ในยามค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย องค์ชายรวินทร์ประทับอยู่เพียงลำพังในห้องทรงงาน พระองค์ทรงรู้สึกร้อนรุ่มพระทัยตลอดทั้งวัน ทรงได้แต่ภาวนาในใจขอให้บัวตองสามารถนำพาข่าวดีมาสู่พระองค์ได้
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดิน ก็ทำให้องค์ชายรวินทร์เงยหน้าขึ้นมอง ผู้ที่เดินเข้ามาคือบัวตอง!
บัวตองเดินเข้ามาในห้องทรงงานด้วยท่าทีร้อนรน ใบหน้าของนางซีดเผือด แต่แววตาของนางกลับฉายแววเด็ดเดี่ยว
“บัวตอง เจ้ากลับมาแล้ว” องค์ชายรวินทร์ตรัสด้วยความคาดหวัง “เป็นอย่างไรบ้าง? พิกุลสบายดีหรือ?”
บัวตองค้อมตัวลงถวายความเคารพ “ถวายพระพรองค์ชายเพคะ นางสนมพิกุลสบายดีเพคะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงถอนพระทัยอย่างโล่งอก “ดีแล้วๆ”
“และนางสนมพิกุลได้ฝากสิ่งนี้มาถวายองค์ชายเพคะ” บัวตองยื่นปิ่นปักผมทองคำรูปดอกบัวที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง และมีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลพิทักษ์ไพรีสลักอยู่บนตัวปิ่น ให้กับองค์ชายรวินทร์
องค์ชายรวินทร์ทรงรับปิ่นปักผมมาดูด้วยความสงสัย พระองค์ทรงจำได้ว่านี่คือปิ่นปักผมที่ถูกค้นพบในตำหนักบูรพาของพิกุล
“นี่คือปิ่นปักผมประจำตระกูลพิทักษ์ไพรีพะยะค่ะ” บัวตองทูล “นางสนมพิกุลต้องการให้องค์ชายทรงทราบความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับตัวนางเพคะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงกำปิ่นปักผมแน่น พระองค์ทรงรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด พระองค์จะต้องรู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับพิกุล ไม่ว่าความจริงนั้นจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม
“เจ้าจงเล่ามาให้ละเอียดบัวตอง” องค์ชายรวินทร์ตรัสด้วยสุรเสียงเคร่งเครียด “เล่าเรื่องราวทั้งหมดของพิกุลให้ข้าฟัง”
บัวตองจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดของพิกุลให้องค์ชายรวินทร์ฟัง ตั้งแต่เรื่องราวในวัยเยาว์ของพิกุลที่เป็นบุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพพิทักษ์ไพรี ผู้ถูกใส่ร้ายและถูกประหารชีวิตเมื่อยี่สิบปีก่อน เรื่องการรอดชีวิตจากการปราบปรามตระกูล การถูกเลี้ยงดูมาอย่างลับๆ โดยพี่เลี้ยงคนสนิทของมารดา การเปลี่ยนชื่อเป็นพิกุลเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง และการเข้ามาในวังหลวงเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับคดีของบิดา และเพื่อล้างแค้นให้กับตระกูลของนาง
เมื่อบัวตองเล่าเรื่องราวทั้งหมดจบลง องค์ชายรวินทร์ก็ทรงเงียบงันไปชั่วขณะ พระองค์ทรงรู้สึกราวกับถูกกระแสลมเย็นเฉียบพัดผ่านเข้ามาในหัวใจ เรื่องราวทั้งหมดนี้ช่างซับซ้อนและอันตรายเกินกว่าที่พระองค์จะคาดคิด
“นางคือบุตรีของแม่ทัพพิทักษ์ไพรีเช่นนั้นหรือ?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามด้วยสุรเสียงสั่นเครือ “นางเข้ามาในวังหลวงเพื่อล้างแค้นเช่นนั้นหรือ?”
บัวตองค้อมตัวลงทูล “พะยะค่ะองค์ชาย นางสนมพิกุลต้องการสืบหาความจริงเกี่ยวกับคดีของบิดา และต้องการล้างแค้นให้ตระกูลของนางพะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงกำปิ่นปักผมแน่น พระองค์ทรงรู้สึกเจ็บปวดในพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงรู้ดีว่าการล้างแค้นของพิกุลอาจนำพาภัยอันตรายมาสู่พระองค์และราชสำนักทั้งหมด แต่พระองค์ก็มิอาจทอดทิ้งพิกุลได้
“แล้วบิดาของนางถูกใส่ร้ายด้วยเรื่องอันใด?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามด้วยความสนใจ
บัวตองเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะทูลตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พะยะค่ะองค์ชาย เรื่องนี้...เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความลับของราชวงศ์พะยะค่ะ”
คำกล่าวของบัวตองทำให้องค์ชายรวินทร์ทรงเบิกพระเนตรกว้าง “ความลับของราชวงศ์เช่นนั้นหรือ? เจ้าจงเล่ามา”
บัวตองลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้องค์ชายรวินทร์ฟัง “พะยะค่ะองค์ชาย บิดาของนางสนมพิกุล แม่ทัพพิทักษ์ไพรี ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เพราะเขาได้ค้นพบความจริงบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ก่อนพะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงกำพระหัตถ์แน่น พระองค์ทรงรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เรื่องราวทั้งหมดนี้ช่างเกินกว่าที่พระองค์จะคาดคิด
“ความจริงอันใด?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามด้วยสุรเสียงสั่นเครือ
บัวตองก้มหน้าลงต่ำ “พะยะค่ะองค์ชาย สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ก่อน...มิได้ทรงเป็นรัชทายาทโดยชอบธรรมพะยะค่ะ พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ด้วยการแย่งชิงบัลลังก์มาจากองค์ชายรัชทายาทที่แท้จริงพะยะค่ะ”
คำกล่าวของบัวตองทำให้องค์ชายรวินทร์ทรงตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า พระองค์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าความจริงเบื้องหลังบัลลังก์ที่พระองค์ประทับอยู่นั้นจะมืดมิดและสกปรกถึงเพียงนี้
“มิได้!” องค์ชายรวินทร์ตะโกนเสียงดัง “เจ้ากำลังโกหก! นี่เป็นไปไม่ได้!”
“พะยะค่ะองค์ชาย” บัวตองทูล “นี่คือความจริงที่แม่ทัพพิทักษ์ไพรีได้ค้นพบ และเป็นเหตุผลที่เขาถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏและถูกประหารชีวิตพะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงเงียบงันไปชั่วขณะ พระองค์ทรงมองไปยังปิ่นปักผมที่อยู่ในมือของพระองค์ ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง พระองค์ทรงรู้สึกราวกับถูกหักหลัง ไม่ใช่จากพิกุล แต่จากประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่พระองค์เคยเชื่อมั่น
“แล้วองค์ชายรัชทายาทที่แท้จริงคือใคร?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามด้วยสุรเสียงอันแหบพร่า
บัวตองเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะทูลตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พะยะค่ะองค์ชาย องค์ชายรัชทายาทที่แท้จริง...คือบุตรชายของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ก่อน ซึ่งในตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่พะยะค่ะ”
คำกล่าวของบัวตองทำให้องค์ชายรวินทร์ทรงเบิกพระเนตรกว้าง พระองค์ทรงรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจอีกครั้ง เรื่องราวทั้งหมดนี้ช่างซับซ้อนและอันตรายเกินกว่าที่พระองค์จะคาดคิด
“เขาอยู่ที่ใด?” องค์ชายรวินทร์ตรัสถามด้วยความสนใจ
บัวตองก้มหน้าลงต่ำ “พะยะค่ะองค์ชาย กระหม่อมยังไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ได้พะยะค่ะ เพราะมันจะนำพาภัยอันตรายมาสู่เขาได้พะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงถอนพระทัยอย่างอ่อนล้า พระองค์ทรงรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง พระองค์ทรงรู้ดีว่าเมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย ราชสำนักจะต้องเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ และพระองค์เองก็จะต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ยากลำบาก
“ขอบใจเจ้ามากบัวตอง” องค์ชายรวินทร์ตรัสด้วยสุรเสียงอ่อนล้า “เจ้าจงไปพักผ่อนเถิด”
บัวตองค้อมตัวลงถวายความเคารพแล้วเดินออกไปจากห้องทรงงาน ทิ้งให้องค์ชายรวินทร์ประทับอยู่เพียงลำพังด้วยพระทัยที่หนักอึ้ง
องค์ชายรวินทร์ทรงมองไปยังปิ่นปักผมที่อยู่ในมือของพระองค์ ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง พระองค์ทรงรู้ดีว่าความจริงที่พิกุลปกปิดไว้นั้นเป็นความจริงที่เจ็บปวด และมันกำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของพระองค์
ในคืนที่หิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย องค์ชายรวินทร์ทรงได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้พระองค์สามารถรับมือกับความจริงที่เจ็บปวดนี้ได้ และขอให้พระองค์สามารถปกป้องพิกุลและราชสำนักจากภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้
ราคาของความจริงนั้นช่างเจ็บปวดนัก แต่พระองค์ก็จะต้องยอมรับมัน และจะต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญ.

ดอกบัวในหิมะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก