ดอกบัวในหิมะ

ตอนที่ 25 — คมดาบแห่งอดีตกาล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 969 คำ

ข่าวการสารภาพของนางสนมพิกุลแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่านางเป็นทายาทของตระกูลพิทักษ์ไพรี อดีตตระกูลขุนนางใหญ่ทางเหนือที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏเมื่อยี่สิบปีก่อน และถูกปราบปรามจนสิ้นซาก

องค์ชายรวินทร์ทรงทราบข่าวนี้ด้วยพระทัยที่หนักอึ้ง พระองค์ทรงรู้สึกตกพระทัยและเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่งที่พิกุลปกปิดความจริงอันใหญ่หลวงนี้จากพระองค์มาโดยตลอด แต่ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงเข้าใจถึงเหตุผลที่พิกุลต้องทำเช่นนั้น

“พิกุลเป็นลูกสาวของแม่ทัพพิทักษ์ไพรีเช่นนั้นหรือ?” ‌องค์ชายรวินทร์ตรัสถามแม่ทัพอาทิตย์ด้วยสุรเสียงเคร่งเครียด “เหตุใดนางจึงปกปิดเรื่องนี้มาโดยตลอด?”

แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงทูล “พะยะค่ะองค์ชาย กระหม่อมได้สืบพบว่านางสนมพิกุลมีชื่อเดิมว่า ‘อัคคี’ เป็นบุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพพิทักษ์ไพรีที่รอดชีวิตจากการปราบปรามตระกูลเมื่อยี่สิบปีก่อน นางถูกเลี้ยงดูมาอย่างลับๆ โดยพี่เลี้ยงคนสนิทของมารดา ​และได้เปลี่ยนชื่อเป็นพิกุลเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงพะยะค่ะ”

องค์ชายรวินทร์ทรงกำพระหัตถ์แน่น พระองค์ทรงรู้สึกราวกับถูกกระแสลมเย็นเฉียบพัดผ่านเข้ามาในหัวใจ เรื่องราวทั้งหมดนี้ช่างซับซ้อนและอันตรายเกินกว่าที่พระองค์จะคาดคิด

“แล้วนางเข้ามาในวังหลวงเพื่อสิ่งใด?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามด้วยสุรเสียงสั่นเครือ “นางคิดจะล้างแค้นให้บิดาของนางเช่นนั้นหรือ?”

แม่ทัพอาทิตย์เงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะทูลตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พะยะค่ะองค์ชาย นางสนมพิกุลต้องการสืบหาความจริงเกี่ยวกับคดีของบิดา ‍และต้องการล้างแค้นให้ตระกูลของนางพะยะค่ะ”

คำกล่าวของแม่ทัพอาทิตย์ทำให้องค์ชายรวินทร์ทรงรู้สึกเจ็บปวดในพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงรู้ดีว่าการล้างแค้นของพิกุลอาจนำพาภัยอันตรายมาสู่พระองค์และราชสำนักทั้งหมด แต่พระองค์ก็มิอาจทอดทิ้งพิกุลได้

“ข้าต้องการพบพิกุลเดี๋ยวนี้” องค์ชายรวินทร์ตรัสสั่ง

“มิได้พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ทูล “ขณะนี้นางสนมพิกุลถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษของวังหลวงแล้ว และไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมพะยะค่ะ”

องค์ชายรวินทร์ทรงกริ้วจัด “นี่มันเกินไปแล้ว! ‌พวกเขาคิดจะทำสิ่งใดกับพิกุลกันแน่!”

ในขณะเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษของวังหลวง พิกุลถูกคุมขังอยู่ในห้องขังที่มืดมิดและไร้แสงสว่าง นางถูกมัดตรึงไว้กับเสาเหล็กด้วยโซ่ตรวนที่เย็นเฉียบ ร่างกายของนางอ่อนล้าจากการอดอาหารและน้ำ แต่จิตใจของนางกลับเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม

“เจ้ายังจะปากแข็งอีกหรือไม่?” ขันทีผู้คุมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าคิดจะทำสิ่งใดในวังหลวงแห่งนี้? ‍เจ้าคิดจะก่อกบฏเช่นนั้นหรือ?”

พิกุลเงยหน้าขึ้นมองขันทีผู้คุม ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว “ข้าเพียงต้องการสืบหาความจริง และล้างแค้นให้บิดาของข้าเท่านั้น”

“ความจริงเช่นนั้นหรือ?” ขันทีผู้คุมหัวเราะเยาะ “บิดาของเจ้าเป็นกบฏ นี่คือความจริงที่ทุกคนรู้ดี”

“บิดาของข้าบริสุทธิ์!” พิกุลตะโกนเสียงดัง ​“เขาถูกใส่ร้าย! เขาถูกหักหลัง!”

“หยุดพูดจาเหลวไหล!” ขันทีผู้คุมตบหน้านางอย่างแรง “เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดจาดูหมิ่นราชสำนัก”

พิกุลรู้สึกเจ็บปวดที่ใบหน้า แต่ก็มิได้ปริปากร้องออกมา นางรู้ดีว่าการแสดงความอ่อนแอในตอนนี้คือการยอมแพ้

ในขณะที่พิกุลกำลังถูกทรมานอยู่นั้น ที่ตำหนักมรกต พระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรก็กำลังวางแผนการบางอย่าง

“นางสนมพิกุลยอมรับแล้วว่านางเป็นลูกสาวของแม่ทัพพิทักษ์ไพรี” ​พระมเหสีจันทราตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา “และนางก็สารภาพแล้วว่านางเข้ามาในวังหลวงเพื่อล้างแค้น”

ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงแย้มสรวลเย็นๆ “นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะกำจัดนางและองค์ชายรวินทร์ไปพร้อมๆ กัน”

“เราจะทำเช่นไรเพคะ?” ขันทีไท่เอ่ยถาม

“เราจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการกล่าวหาองค์ชายรวินทร์ว่าทรงสมรู้ร่วมคิดกับนางสนมพิกุลในการก่อกบฏ” พระมเหสีจันทราตรัส “และเมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะสามารถกำจัดองค์ชายรวินทร์ไปจากบัลลังก์ได้”

ท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ​“เป็นแผนการที่แยบยลยิ่งเพคะพระมเหสี เมื่อองค์ชายรวินทร์ถูกกำจัดไปแล้ว องค์ชายภาณุก็จะสามารถขึ้นครองราชย์เป็นองค์รัชทายาทได้โดยง่าย”

ขันทีไท่ยิ้มเยาะที่มุมปาก “เป็นแผนการที่สมบูรณ์แบบเพคะพระมเหสี”

ในขณะที่แผนการร้ายกำลังดำเนินไปอย่างลับๆ องค์ชายรวินทร์ก็ทรงได้รับข่าวร้ายอีกครั้ง แม่ทัพอาทิตย์ได้เข้ามาทูลรายงานว่ามีขุนนางหลายคนเริ่มหันไปเข้ากับฝ่ายพระมเหสีจันทราและองค์ชายภาณุแล้ว

“สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ทูล “ดูเหมือนว่าพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรจะทรงเตรียมการมาเป็นอย่างดีแล้วพะยะค่ะ”

องค์ชายรวินทร์ทรงกำพระหัตถ์แน่น พระองค์ทรงรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง แต่พระองค์ก็มิอาจยอมแพ้ได้

“เราจะต้องหาทางช่วยพิกุลออกมาให้ได้แม่ทัพอาทิตย์” องค์ชายรวินทร์ตรัสอย่างหนักแน่น “และเราจะต้องเปิดโปงแผนการร้ายของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรให้ได้”

“พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงรับคำสั่ง “แต่เราจะต้องระมัดระวังตัวให้มากพะยะค่ะ เพราะทุกก้าวที่เราเดินไป อาจนำพาอันตรายถึงชีวิตได้”

องค์ชายรวินทร์ทรงพยักหน้าอย่างช้าๆ พระองค์รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้านั้นเต็มไปด้วยขวากหนามและอันตราย แต่พระองค์ก็มิอาจหันหลังกลับได้อีกแล้ว เพราะชีวิตของพิกุลและอนาคตของราชสำนักขึ้นอยู่กับพระองค์

ในคืนนั้นเอง องค์ชายรวินทร์ทรงตัดสินพระทัยที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือพิกุลและเปิดโปงแผนการร้ายของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสร แม้จะต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตก็ตาม

ในเวลาเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษ พิกุลยังคงถูกทรมานอย่างหนัก แต่ในใจของนางกลับมีความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวที่ไม่เคยจางหายไป

“เจ้าคิดว่าจะทรมานข้าได้นานแค่ไหนกันแน่?” พิกุลเอ่ยถามขันทีผู้คุมด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า “ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะสืบหาความจริง และจะล้างแค้นให้บิดาของข้าให้ได้”

ขันทีผู้คุมหัวเราะเยาะ “ความมุ่งมั่นของเจ้าอาจนำพาภัยมาสู่ตัวเจ้าเอง”

พิกุลเงียบงัน นางมองไปยังช่องหน้าต่างเล็กๆ ที่เผยให้เห็นเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย เกล็ดหิมะเหล่านั้นช่างดูบริสุทธิ์และงดงาม แต่ทว่ากลับทำให้จิตใจของนางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง

ในความมืดมิดของคุกหลวง พิกุลได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้องค์ชายรวินทร์ทรงปลอดภัย และขอให้พระองค์สามารถช่วยเหลือนางออกมาจากกรงขังแห่งความอยุติธรรมนี้ได้ในเร็ววัน

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดิน ก็ทำให้พิกุลเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ที่เดินเข้ามาคือขันทีไท่ ขันทีคนสนิทของพระมเหสีจันทรา

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังปากแข็งอยู่นะนางสนม” ขันทีไท่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แต่ข้ามีข่าวดีมาบอกเจ้า”

พิกุลเงียบงัน นางมองไปยังขันทีไท่ด้วยความสงสัย

“พระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตเจ้าในวันพรุ่งนี้” ขันทีไท่เอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ “และองค์ชายรวินทร์ก็จะถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าในการก่อกบฏ”

คำกล่าวของขันทีไท่ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของพิกุล ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“มิได้!” พิกุลตะโกนเสียงดัง “องค์ชายรวินทร์ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้!”

“สายไปแล้วนางสนม” ขันทีไท่เอ่ย “ทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกจัดฉากไว้หมดแล้ว”

พิกุลรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า นางไม่คิดว่าแผนการร้ายของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรจะรุนแรงถึงเพียงนี้

“เจ้าจะต้องตาย และองค์ชายรวินทร์ก็จะถูกกำจัดไปจากบัลลังก์” ขันทีไท่เอ่ย “นี่คือจุดจบของเจ้าและองค์ชายรวินทร์”

พิกุลหลับตาลงอย่างอ่อนล้า น้ำตาไหลรินลงมาบนแก้มของนาง นางมิได้หวาดกลัวความตายเท่ากับการที่องค์ชายรวินทร์จะต้องมาเดือดร้อนเพราะนาง

ในคืนที่หิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย พิกุลได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้องค์ชายรวินทร์ทรงปลอดภัย ขอให้พระองค์รอดพ้นจากแผนการร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตของพระองค์

คมดาบแห่งอดีตกาลกำลังจะฟาดฟันลงมา และมันกำลังจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากพิกุลและองค์ชายรวินทร์.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดอกบัวในหิมะ

ดอกบัวในหิมะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!