ดอกบัวในหิมะ

ตอนที่ 21 — เงาอดีตพาดผ่านใจนาง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 2,050 คำ

แสงสุรีย์ยามสายทาบทาลงบนผืนกระเบื้องสีชาดของตำหนักบูรพา ส่องประกายระยิบระยับจับกับเกล็ดหิมะที่ยังคงทิ้งตัวประปรายอยู่บนยอดไม้ สะท้อนภาพความงามอันเงียบสงบของฤดูเหมันต์ที่ปกคลุมพระราชวังหลวง บรรยากาศภายในตำหนักอบอวลด้วยไออุ่นจากเตาผิงและกลิ่นหอมกรุ่นของชาดอกเหมยที่ถูกรินลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต

พิกุลนั่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ สายตาเหม่อมองออกไปยังลานกว้างเบื้องนอกที่ถูกย้อมด้วยสีขาวบริสุทธิ์ของหิมะ ภาพเบื้องหน้าช่างงดงามราวภาพวาด แต่ทว่าภายในใจของนางกลับมิได้สงบเย็นเช่นนั้น รอยยิ้มจางๆ ‌ที่เคยประดับบนดวงหน้าอ่อนหวานในยามที่อยู่กับองค์ชายรวินทร์ได้เลือนหายไป เหลือเพียงแววตาที่ฉายแววครุ่นคิดและซ่อนความกังวลบางอย่างไว้ลึกสุดใจ

เมื่อคืนนี้ ความฝันได้ย้อนกลับมาหลอกหลอนนางอีกครั้ง ภาพของทุ่งดอกบัวสีชมพูบานสะพรั่งภายใต้แสงจันทร์เต็มดวง และเสียงเพลงกล่อมเด็กที่แสนคุ้นเคย ได้แปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟสีแดงฉานที่โหมกระหน่ำเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ เสียงกรีดร้องและควันดำทมิฬได้ปกคลุมภาพความทรงจำอันเลือนรางนั้นไว้ ราวกับต้องการจะกลืนกินอดีตทั้งหมดให้จมหายไปในความมืดมิด

“พิกุลเจ้าคะ ​ชาเย็นหมดแล้วนะเจ้าคะ” เสียงหวานใสของบัวตองดังขึ้น แผ่วเบาด้วยเกรงจะรบกวนความคิดของเจ้านายสาว

พิกุลสะดุ้งเล็กน้อย พลางหันกลับมามองบัวตองด้วยรอยยิ้มบางๆ “ขอบใจนะบัวตอง ข้าเหม่อลอยไปหน่อย”

บัวตองวางถ้วยชาใบใหม่ลงตรงหน้าพิกุล นางมองใบหน้าเจ้านายอย่างเป็นห่วง “ช่วงนี้พิกุลดูไม่สบายใจเลยนะเจ้าคะ ‍มีเรื่องใดที่บัวตองพอจะช่วยแบ่งเบาได้บ้างไหมเจ้าคะ”

พิกุลส่ายหน้าช้าๆ “ไม่มีอะไรหรอกบัวตอง เพียงแต่ช่วงนี้อากาศหนาวเย็นนัก ทำให้ข้าคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนที่ห่างไกล” นางพยายามตอบปัดไป แต่บัวตองผู้ปรนนิบัตินางมานานย่อมรู้ดีว่านั่นไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แววตาที่ฉายความเศร้าสร้อยของพิกุลนั้นซ่อนเร้นความลับที่หนักอึ้งไว้เกินกว่าจะเอ่ยออกมาได้ง่ายๆ

ในยามนี้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างพิกุลและองค์ชายรวินทร์ลึกซึ้งขึ้นทุกวัน ความลับที่พิกุลซ่อนไว้ในใจก็ดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ‌ราวกับเงาที่ติดตามตัวนางไปทุกหนแห่ง คอยย้ำเตือนให้นางรู้ว่าความสุขที่ได้รับในวันนี้อาจเป็นเพียงภาพลวงตาอันงดงามที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

ยามบ่ายคล้อย องค์ชายรวินทร์เสด็จมายังตำหนักบูรพาเช่นเคย รอยยิ้มอบอุ่นประดับอยู่บนดวงพักตร์หล่อเหลา เมื่อเห็นพิกุลนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เขาก็รู้สึกราวกับแสงอาทิตย์ยามบ่ายได้สาดส่องเข้ามาในหัวใจ

“พิกุล เจ้ายังอยู่ที่นี่เอง ข้าคิดว่าเจ้าจะออกไปเดินเล่นชมหิมะเสียแล้ว” ‍องค์ชายรวินทร์เอ่ยทักทายพลางเดินเข้าไปหานาง

พิกุลลุกขึ้นถวายความเคารพอย่างนอบน้อม “ถวายพระพรองค์ชายเพคะ”

องค์ชายรวินทร์ยื่นมือออกไปประคองนางไว้ “ไม่ต้องมากพิธีหรอกพิกุล เจ้าก็รู้” พระองค์จับมือนางเบาๆ สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของปลายนิ้ว “มือเจ้าเย็นเฉียบ ราวกับว่าความคิดเจ้ากำลังล่องลอยไปในดินแดนน้ำแข็ง”

พิกุลยิ้มเจื่อนๆ ​“หม่อมฉันเพียงแต่คิดถึงเรื่องไร้สาระไปเรื่อยเปื่อยเพคะ”

องค์ชายรวินทร์เลื่อนพระหัตถ์ไปโอบไหล่นางเบาๆ พลางพาไปนั่งลงที่ม้านั่งใกล้เตาผิง “เจ้ามีเรื่องกังวลใจใช่หรือไม่พิกุล ดวงตาของเจ้ามิได้โกหกข้า” พระองค์มองเข้าไปในดวงตาของนางอย่างอ่อนโยน เต็มไปด้วยความห่วงใยและความรักที่ปิดบังไม่มิด

พิกุลรู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบรัด นางอยากจะเล่าความจริงทั้งหมดให้องค์ชายรวินทร์ฟัง อยากจะปลดปล่อยความลับที่กัดกินใจนางมานานแสนนาน ​แต่ทุกครั้งที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา ภาพของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับองค์ชายรวินทร์หากความลับของนางถูกเปิดเผยก็ฉายชัดขึ้นมาในมโนสำนึก ทำให้นางต้องกลืนถ้อยคำเหล่านั้นกลับลงไป

“หม่อมฉัน...หม่อมฉันเพียงแค่รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเพคะ” พิกุลเอ่ยเสียงแผ่ว “อาจเพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย”

องค์ชายรวินทร์ทอดถอนพระทัยเบาๆ พระองค์รู้ดีว่าพิกุลกำลังปิดบังบางสิ่งจากพระองค์ แต่พระองค์ก็มิได้ทรงบังคับให้พิกุลต้องเอ่ยออกมา เพราะทรงเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ​พิกุลจะเล่าความจริงให้พระองค์ฟังด้วยความไว้ใจ

“ไม่เป็นไรพิกุล หากเจ้ายังไม่พร้อมที่จะเล่า ก็จงเก็บมันไว้เถิด” องค์ชายรวินทร์ตรัสอย่างใจดี “แต่ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่า ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นสิ่งใด ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ จะเป็นกำแพงปกป้องเจ้าจากภัยอันตรายทั้งปวง”

ถ้อยคำอันอบอุ่นขององค์ชายรวินทร์ราวกับน้ำทิพย์ชโลมใจพิกุลที่แห้งผากให้กลับมาชุ่มชื่นอีกครั้ง นางเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ขององค์ชายรวินทร์ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความซาบซึ้งใจระคนกันไป

“องค์ชายเพคะ...” พิกุลเอ่ยชื่อพระองค์ออกมาอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นเครือ

องค์ชายรวินทร์โน้มพระองค์ลงมาใกล้ พลางเชยคางมนของพิกุลขึ้นเบาๆ “อย่าได้กังวลสิ่งใดเลยพิกุล ความรักของข้าที่มีต่อเจ้าจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” พระองค์ประทับรอยจุมพิตแผ่วเบาลงบนหน้าผากของพิกุล เป็นสัมผัสที่บริสุทธิ์และเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความห่วงใย

ในห้วงเวลานั้น พิกุลรู้สึกราวกับได้รับการปลดปล่อยจากพันธนาการบางอย่างชั่วขณะ ความอบอุ่นจากพระวรกายขององค์ชายรวินทร์แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ทำให้นางอยากจะยึดเหนี่ยวความสุขนี้ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะรู้ดีว่าความสุขนี้อาจเป็นเพียงภาพลวงตาอันเปราะบางที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

ทว่า...ความสุขมักจะอยู่ได้ไม่นานนักในพระราชวังหลวงแห่งนี้

เย็นวันนั้นเอง ขณะที่พิกุลกำลังปรนนิบัติองค์ชายรวินทร์ด้วยการรินชาถวาย บัวตองก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน ใบหน้าซีดเผือดราวกับได้เห็นภูตผีปีศาจ

“พิกุลเจ้าคะ...” บัวตองเอ่ยเสียงสั่น “ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสร ทรงมีรับสั่งให้พิกุลเข้าเฝ้าที่ตำหนักมรกตเดี๋ยวนี้เพคะ”

คำกล่าวของบัวตองทำให้บรรยากาศภายในตำหนักพลันเย็นยะเยือก พิกุลสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียงของบัวตอง ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรคือพระขนิษฐาของสมเด็จพระจักรพรรดิ ผู้ทรงอำนาจและอิทธิพลอย่างสูงในราชสำนัก เป็นที่รู้กันดีว่าพระนางทรงเป็นผู้ที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมและเคร่งครัดในกฎระเบียบของวังหลวงอย่างยิ่ง และไม่เคยโปรดปรานนางสนมที่มาจากสามัญชนอย่างพิกุลเลยแม้แต่น้อย

องค์ชายรวินทร์ขมวดพระขนงฉับพลัน “ท่านป้ามีรับสั่งให้เจ้าเข้าเฝ้าด้วยเรื่องอันใด พิกุลเจ้าได้ทำสิ่งใดที่ไม่เหมาะสมไปหรือเปล่า”

พิกุลส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “หม่อมฉันไม่เคยทำสิ่งใดผิดเพคะองค์ชาย” นางเองก็รู้สึกประหลาดใจและหวาดหวั่นไม่น้อย

“อย่าได้กังวลไปเลยพิกุล ข้าจะไปกับเจ้า” องค์ชายรวินทร์ตรัสขึ้นทันที

พิกุลรีบห้ามไว้ “มิได้เพคะองค์ชาย เรื่องนี้หม่อมฉันควรจะไปเพียงผู้เดียว” นางรู้ดีว่าหากองค์ชายรวินทร์เสด็จไปด้วย อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรอาจมองว่านางกำลังใช้พระองค์เป็นโล่กำบัง และยิ่งทำให้พระนางไม่พอพระทัยมากขึ้นไปอีก

“แต่...” องค์ชายรวินทร์ทรงลังเล

“โปรดให้หม่อมฉันจัดการเรื่องนี้เถิดเพคะ” พิกุลเอ่ยเสียงหนักแน่น พลางส่งสายตาอ้อนวอนให้องค์ชายรวินทร์ทรงเชื่อใจ

ด้วยความรักและความไว้ใจที่มีต่อพิกุล องค์ชายรวินทร์จึงทรงพยักหน้าอย่างไม่เต็มพระทัยนัก “ระมัดระวังตัวด้วยพิกุล หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น ให้รีบส่งคนมาแจ้งข้าทันที”

พิกุลถวายความเคารพแล้วเดินตามบัวตองออกไปจากตำหนักบูรพา ทิ้งให้องค์ชายรวินทร์ประทับอยู่เพียงลำพังด้วยพระทัยที่ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุม

ทางเดินไปยังตำหนักมรกตดูยาวนานกว่าปกติ แสงตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดเริ่มโรยตัวปกคลุมวังหลวง สายลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะบางเบามากระทบผิวกาย ทำให้พิกุลรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก แม้จะสวมเสื้อผ้าที่หนาเพียงใดก็ตาม

เมื่อมาถึงตำหนักมรกต พิกุลก็ถูกนำเข้าไปในห้องโถงที่ประดับประดาอย่างหรูหรา วิจิตรตระการตา แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกราวกับไม่มีชีวิต ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรประทับอยู่บนพระแท่น ประทับคู่อยู่กับพระมเหสีจันทรา ผู้ทรงสิริโฉมงดงามเยือกเย็นราวกับเทพธิดาแห่งจันทรา แต่แววพระเนตรของพระนางกลับฉายแววเฉียบคมและอำมหิตที่ยากจะคาดเดา

เบื้องหน้าท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสร มีขันทีเฒ่าคนหนึ่งคุกเข่าอยู่ด้วยท่าทีหวาดกลัว ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ

พิกุลค้อมตัวลงกราบอย่างนอบน้อม “ถวายพระพรท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรเพคะ ถวายพระพรพระมเหสีจันทราเพคะ”

“ลุกขึ้นเถิดนางสนม” ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรตรัสด้วยสุรเสียงเย็นชา “ข้ามีเรื่องจะสอบถามเจ้าบางอย่าง”

พิกุลยืนขึ้นด้วยอาการสงบ แต่ในใจของนางเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้

“เจ้าจำได้หรือไม่ว่าเจ้าเคยให้สิ่งใดกับขันทีเฒ่าผู้นี้เมื่อสองวันก่อน” พระมเหสีจันทราตรัสขึ้นบ้าง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่กดดัน

พิกุลพยายามทบทวนความทรงจำ วันนั้นนางได้มอบยาสมุนไพรแก้หวัดให้ขันทีผู้นี้ไป เพราะเห็นว่าเขามีอาการไออย่างรุนแรง

“หม่อมฉันได้มอบยาสมุนไพรแก้หวัดให้ท่านขันทีไปเพคะ ด้วยเห็นว่าท่านขันทีไอหนัก” พิกุลตอบตามความจริง

ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงยิ้มเยาะที่มุมพระโอษฐ์ “ยาสมุนไพรแก้หวัดเช่นนั้นหรือ? แต่นี่มิใช่ยาสมุนไพรแก้หวัดธรรมดา หากแต่เป็นยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าๆ ที่เจ้าพยายามจะใช้กับขันทีเฒ่าผู้นี้”

พิกุลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “มิได้เพคะ! หม่อมฉันมิได้ทำสิ่งเช่นนั้น!”

“เจ้ากล้าปฏิเสธเช่นนั้นหรือ?” พระมเหสีจันทราตรัสถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ขันทีผู้นี้ได้ล้มป่วยลงอย่างหนักตั้งแต่วันที่ได้รับยาจากเจ้า และหมอหลวงได้วินิจฉัยแล้วว่าเขาได้รับสารพิษชนิดหนึ่งที่อยู่ในยาที่เจ้ามอบให้”

ขันทีเฒ่าเงยหน้าขึ้นมองพิกุลด้วยแววตาหวาดกลัวและโกรธแค้น “นางสนมพิกุล นางวางยาข้าขอรับ! นางคิดจะฆ่าข้า!”

พิกุลรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ นางไม่เคยคิดจะทำร้ายผู้ใด และยาสมุนไพรที่นางให้ไปนั้นก็เป็นยาที่บัวตองปรุงให้จากตำรับยาแผนโบราณที่นางได้เรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ไม่น่าจะมีพิษภัยอันใดเลย

“หม่อมฉันขอสาบานเพคะ หม่อมฉันมิได้ทำสิ่งเช่นนั้น ยาสมุนไพรที่หม่อมฉันให้ไปนั้นบริสุทธิ์ ไม่มีพิษภัยอันใดเลยเพคะ” พิกุลพยายามอธิบาย แต่น้ำเสียงของนางฟังดูอ่อนแรงในความกังวาลของห้องโถง

“หลักฐานอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว เจ้าจะปฏิเสธไปถึงไหน?” ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรตรัสด้วยสุรเสียงกร้าว “เจ้าคิดว่าข้าตาบอดหูหนวกหรืออย่างไร นางสนมที่มาจากชนชั้นต่ำเช่นเจ้า ย่อมมีจิตใจที่ต่ำทรามเช่นเดียวกับกำพืดของเจ้า”

คำพูดของท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรกรีดแทงหัวใจพิกุลอย่างเจ็บปวด แต่นางก็พยายามสงบสติอารมณ์ นางรู้ดีว่าหากนางแสดงความหวาดกลัวหรือโกรธเคืองออกไป ก็จะยิ่งเป็นหลักฐานมัดตัวนางให้แน่นหนายิ่งขึ้น

“หม่อมฉันขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของหม่อมฉันเพคะ” พิกุลเอ่ยเสียงมั่นคง “ยาสมุนไพรที่หม่อมฉันให้ไปนั้น เป็นยาแก้หวัดจริงๆ หากมีพิษ หม่อมฉันก็มิอาจรู้ได้ว่าพิษนั้นมาจากที่ใด”

พระมเหสีจันทราทรงแย้มสรวลเย็นๆ “เจ้าคิดจะปัดความรับผิดชอบเช่นนั้นหรือ? ยาออกมาจากมือเจ้า เจ้าก็ต้องรับผิดชอบ”

“แต่ยาขนานนั้นบัวตองเป็นคนปรุงเพคะ” พิกุลกล่าว “บัวตองเป็นคนสนิทของหม่อมฉัน นางไม่เคยคิดร้ายผู้ใด”

“บัวตอง!” ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรตรัสเรียกชื่อบัวตองที่ยืนอยู่ด้านหลังพิกุลด้วยความหวาดหวั่น “เจ้าเป็นคนปรุงยาขนานนั้นจริงหรือ?”

บัวตองตัวสั่นเทา นางคุกเข่าลงทันที “จริงเจ้าค่ะท่านหม่อมเจ้าหญิง หม่อมฉันเป็นคนปรุงยาขนานนั้นถวายพิกุลเจ้าค่ะ”

“และเจ้าก็ยืนยันว่ายาขนานนั้นไม่มีพิษภัยอันใดใช่หรือไม่?” พระมเหสีจันทราตรัสถาม

บัวตองเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำด้วยน้ำตา “เจ้าค่ะ! หม่อมฉันกล้าสาบานว่ายาขนานนั้นบริสุทธิ์จริงๆ เจ้าค่ะ หม่อมฉันปรุงตามตำรับที่ท่านแม่ของพิกุลเคยสอนไว้ ไม่เคยมีใครได้รับอันตรายจากยานี้เลยเจ้าค่ะ”

“ตำรับยาจากมารดาของนางสนมสามัญชนเช่นเจ้า จะไปมีค่าอันใด” ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรตรัสอย่างเหยียดหยาม “หากยาขนานนั้นบริสุทธิ์จริง แล้วขันทีเฒ่าผู้นี้ป่วยด้วยเหตุใด? เจ้าคิดจะใส่ร้ายขันทีเฒ่าผู้นี้เช่นนั้นหรือ?”

“มิได้เพคะ!” บัวตองเอ่ยเสียงดังขึ้นกว่าเดิม “หม่อมฉันมิได้ใส่ร้ายใครเลยเจ้าค่ะ”

“พอได้แล้ว!” ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรตรัสเสียงกร้าว “ไม่ว่ายาขนานนั้นจะมาจากที่ใด แต่เมื่อมันถูกส่งผ่านมือเจ้าและทำให้คนผู้อื่นได้รับอันตราย เจ้าก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น”

พิกุลรู้ในทันทีว่านี่คือการจัดฉาก นี่คือแผนการที่ถูกวางขึ้นเพื่อกำจัดนาง นางพยายามมองหาทางออก แต่ก็ไม่พบหนทางใดเลย เพราะหลักฐานทั้งหมดดูเหมือนจะชี้มาที่นางอย่างชัดเจน

“หม่อมฉันขอทูลถามเพคะ” พิกุลเอ่ยเสียงเรียบ “หากหม่อมฉันเป็นผู้กระทำผิดจริง เหตุใดหม่อมฉันจึงต้องวางยาขันทีเฒ่าผู้นี้ด้วย? หม่อมฉันกับท่านขันทีไม่เคยมีความบาดหมางอันใดต่อกัน”

“นั่นสิเป็นเรื่องที่น่าสงสัย” พระมเหสีจันทราทรงแย้มสรวลอีกครั้ง “หรือเจ้าจะต้องการสร้างความวุ่นวายในวังหลวง? หรือเจ้าจะต้องการกำจัดผู้ที่รู้ความลับบางอย่างของเจ้า?”

คำกล่าวของพระมเหสีจันทราทำให้พิกุลรู้สึกราวกับถูกแทงด้วยดาบน้ำแข็ง นางรู้ดีว่าพระมเหสีจันทรากำลังพยายามโยงเรื่องนี้เข้ากับความลับที่นางปกปิดไว้

“หม่อมฉันไม่มีความลับอันใดที่น่ากลัวถึงขนาดต้องกำจัดผู้คนเพคะ” พิกุลตอบอย่างหนักแน่น

“เจ้าบอกว่าไม่มีความลับ?” ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงลุกขึ้นจากพระแท่น ดวงพระเนตรคมกริบมองตรงมาที่พิกุล “แต่ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีภูมิหลังที่คลุมเครือ ไม่ใช่แค่เพียงสามัญชนธรรมดาที่โชคดีได้เข้ามาในวังหลวง”

หัวใจของพิกุลหล่นวูบ นางพยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงความตกใจออกมา แต่ในใจของนางกลับปั่นป่วนราวกับพายุโหมกระหน่ำ ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงทราบเรื่องภูมิหลังของนางได้อย่างไร? หรือว่าความลับที่นางพยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะถูกเปิดเผย?

“เจ้ามาจากที่ใดกันแน่พิกุล? เจ้าเป็นใครกันแน่?” พระมเหสีจันทราตรัสถามด้วยน้ำเสียงกดดัน “อย่าคิดจะปิดบังความจริงจากข้าเป็นอันขาด เพราะไม่ว่าเจ้าจะมาจากที่ใด ข้าก็ย่อมสืบหาความจริงได้ในที่สุด”

พิกุลเงียบงันไปชั่วขณะ นางรู้สึกราวกับถูกบีบคั้นจนแทบจะหายใจไม่ออก ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้าสู่จิตใจ นางรู้ดีว่าหากความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของนางถูกเปิดเผย ไม่เพียงแต่นางจะตกอยู่ในอันตราย องค์ชายรวินทร์ผู้ที่รักนางด้วยใจบริสุทธิ์ก็อาจถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวอันซับซ้อนนี้ด้วย

“ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งพิกุล” ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรตรัส “เจ้าจะสารภาพความผิดที่วางยาขันทีเฒ่าผู้นี้ และเล่าความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเจ้า หรือเจ้าจะเลือกที่จะถูกลงโทษอย่างหนักฐานขัดขืนคำสั่งและปกปิดความจริง?”

พิกุลเงยหน้าขึ้นมองท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรและพระมเหสีจันทรา สองพระองค์ประทับอยู่เบื้องหน้านางราวกับเทพแห่งความตายที่กำลังรอคอยคำตัดสิน นางรู้ดีว่าไม่ว่านางจะเลือกทางใด ก็ล้วนแต่เป็นหนทางที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยอันตราย

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการปกป้ององค์ชายรวินทร์ ไม่ให้นางกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาที่อาจบั่นทอนอนาคตของพระองค์ได้

“หม่อมฉันขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของหม่อมฉันเพคะ” พิกุลเอ่ยเสียงหนักแน่นอีกครั้ง “และหม่อมฉันไม่มีความลับอันใดที่จะต้องเปิดเผย”

ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงกริ้วจัดเมื่อได้ยินคำตอบของพิกุล “เจ้ากล้าดียังไงมาขัดขืนคำสั่งข้า! ดูเหมือนเจ้าคงจะไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา!”

“นำตัวนางสนมพิกุลไปขังไว้ที่เรือนจำหลวง” พระมเหสีจันทราตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา “และให้สอบสวนนางอย่างละเอียด จนกว่านางจะยอมสารภาพความจริงทั้งหมด”

พิกุลถูกทหารหลวงสองนายเข้ามาจับกุมตัวทันที บัวตองกรีดร้องด้วยความตกใจและพยายามจะเข้าช่วยเจ้านาย แต่ก็ถูกทหารอีกนายจับตัวไว้

“พิกุลเจ้าคะ! ปล่อยพิกุลไปเถิดเจ้าค่ะ!” บัวตองร่ำไห้

พิกุลหันกลับไปมองบัวตองด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเจ็บปวดและขอร้องให้นางสงบสติอารมณ์ นางรู้ดีว่าการต่อต้านในตอนนี้ไม่มีประโยชน์อันใดเลย

ขณะที่ถูกลากตัวออกไปจากตำหนักมรกต พิกุลก็รู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า นางมิได้หวาดกลัวความตายเท่ากับการที่ความลับของนางอาจถูกเปิดเผย และนำพาภัยอันตรายมาสู่องค์ชายรวินทร์ผู้เป็นที่รัก

ในคืนที่หิมะโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย หัวใจของพิกุลกลับรู้สึกหนาวเหน็บยิ่งกว่าความเย็นจากภายนอก นางมองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์อันริบหรี่ที่ส่องลอดเมฆหนาทึบลงมา ราวกับเป็นแสงแห่งความหวังสุดท้ายที่กำลังจะดับสลายไป

พิกุลได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้ความลับของนางยังคงถูกเก็บซ่อนไว้ และขอให้องค์ชายรวินทร์ทรงปลอดภัยจากแผนการร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตของพระองค์

ในความมืดมิดของคุกหลวงที่เย็นยะเยือกและชื้นแฉะ พิกุลนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นหินที่เย็นเฉียบ นางมองไปยังช่องหน้าต่างเล็กๆ ที่เผยให้เห็นเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย เกล็ดหิมะเหล่านั้นช่างดูบริสุทธิ์และงดงาม แต่ทว่ากลับทำให้จิตใจของนางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง

ความลับที่นางซ่อนไว้มาตลอดชีวิตกำลังถูกเปิดเผย และมันกำลังจะกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวนางและคนที่นางรัก

นางจะทำเช่นไรต่อไปในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและอันตรายแห่งนี้? ความรักที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะหนาวเหน็บนี้ จะสามารถฝ่าฟันพายุหิมะที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาได้หรือไม่? หรือมันจะถูกแช่แข็งให้ตายไปพร้อมกับความหวังทั้งหมดที่นางมี?

คำถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของพิกุล จนนางหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ปล่อยให้ความมืดมิดและความหนาวเย็นเข้าปกคลุมจิตใจที่บอบช้ำของนาง.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดอกบัวในหิมะ

ดอกบัวในหิมะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!