ดอกบัวในหิมะ

ตอนที่ 23 — คำมั่นสัญญาที่เปราะบางดุจเกล็ดหิมะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 992 คำ

ยามเช้าตรู่ของวันถัดมา เรือนจำหลวงยังคงปกคลุมด้วยความเงียบงันและความหนาวเย็น พิกุลตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่อ่อนเพลียและอ่อนล้า ดวงตาของนางบวมช้ำจากการร้องไห้ตลอดคืน แต่จิตใจของนางกลับเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย นางรู้ดีว่าการจะรอดชีวิตในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลแห่งนี้ นางจะต้องไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดิน ทำให้พิกุลเงยหน้าขึ้นมอง ‌ผู้ที่เดินเข้ามาคือขันทีผู้คุมคนเดิมที่เคยสอบสวนนางเมื่อวานนี้ แต่คราวนี้เขามีสีหน้าอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย

“มีคนมาเยี่ยมเจ้า” ขันทีผู้คุมเอ่ยเสียงเรียบ “แต่มีเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น”

พิกุลรู้สึกประหลาดใจ ใครกันที่จะมาเยี่ยมเยียนนางในสภาพเช่นนี้?

เมื่อถูกนำตัวไปยังห้องรับรองเล็กๆ พิกุลก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจและดีใจระคนกันไป ผู้ที่มาเยี่ยมเยียนนางคือองค์ชายรวินทร์!

องค์ชายรวินทร์ทรงยืนประทับอยู่เบื้องหน้าห้อง ​มีเพียงช่องลูกกรงเหล็กกั้นขวางอยู่ระหว่างพระองค์กับพิกุล พระพักตร์ของพระองค์ซีดเซียว ดวงตาฉายแววหม่นหมอง แต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใยและความรักที่ปิดบังไม่มิด

“พิกุล...” องค์ชายรวินทร์เอ่ยพระนามนางด้วยสุรเสียงสั่นเครือ “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

พิกุลค้อมตัวลงกราบอย่างนอบน้อม “ถวายพระพรองค์ชายเพคะ หม่อมฉันสบายดีเพคะ” ‍นางพยายามตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้องค์ชายรวินทร์ทรงเป็นห่วง

องค์ชายรวินทร์ทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปสัมผัสลูกกรงเหล็กเย็นเฉียบ ราวกับต้องการจะสัมผัสพิกุลให้ได้ “เจ้าอย่าโกหกข้าเลยพิกุล ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังลำบาก”

น้ำตาของพิกุลคลอเบ้า นางเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ขององค์ชายรวินทร์ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความเจ็บปวด “หม่อมฉันขอโทษเพคะองค์ชาย ‌ที่ทำให้พระองค์ต้องเป็นห่วง”

“เจ้าไม่ผิดพิกุล” องค์ชายรวินทร์ตรัสอย่างหนักแน่น “ข้ารู้ดีว่าเจ้าบริสุทธิ์ ข้าได้ส่งคนไปสืบเรื่องราวทั้งหมดแล้ว และข้าก็รู้แล้วว่ายาที่เจ้ามอบให้ขันทีเฒ่านั้นถูกสับเปลี่ยนโดยแผนการของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสร”

คำกล่าวขององค์ชายรวินทร์ทำให้พิกุลรู้สึกราวกับมีแสงสว่างส่องเข้ามาในหัวใจ นางไม่คิดว่าองค์ชายรวินทร์จะทรงเชื่อใจนางมากขนาดนี้ และทรงพยายามช่วยเหลือตามหานาง

“องค์ชายทรงเชื่อหม่อมฉันเช่นนั้นหรือเพคะ?” พิกุลเอ่ยถามด้วยความตื้นตันใจ

“แน่นอนพิกุล” ‍องค์ชายรวินทร์ตรัส “ข้าเชื่อใจเจ้าเสมอ ไม่ว่าใครจะพูดสิ่งใดก็ตาม”

พิกุลรู้สึกราวกับได้รับการปลดปล่อยจากพันธนาการบางอย่าง น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจไหลรินลงมาบนแก้มของนาง นางอยากจะกอดองค์ชายรวินทร์ไว้ให้แน่น เพื่อขอบคุณในความรักและความเชื่อใจที่พระองค์มอบให้

“แต่ถึงแม้ว่าองค์ชายจะทรงเชื่อหม่อมฉัน แต่หลักฐานทั้งหมดก็ยังคงชี้มาที่หม่อมฉันเพคะ” พิกุลเอ่ยเสียงแผ่ว ​“และเรื่องภูมิหลังของหม่อมฉันก็ยังเป็นสิ่งที่ทั้งสองพระองค์ต้องการจะเปิดเผย”

องค์ชายรวินทร์ทรงพยักหน้าอย่างช้าๆ “ข้ารู้ดีพิกุล และข้าได้สั่งให้แม่ทัพอาทิตย์ไปสืบเรื่องภูมิหลังของเจ้าแล้ว”

พิกุลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “มิได้เพคะองค์ชาย! โปรดอย่าทรงทำเช่นนั้นเลยเพคะ!”

“เหตุใดเล่าพิกุล?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามด้วยความสงสัย “เจ้ามีสิ่งใดที่ต้องปกปิดข้าถึงเพียงนี้?”

พิกุลเงียบงัน นางมองเข้าไปในดวงตาขององค์ชายรวินทร์ ​ดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย แต่ก็มีความคาดหวังบางอย่างซ่อนอยู่ นางอยากจะเล่าความจริงทั้งหมดให้พระองค์ฟัง อยากจะปลดปล่อยภาระที่หนักอึ้งนี้ออกจากใจ แต่นางก็รู้ดีว่าหากความจริงถูกเปิดเผย อาจนำพาภัยอันตรายมาสู่องค์ชายรวินทร์และราชสำนักทั้งหมด

“หม่อมฉัน...หม่อมฉันเพียงไม่อยากให้พระองค์ต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องของหม่อมฉันเพคะ” พิกุลเอ่ยเสียงแผ่ว “เรื่องราวในอดีตของหม่อมฉันนั้นซับซ้อนและอันตรายนัก ​หากพระองค์ทรงล่วงรู้ อาจทำให้พระองค์ต้องตกอยู่ในอันตรายได้”

องค์ชายรวินทร์ทรงทอดถอนพระทัยเบาๆ “เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวอันตรายเช่นนั้นหรือพิกุล? เพื่อเจ้าแล้ว ข้าไม่เคยกลัวสิ่งใดเลย” พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์เข้าไปในช่องลูกกรง พยายามจะสัมผัสใบหน้าของพิกุล

พิกุลเอนใบหน้าเข้าไปใกล้พระหัตถ์ขององค์ชายรวินทร์ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่าพระหัตถ์ที่ประทับอยู่บนแก้มของนาง ความรู้สึกเจ็บปวดและรักใคร่ผสมปนเปกันไปในใจของนาง

“ได้โปรดเถิดเพคะองค์ชาย” พิกุลเอ่ยเสียงอ้อนวอน “โปรดอย่าทรงสืบเรื่องของหม่อมฉันเลยเพคะ ปล่อยให้มันเป็นความลับไปตลอดกาลจะดีกว่า”

องค์ชายรวินทร์ทรงเงียบงันไปชั่วขณะ พระองค์มองเข้าไปในดวงตาของพิกุล และเห็นความเจ็บปวดและความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ พระองค์รู้ดีว่าพิกุลกำลังปกป้องพระองค์อยู่

“เอาเถิดพิกุล หากเจ้าไม่ต้องการให้ข้าสืบ ข้าก็จะไม่สืบ” องค์ชายรวินทร์ตรัสด้วยสุรเสียงอ่อนโยน “แต่ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่า ไม่ว่าความลับของเจ้าจะเป็นสิ่งใด ข้าก็พร้อมที่จะยอมรับและอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ”

คำกล่าวขององค์ชายรวินทร์ราวกับน้ำทิพย์ชโลมใจพิกุลที่แห้งผากให้กลับมาชุ่มชื่นอีกครั้ง นางรู้สึกซาบซึ้งใจในความรักและความเข้าใจที่พระองค์มอบให้ แต่นางก็รู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น เพราะนางรู้ดีว่าความลับที่นางปกปิดไว้นั้นใหญ่หลวงนัก และอาจทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้ในพริบตา

“องค์ชายเพคะ...” พิกุลเอ่ยชื่อพระองค์ออกมาอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นเครือ

“เวลาหมดแล้ว” ขันทีผู้คุมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “นางสนมต้องกลับไปที่ห้องขัง”

พิกุลหันกลับไปมององค์ชายรวินทร์ด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเจ็บปวดและอาลัยอาวรณ์

“ข้าจะหาทางช่วยเจ้าออกมาให้ได้พิกุล” องค์ชายรวินทร์ตรัสอย่างหนักแน่น “เจ้าจงอดทนรอข้า”

พิกุลพยักหน้า น้ำตาไหลรินลงมาบนแก้มของนาง นางถูกทหารหลวงลากตัวกลับไปยังห้องขัง ทิ้งให้องค์ชายรวินทร์ประทับอยู่เพียงลำพังด้วยพระทัยที่หนักอึ้ง

องค์ชายรวินทร์ทรงยืนประทับอยู่หน้าลูกกรงเหล็กเย็นเฉียบเป็นเวลานาน พระองค์ทรงมองออกไปยังลานกว้างเบื้องนอกที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ราวกับว่าหิมะเหล่านั้นกำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างให้จมหายไปในความมืดมิด

คำมั่นสัญญาที่พระองค์มอบให้พิกุลนั้นเปราะบางดุจเกล็ดหิมะที่พร้อมจะละลายหายไปได้ทุกเมื่อในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและอันตรายแห่งนี้ แต่พระองค์ก็ทรงตั้งมั่นในพระทัยว่าจะต้องปกป้องพิกุลให้ได้ ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นก็ตาม

ในคืนนั้นเอง องค์ชายรวินทร์ทรงเรียกแม่ทัพอาทิตย์เข้าเฝ้าอีกครั้ง

“แม่ทัพอาทิตย์ เจ้าจงไปสืบเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับขันทีไท่ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้” องค์ชายรวินทร์ตรัสด้วยสุรเสียงเคร่งเครียด “ข้าต้องการหลักฐานที่ชัดเจนในการโค่นล้มพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสร”

“พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงรับคำสั่ง “แต่การจะโค่นล้มทั้งสองพระองค์นั้นมิใช่เรื่องง่ายเลยพะยะค่ะ”

“ข้ารู้ดีแม่ทัพอาทิตย์” องค์ชายรวินทร์ตรัสตอบ “แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากเราไม่สามารถช่วยพิกุลออกมาได้ นางอาจจะต้องรับโทษประหารชีวิต”

แม่ทัพอาทิตย์เงียบงัน เขารู้ดีว่าคำกล่าวขององค์ชายรวินทร์เป็นความจริง

“และอีกเรื่องหนึ่ง” องค์ชายรวินทร์ตรัส “เจ้าจงไปติดต่อกับเหล่าขุนนางผู้จงรักภักดีต่อเรา หาทางที่จะรวมกลุ่มพวกเขาให้ได้มากที่สุด เพื่อที่เราจะได้มีอำนาจในการต่อรองในราชสำนัก”

“พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงรับคำสั่ง “กระหม่อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อองค์ชายและนางสนมพิกุลพะยะค่ะ”

เมื่อแม่ทัพอาทิตย์ออกไปแล้ว องค์ชายรวินทร์ก็ทรงประทับอยู่เพียงลำพังในห้องทรงงาน พระองค์ทรงมองไปยังกองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ แต่ในพระทัยของพระองค์กลับเต็มไปด้วยความคิดถึงพิกุล

ในยามนี้ องค์ชายรวินทร์ทรงรู้สึกว่าพระองค์จะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อปกป้องพิกุลและปกป้องความรักของพระองค์จากภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้

พระองค์ทรงหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนบทกวีบทหนึ่งลงบนแผ่นกระดาษ

หิมะโปรยปรายทั่วราชวัง ใจข้ายังคิดถึงเจ้ามิคลาย ความรักเราดุจดอกบัวในหิมะ จะเบ่งบานฝ่าฟันภัยนานา

บทกวีบทนี้เป็นดั่งคำมั่นสัญญาที่องค์ชายรวินทร์มีต่อพิกุล เป็นคำมั่นสัญญาที่เปราะบางดุจเกล็ดหิมะ แต่ก็เต็มไปด้วยความรักและความหวังที่ไม่มีวันจางหายไป

ในคืนที่หิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย องค์ชายรวินทร์ทรงได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้พิกุลปลอดภัย และขอให้พระองค์สามารถช่วยเหลือนางออกมาจากกรงขังแห่งความอยุติธรรมนี้ได้ในเร็ววัน.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดอกบัวในหิมะ

ดอกบัวในหิมะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!