ข่าวการตัดสินประหารชีวิตนางสนมพิกุลและแผนการที่จะกล่าวหาองค์ชายรวินทร์ว่าทรงสมรู้ร่วมคิดในการก่อกบฏ ได้ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ขุนนางผู้จงรักภักดีต่อองค์ชายรวินทร์ องค์ชายรวินทร์ทรงทราบข่าวนี้ด้วยพระทัยที่ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุม พระองค์ทรงรู้ดีว่าเวลาของพระองค์และพิกุลเหลือน้อยลงทุกที
“แม่ทัพอาทิตย์ เราจะปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นมิได้!” องค์ชายรวินทร์ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันดัง “เราจะต้องหาทางช่วยพิกุลออกมาให้ได้ และจะต้องเปิดโปงแผนการร้ายของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรให้ได้”
แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงทูล “พะยะค่ะองค์ชาย แต่ในตอนนี้หลักฐานทั้งหมดก็ยังคงชี้ไปที่นางสนมพิกุล และอำนาจของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรนั้นมีมากเกินกว่าที่เราจะต้านทานได้ง่ายๆ พะยะค่ะ”
“เราจะต้องหาพันธมิตร” องค์ชายรวินทร์ตรัสอย่างหนักแน่น “ใครก็ตามที่ยังมีความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระจักรพรรดิ และยังรักความยุติธรรม จะต้องยืนหยัดเคียงข้างเรา”
แม่ทัพอาทิตย์เงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะทูลตอบ “พะยะค่ะองค์ชาย กระหม่อมมีคนหนึ่งที่จะแนะนำให้องค์ชายรู้จักพะยะค่ะ เขาเป็นอดีตขุนนางผู้ใหญ่ที่เคยเป็นคนสนิทของสมเด็จพระจักรพรรดิ แต่ถูกปลดออกจากตำแหน่งเพราะขัดแย้งกับพระมเหสีจันทรา เขาชื่อ ‘ท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลง’ พะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงเบิกพระเนตรกว้าง “ท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลงเช่นนั้นหรือ? ข้าได้ยินมาว่าท่านเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อราชวงศ์อย่างยิ่ง”
“พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ทูล “หากเราสามารถได้รับความช่วยเหลือจากท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลง เราก็จะมีโอกาสที่จะโค่นล้มแผนการร้ายของพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรได้พะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงพยักหน้าอย่างช้าๆ “เจ้าจงไปติดต่อกับท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลงทันที”
“พะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงรับคำสั่ง
ในขณะที่แม่ทัพอาทิตย์ออกไปปฏิบัติภารกิจ องค์ชายรวินทร์ก็ทรงประทับอยู่เพียงลำพังในห้องทรงงาน พระองค์ทรงมองออกไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด ทรงได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้แม่ทัพอาทิตย์สามารถนำพาความหวังมาสู่พระองค์และพิกุลได้
ในยามค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย แม่ทัพอาทิตย์ได้เดินทางไปยังจวนของท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลง จวนหลังนี้ตั้งอยู่ชานเมืองหลวง ห่างไกลจากความวุ่นวายของวังหลวง
เมื่อแม่ทัพอาทิตย์ได้พบกับท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลง ชายชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยสติปัญญาและแววตาที่ฉายแววคมกริบ แม้จะอยู่ในวัยชราแล้วก็ตาม
“ข้าไม่คิดว่าจะมีใครมาเยี่ยมเยียนข้าในยามวิกาลเช่นนี้” ท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงถวายความเคารพ “กระหม่อมแม่ทัพอาทิตย์ มาตามรับสั่งขององค์ชายรวินทร์พะยะค่ะ”
ท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “องค์ชายรวินทร์เช่นนั้นหรือ? ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในวังหลวงจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ สินะ”
แม่ทัพอาทิตย์จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลงฟัง ตั้งแต่เรื่องยาพิษที่ใช้กับขันทีเฒ่า เรื่องการจับกุมนางสนมพิกุล การเปิดเผยภูมิหลังของนาง และแผนการที่จะกล่าวหาองค์ชายรวินทร์ว่าทรงสมรู้ร่วมคิดในการก่อกบฏ
ท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลงเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “ข้าไม่คิดว่าพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรจะกล้าทำถึงเพียงนี้”
“พะยะค่ะท่านอัครมหาเสนาบดี” แม่ทัพอาทิตย์ทูล “องค์ชายรวินทร์ทรงต้องการความช่วยเหลือจากท่านพะยะค่ะ”
ท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลงเงยหน้าขึ้นมองแม่ทัพอาทิตย์ ดวงตาของท่านฉายแววครุ่นคิด “ข้าจะช่วยองค์ชายรวินทร์ แต่มีข้อแม้ข้อหนึ่ง”
“ข้อแม้สิ่งใดพะยะค่ะ?” แม่ทัพอาทิตย์เอ่ยถามด้วยความสนใจ
“ข้าต้องการหลักฐานที่ชัดเจนในการโค่นล้มพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสร” ท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลงเอ่ย “หลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่าพวกเขากำลังวางแผนการร้ายที่จะยึดอำนาจ และหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่านางสนมพิกุลบริสุทธิ์”
แม่ทัพอาทิตย์ค้อมตัวลงรับคำสั่ง “พะยะค่ะท่านอัครมหาเสนาบดี กระหม่อมจะนำหลักฐานเหล่านั้นมาให้ท่านให้ได้”
เมื่อแม่ทัพอาทิตย์กลับมายังตำหนักบูรพา องค์ชายรวินทร์ก็ทรงรอคอยพระองค์อยู่ด้วยพระทัยที่ร้อนรุ่ม
“เป็นอย่างไรบ้างแม่ทัพอาทิตย์?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามด้วยความคาดหวัง
แม่ทัพอาทิตย์จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้องค์ชายรวินทร์ฟัง “ท่านอัครมหาเสนาบดีเฒ่าหลงตกลงที่จะช่วยเหลือเราพะยะค่ะ แต่ท่านต้องการหลักฐานที่ชัดเจนในการโค่นล้มพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสร และหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่านางสนมพิกุลบริสุทธิ์พะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงพยักหน้าอย่างช้าๆ “เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล”
“แต่การจะหาหลักฐานเหล่านั้นมิใช่เรื่องง่ายเลยพะยะค่ะองค์ชาย” แม่ทัพอาทิตย์ทูล “โดยเฉพาะหลักฐานที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางสนมพิกุล”
องค์ชายรวินทร์ทรงกำพระหัตถ์แน่น พระองค์ทรงรู้ดีว่าการหาหลักฐานเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่พระองค์ก็มิอาจยอมแพ้ได้
“เราจะต้องหาหลักฐานเหล่านั้นให้ได้แม่ทัพอาทิตย์” องค์ชายรวินทร์ตรัสอย่างหนักแน่น “ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม”
ในคืนนั้นเอง องค์ชายรวินทร์ทรงประทับอยู่เพียงลำพังในห้องทรงงาน พระองค์ทรงคิดถึงพิกุลที่กำลังถูกจองจำอยู่ในคุกหลวง ทรงได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้พิกุลปลอดภัย และขอให้พระองค์สามารถช่วยเหลือนางออกมาได้ในเร็ววัน
ในเวลาเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษ พิกุลยังคงถูกทรมานอย่างหนัก แต่ในใจของนางกลับมีความหวังบางอย่างเกิดขึ้น นางรู้ดีว่าองค์ชายรวินทร์จะต้องมาช่วยนางอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดิน ก็ทำให้พิกุลเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ที่เดินเข้ามาคือบัวตอง!
บัวตองเดินเข้ามาในห้องขังของพิกุลด้วยท่าทีร้อนรน ใบหน้าของนางซีดเผือด แต่แววตาของนางกลับฉายแววเด็ดเดี่ยว
“บัวตอง!” พิกุลเอ่ยชื่อบัวตองด้วยความตกใจ “เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
“ข้าแอบเข้ามาเจ้าค่ะ” บัวตองกระซิบ “องค์ชายรวินทร์ทรงส่งข้ามาเจ้าค่ะ พระองค์ทรงต้องการให้ข้ามาบอกเจ้าว่าพระองค์กำลังหาทางช่วยเจ้าอยู่เจ้าค่ะ”
พิกุลรู้สึกราวกับมีแสงสว่างส่องเข้ามาในหัวใจ นางไม่คิดว่าองค์ชายรวินทร์จะทรงส่งบัวตองมาหานางถึงที่นี่
“องค์ชายทรงสบายดีหรือ?” พิกุลเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“สบายดีเจ้าค่ะ” บัวตองตอบ “แต่พระองค์ทรงเป็นห่วงเจ้ามากเจ้าค่ะ”
พิกุลเงียบงัน น้ำตาไหลรินลงมาบนแก้มของนาง นางรู้สึกซาบซึ้งใจในความรักและความห่วงใยที่องค์ชายรวินทร์มีต่อบัวตอง
“บัวตอง เจ้ามีสิ่งใดที่พอจะช่วยข้าได้บ้าง?” พิกุลเอ่ยถาม
บัวตองพยักหน้า “เจ้าค่ะ ข้าได้แอบเก็บสิ่งนี้ไว้เจ้าค่ะ” นางหยิบห่อผ้าเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ เมื่อเปิดออก ก็เผยให้เห็นขวดเล็กๆ บรรจุของเหลวสีใส และมีจดหมายฉบับหนึ่ง
“นี่คือยาแก้พิษที่ข้าปรุงขึ้นเองเจ้าค่ะ” บัวตองกระซิบ “มันสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้เจ้าค่ะ”
พิกุลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “เจ้าปรุงยาแก้พิษเช่นนั้นหรือ?”
“เจ้าค่ะ” บัวตองตอบ “และนี่คือจดหมายจากองค์ชายรวินทร์เจ้าค่ะ”
พิกุลรีบรับจดหมายมาอ่าน เนื้อหาในจดหมายเขียนด้วยลายพระหัตถ์ขององค์ชายรวินทร์ มีใจความว่าพระองค์กำลังหาทางช่วยนาง และขอให้นางอดทนรอคอย
“และนี่คือสิ่งสำคัญที่สุดเจ้าค่ะ” บัวตองกระซิบ “ข้าแอบได้ยินมาว่าพระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงเก็บเอกสารลับบางอย่างไว้ในห้องลับของตำหนักมรกตเจ้าค่ะ”
คำกล่าวของบัวตองทำให้พิกุลรู้สึกราวกับมีแสงสว่างส่องเข้ามาในหัวใจ เอกสารลับเหล่านั้นอาจเป็นหลักฐานสำคัญที่จะช่วยนางและองค์ชายรวินทร์ได้
“เจ้าแน่ใจหรือบัวตอง?” พิกุลเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“แน่ใจเจ้าค่ะ” บัวตองตอบ “ข้าแอบได้ยินขันทีไท่คุยกับทหารคนหนึ่งเจ้าค่ะ”
พิกุลพยักหน้าอย่างช้าๆ นางรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายของนางและองค์ชายรวินทร์
“บัวตอง เจ้าจะต้องรีบกลับไป” พิกุลเอ่ย “และเจ้าจะต้องนำข่าวนี้ไปบอกองค์ชายรวินทร์”
“เจ้าค่ะพิกุล” บัวตองตอบ พลางมอบขวดยาแก้พิษและจดหมายให้พิกุลเก็บไว้
ก่อนที่บัวตองจะจากไป นางก็หันกลับมามองพิกุลด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความห่วงใย “เจ้าจะต้องรอดออกมาให้ได้นะพิกุล”
พิกุลพยักหน้า น้ำตาไหลรินลงมาบนแก้มของนาง นางรู้ดีว่าบัวตองกำลังเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตเพื่อช่วยนาง
เมื่อบัวตองจากไปแล้ว พิกุลก็รีบดื่มยาแก้พิษที่บัวตองให้มา ร่างกายของนางรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที นางมองไปยังจดหมายจากองค์ชายรวินทร์และเอกสารลับที่บัวตองบอก นางรู้ดีว่านี่คือความหวังสุดท้ายของนาง
พันธมิตรลับในเงามืดได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว และมันกำลังจะนำพาพิกุลและองค์ชายรวินทร์ไปสู่การต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขา.

ดอกบัวในหิมะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก