ข่าวการสารภาพของนางสนมพิกุลแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่านางเป็นทายาทของตระกูลพิทักษ์ไพรี อดีตตระกูลขุนนางใหญ่ทางเหนือที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏเมื่อยี่สิบปีก่อน และถูกปราบปรามจนสิ้นซาก
องค์ชายรวินทร์ทรงทราบข่าวนี้ด้วยพระทัยที่หนักอึ้ง พระองค์ทรงรู้สึกตกพระทัยและเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่งที่พิกุลปกปิดความจริงอันใหญ่หลวงนี้จากพระองค์มาโดยตลอด แต่ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงเข้าใจถึงเหตุผลที่พิกุลต้องทำเช่นนั้น
“พิกุลเป็นลูกสาวของแม่ทัพพิทักษ์ไพรีเช่นนั้นหรือ?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามแม่ทัพอาทิตย์ด้วยสุรเสียงเคร่งเครียด “เหตุใดนางจึงปกปิดเรื่องนี้มาโดยตลอด?”
แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงทูล “พะยะค่ะองค์ชาย กระหม่อมได้สืบพบว่านางสนมพิกุลมีชื่อเดิมว่า ‘อัคคี’ เป็นบุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพพิทักษ์ไพรีที่รอดชีวิตจากการปราบปรามตระกูลเมื่อยี่สิบปีก่อน นางถูกเลี้ยงดูมาอย่างลับๆ โดยพี่เลี้ยงคนสนิทของมารดา และได้เปลี่ยนชื่อเป็นพิกุลเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงพะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงกำพระหัตถ์แน่น พระองค์ทรงรู้สึกราวกับถูกกระแสลมเย็นเฉียบพัดผ่านเข้ามาในหัวใจ เรื่องราวทั้งหมดนี้ช่างซับซ้อนและอันตรายเกินกว่าที่พระองค์จะคาดคิด
“แล้วนางเข้ามาในวังหลวงเพื่อสิ่งใด?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามด้วยสุรเสียงสั่นเครือ “นางคิดจะล้างแค้นให้บิดาของนางเช่นนั้นหรือ?”
แม่ทัพอาทิตย์เงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะทูลตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พะยะค่ะองค์ชาย นางสนมพิกุลต้องการสืบหาความจริงเกี่ยวกับคดีของบิดา และต้องการล้างแค้นให้ตระกูลของนางพะยะค่ะ”
คำกล่าวของแม่ทัพอาทิตย์ทำให้องค์ชายรวินทร์ทรงรู้สึกเจ็บปวดในพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงรู้ดีว่าการล้างแค้นของพิกุลอาจนำพาภัยอันตรายมาสู่พระองค์และราชสำนักทั้งหมด แต่พระองค์ก็มิอาจทอดทิ้งพิกุลได้
“ข้าต้องการพบพิกุลเดี๋ยวนี้” องค์ชายรวินทร์ตรัสสั่ง
“มิได้พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ทูล “ขณะนี้นางสนมพิกุลถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษของวังหลวงแล้ว และไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมพะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงกริ้วจัด “นี่มันเกินไปแล้ว! พวกเขาคิดจะทำสิ่งใดกับพิกุลกันแน่!”
ในขณะเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษของวังหลวง พิกุลถูกคุมขังอยู่ในห้องขังที่มืดมิดและไร้แสงสว่าง นางถูกมัดตรึงไว้กับเสาเหล็กด้วยโซ่ตรวนที่เย็นเฉียบ ร่างกายของนางอ่อนล้าจากการอดอาหารและน้ำ แต่จิตใจของนางกลับเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม
“เจ้ายังจะปากแข็งอีกหรือไม่?” ขันทีผู้คุมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าคิดจะทำสิ่งใดในวังหลวงแห่งนี้? เจ้าคิดจะก่อกบฏเช่นนั้นหรือ?”
พิกุลเงยหน้าขึ้นมองขันทีผู้คุม ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว “ข้าเพียงต้องการสืบหาความจริง และล้างแค้นให้บิดาของข้าเท่านั้น”
“ความจริงเช่นนั้นหรือ?” ขันทีผู้คุมหัวเราะเยาะ “บิดาของเจ้าเป็นกบฏ นี่คือความจริงที่ทุกคนรู้ดี”
“บิดาของข้าบริสุทธิ์!” พิกุลตะโกนเสียงดัง “เขาถูกใส่ร้าย! เขาถูกหักหลัง!”
“หยุดพูดจาเหลวไหล!” ขันทีผู้คุมตบหน้านางอย่างแรง “เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดจาดูหมิ่นราชสำนัก”
พิกุลรู้สึกเจ็บปวดที่ใบหน้า แต่ก็มิได้ปริปากร้องออกมา นางรู้ดีว่าการแสดงความอ่อนแอในตอนนี้คือการยอมแพ้
ในขณะที่พิกุลกำลังถูกทรมานอยู่นั้น ที่ตำหนักมรกต พระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรก็กำลังวางแผนการบางอย่าง
“นางสนมพิกุลยอมรับแล้วว่านางเป็นลูกสาวของแม่ทัพพิทักษ์ไพรี” พระมเหสีจันทราตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา “และนางก็สารภาพแล้วว่านางเข้ามาในวังหลวงเพื่อล้างแค้น”
ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงแย้มสรวลเย็นๆ “นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะกำจัดนางและองค์ชายรวินทร์ไปพร้อมๆ กัน”
“เราจะทำเช่นไรเพคะ?” ขันทีไท่เอ่ยถาม
“เราจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการกล่าวหาองค์ชายรวินทร์ว่าทรงสมรู้ร่วมคิดกับนางสนมพิกุลในการก่อกบฏ” พระมเหสีจันทราตรัส “และเมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะสามารถกำจัดองค์ชายรวินทร์ไปจากบัลลังก์ได้”
ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “เป็นแผนการที่แยบยลยิ่งเพคะพระมเหสี เมื่อองค์ชายรวินทร์ถูกกำจัดไปแล้ว องค์ชายภาณุก็จะสามารถขึ้นครองราชย์เป็นองค์รัชทายาทได้โดยง่าย”
ขันทีไท่ยิ้มเยาะที่มุมปาก “เป็นแผนการที่สมบูรณ์แบบเพคะพระมเหสี”
ในขณะที่แผนการร้ายกำลังดำเนินไปอย่างลับๆ องค์ชายรวินทร์ก็ทรงได้รับข่าวร้ายอีกครั้ง แม่ทัพอาทิตย์ได้เข้ามาทูลรายงานว่ามีขุนนางหลายคนเริ่มหันไปเข้ากับฝ่ายพระมเหสีจันทราและองค์ชายภาณุแล้ว
“สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ทูล “ดูเหมือนว่าพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรจะทรงเตรียมการมาเป็นอย่างดีแล้วพะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงกำพระหัตถ์แน่น พระองค์ทรงรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง แต่พระองค์ก็มิอาจยอมแพ้ได้
“เราจะต้องหาทางช่วยพิกุลออกมาให้ได้แม่ทัพอาทิตย์” องค์ชายรวินทร์ตรัสอย่างหนักแน่น “และเราจะต้องเปิดโปงแผนการร้ายของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรให้ได้”
“พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงรับคำสั่ง “แต่เราจะต้องระมัดระวังตัวให้มากพะยะค่ะ เพราะทุกก้าวที่เราเดินไป อาจนำพาอันตรายถึงชีวิตได้”
องค์ชายรวินทร์ทรงพยักหน้าอย่างช้าๆ พระองค์รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้านั้นเต็มไปด้วยขวากหนามและอันตราย แต่พระองค์ก็มิอาจหันหลังกลับได้อีกแล้ว เพราะชีวิตของพิกุลและอนาคตของราชสำนักขึ้นอยู่กับพระองค์
ในคืนนั้นเอง องค์ชายรวินทร์ทรงตัดสินพระทัยที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือพิกุลและเปิดโปงแผนการร้ายของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสร แม้จะต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตก็ตาม
ในเวลาเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษ พิกุลยังคงถูกทรมานอย่างหนัก แต่ในใจของนางกลับมีความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวที่ไม่เคยจางหายไป
“เจ้าคิดว่าจะทรมานข้าได้นานแค่ไหนกันแน่?” พิกุลเอ่ยถามขันทีผู้คุมด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า “ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะสืบหาความจริง และจะล้างแค้นให้บิดาของข้าให้ได้”
ขันทีผู้คุมหัวเราะเยาะ “ความมุ่งมั่นของเจ้าอาจนำพาภัยมาสู่ตัวเจ้าเอง”
พิกุลเงียบงัน นางมองไปยังช่องหน้าต่างเล็กๆ ที่เผยให้เห็นเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย เกล็ดหิมะเหล่านั้นช่างดูบริสุทธิ์และงดงาม แต่ทว่ากลับทำให้จิตใจของนางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง
ในความมืดมิดของคุกหลวง พิกุลได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้องค์ชายรวินทร์ทรงปลอดภัย และขอให้พระองค์สามารถช่วยเหลือนางออกมาจากกรงขังแห่งความอยุติธรรมนี้ได้ในเร็ววัน
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดิน ก็ทำให้พิกุลเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ที่เดินเข้ามาคือขันทีไท่ ขันทีคนสนิทของพระมเหสีจันทรา
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังปากแข็งอยู่นะนางสนม” ขันทีไท่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แต่ข้ามีข่าวดีมาบอกเจ้า”
พิกุลเงียบงัน นางมองไปยังขันทีไท่ด้วยความสงสัย
“พระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตเจ้าในวันพรุ่งนี้” ขันทีไท่เอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ “และองค์ชายรวินทร์ก็จะถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าในการก่อกบฏ”
คำกล่าวของขันทีไท่ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของพิกุล ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“มิได้!” พิกุลตะโกนเสียงดัง “องค์ชายรวินทร์ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้!”
“สายไปแล้วนางสนม” ขันทีไท่เอ่ย “ทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกจัดฉากไว้หมดแล้ว”
พิกุลรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า นางไม่คิดว่าแผนการร้ายของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรจะรุนแรงถึงเพียงนี้
“เจ้าจะต้องตาย และองค์ชายรวินทร์ก็จะถูกกำจัดไปจากบัลลังก์” ขันทีไท่เอ่ย “นี่คือจุดจบของเจ้าและองค์ชายรวินทร์”
พิกุลหลับตาลงอย่างอ่อนล้า น้ำตาไหลรินลงมาบนแก้มของนาง นางมิได้หวาดกลัวความตายเท่ากับการที่องค์ชายรวินทร์จะต้องมาเดือดร้อนเพราะนาง
ในคืนที่หิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย พิกุลได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้องค์ชายรวินทร์ทรงปลอดภัย ขอให้พระองค์รอดพ้นจากแผนการร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตของพระองค์
คมดาบแห่งอดีตกาลกำลังจะฟาดฟันลงมา และมันกำลังจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากพิกุลและองค์ชายรวินทร์.

ดอกบัวในหิมะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก