดินี เหม่ยหลิงรู้สึกราวกับถูกเปลวเพลิงแผดเผาจากสายตาเหล่านั้น ความอบอุ่นที่เคยมีในชีวิตของนางกำลังถูกคุกคามโดยน้ำแข็งแห่งความจริงที่กำลังจะละลาย

นางเหลือบมองหลงเฟิง ใบหน้าของพระองค์ยังคงเรียบเฉย แต่นางเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและปกป้อง นางรู้ว่าหลงเฟิงจะอยู่เคียงข้างนางเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่ถึงกระนั้น หัวใจของนางก็ยังคงสั่นสะท้านด้วยความกลัว

เสียงของอัครมหาเสนาบดีซ่งดังขึ้นอีกครั้ง "ในฐานะอัครมหาเสนาบดี กระหม่อมขอทูลเสนอต่อองค์ฝ่าบาท... ให้มีการทบทวนสถานะขององค์จักรพรรดินี เหม่ยหลิง... จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ..."

ดวงตาของเหม่ยหลิงเบิกกว้าง นางสัมผัสได้ถึงคมมีดที่กำลังจ่อคอหอย ความสุขสงบที่นางสร้างมาตลอดสิบปี กำลังถูกพายุหิมะพัดกระหน่ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ชีวิตที่นางไม่เคยฝันว่าจะได้ครอบครอง กำลังถูกช่วงชิงไปอย่างโหดร้าย และครั้งนี้ อาจจะไม่มีสิ่งใดมาปกป้องนางจากพายุลูกนี้ได้เลย...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดอกบัวในหิมะ

ดอกบัวในหิมะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!