ยามรุ่งอรุณของวันประหารชีวิต แสงตะวันสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาในเรือนจำพิเศษ ส่องกระทบกับโซ่ตรวนที่ผูกมัดพิกุลไว้กับเสาเหล็ก ร่างกายของนางอ่อนล้าจากการอดนอนและความเครียด แต่ในดวงตาของนางกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและสงบนิ่ง นางรู้ดีว่านี่คือวันสุดท้ายในชีวิตของนาง แต่ก็มิได้หวาดกลัวความตายเท่ากับการที่องค์ชายรวินทร์จะต้องมาเดือดร้อนเพราะนาง
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดิน ทำให้พิกุลเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ที่เดินเข้ามาคือองค์ชายรวินทร์!
องค์ชายรวินทร์ทรงเดินเข้ามาในห้องขังของพิกุลด้วยพระพักตร์ที่ซีดเซียวและดวงตาที่แดงก่ำ พระองค์ทรงมองพิกุลด้วยความเจ็บปวดและรักใคร่ที่ปิดบังไม่มิด
“พิกุล...” องค์ชายรวินทร์เอ่ยพระนามนางด้วยสุรเสียงสั่นเครือ “ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว”
พิกุลยิ้มบางๆ “องค์ชายเพคะ พระองค์ไม่ควรมาที่นี่เพคะ มันอันตรายเกินไปสำหรับพระองค์”
องค์ชายรวินทร์ทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปสัมผัสใบหน้าของพิกุล สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของผิวที่ซีดเซียว “ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าต้องตายพิกุล ข้าจะช่วยเจ้าออกมาให้ได้”
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดิน ก็ทำให้องค์ชายรวินทร์และพิกุลหันกลับไปมอง ผู้ที่เดินเข้ามาคือขันทีไท่ พร้อมด้วยทหารหลวงอีกหลายนาย
“ดูเหมือนว่าองค์ชายจะทรงคิดสั้นนะพะยะค่ะ” ขันทีไท่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ทรงคิดจะบุกมาช่วยนางสนมกบฏเช่นนี้”
องค์ชายรวินทร์ทรงกำพระหัตถ์แน่น พระองค์ทรงรู้ดีว่านี่คือกับดักที่พระมเหสีจันทราและท่านหม่อมเจ้าหญิงอัปสรทรงวางไว้ แต่พระองค์ก็มิอาจทอดทิ้งพิกุลได้
“ข้ามาที่นี่เพื่อนำพิกุลกลับไป” องค์ชายรวินทร์ตรัสอย่างหนักแน่น “นางบริสุทธิ์ นางมิได้ทำสิ่งใดผิด”
“หลักฐานชี้ชัดว่านางเป็นกบฏพะยะค่ะองค์ชาย” ขันทีไท่เอ่ย “และตอนนี้องค์ชายก็กำลังสมรู้ร่วมคิดกับนางในการก่อกบฏด้วยพะยะค่ะ”
องค์ชายรวินทร์ทรงกริ้วจัด “เจ้ากล้าดียังไงมากล่าวหาข้าเช่นนี้!”
“ข้าเพียงทำตามหน้าที่พะยะค่ะองค์ชาย” ขันทีไท่เอ่ย “ทหาร! จับตัวองค์ชายรวินทร์ไว้!”
ทหารหลวงหลายนายพุ่งเข้ามาหาองค์ชายรวินทร์ทันที แต่แม่ทัพอาทิตย์ที่แอบซ่อนตัวอยู่ก็ได้พุ่งออกมาจากมุมห้อง และเข้าต่อสู้กับทหารหลวงเหล่านั้น
“องค์ชายรีบพาพิกุลหนีไปพะยะค่ะ!” แม่ทัพอาทิตย์ตะโกนเสียงดัง
องค์ชายรวินทร์ทรงลังเลอยู่ชั่วขณะ พระองค์ทรงรู้ดีว่าหากพระองค์จากไป แม่ทัพอาทิตย์จะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายเพียงลำพัง แต่พระองค์ก็มิอาจทอดทิ้งพิกุลได้
“ข้าจะกลับมาช่วยเจ้าแม่ทัพอาทิตย์!” องค์ชายรวินทร์ตะโกนเสียงดัง
องค์ชายรวินทร์ทรงใช้ดาบที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า ตัดโซ่ตรวนที่ผูกมัดพิกุลไว้กับเสาเหล็ก พิกุลรู้สึกถึงอิสระที่ได้รับกลับคืนมา นางรีบวิ่งตามองค์ชายรวินทร์ออกไปจากห้องขัง
“อย่าให้พวกมันหนีไปได้!” ขันทีไท่ตะโกนเสียงดัง “ตามล่าพวกมัน!”
องค์ชายรวินทร์และพิกุลวิ่งฝ่ากองทหารหลวงออกไปจากเรือนจำพิเศษ โดยมีแม่ทัพอาทิตย์คอยคุ้มกันอยู่ด้านหลัง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นหินที่เย็นเฉียบ
ในขณะที่องค์ชายรวินทร์และพิกุลกำลังวิ่งหนีอยู่นั้น ก็มีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเข้ามาหาพิกุลอย่างรวดเร็ว!
“พิกุลระวัง!” องค์ชายรวินทร์ตะโกนเสียงดัง
พิกุลหันกลับไปมอง ลูกธนูกำลังพุ่งเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว นางรู้ดีว่านางจะต้องหลบหลีกให้ได้ แต่ร่างกายของนางอ่อนล้าเกินกว่าที่จะทำเช่นนั้นได้
ทันใดนั้นเอง องค์ชายรวินทร์ก็ทรงพุ่งเข้ามารับลูกธนูแทนพิกุล!
“องค์ชาย!” พิกุลตะโกนเสียงดังด้วยความตกใจ
ลูกธนูปักเข้าที่ไหล่ขององค์ชายรวินทร์ เลือดสีแดงฉานไหลรินลงมาจากบาดแผล พระองค์ทรงล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
“องค์ชายเพคะ!” พิกุลรีบวิ่งเข้าไปประคององค์ชายรวินทร์ไว้ “พระองค์ทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ!”
องค์ชายรวินทร์ทรงมองพิกุลด้วยรอยยิ้มบางๆ “ข้าไม่เป็นไรพิกุล” พระองค์ทรงพยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของพระองค์อ่อนล้าเกินกว่าที่จะทำเช่นนั้นได้
“อย่าได้กังวลเพคะองค์ชาย” พิกุลเอ่ยเสียงสั่นเครือ “หม่อมฉันจะพาพระองค์หนีไปจากที่นี่”
ในขณะที่พิกุลกำลังพยายามประคององค์ชายรวินทร์อยู่นั้น ขันทีไท่และทหารหลวงก็วิ่งตามมาทัน
“ดูเหมือนว่าองค์ชายจะทรงบาดเจ็บนะพะยะค่ะ” ขันทีไท่เอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ “จับตัวพวกมัน!”
ทหารหลวงพุ่งเข้ามาหาองค์ชายรวินทร์และพิกุลทันที พิกุลรู้ดีว่านางไม่สามารถต่อสู้กับทหารหลวงได้ทั้งหมด นางจะต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อปกป้ององค์ชายรวินทร์
“องค์ชายเพคะ” พิกุลเอ่ยเสียงหนักแน่น “โปรดทรงหนีไปเพคะ หม่อมฉันจะถ่วงเวลาให้พระองค์เอง”
“มิได้พิกุล!” องค์ชายรวินทร์ตะโกนเสียงดัง “ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่!”
“โปรดทรงเชื่อหม่อมฉันเพคะองค์ชาย” พิกุลเอ่ยเสียงอ้อนวอน “นี่คือทางเดียวที่จะทำให้พระองค์รอด”
องค์ชายรวินทร์ทรงลังเลอยู่ชั่วขณะ พระองค์ทรงมองเข้าไปในดวงตาของพิกุล ดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเด็ดเดี่ยว พระองค์รู้ดีว่าพิกุลกำลังจะเสียสละชีวิตเพื่อพระองค์
“ข้าจะกลับมาช่วยเจ้าพิกุล” องค์ชายรวินทร์ตรัสอย่างหนักแน่น “ข้าสัญญา”
พิกุลยิ้มบางๆ “หม่อมฉันจะรอพระองค์เพคะองค์ชาย”
องค์ชายรวินทร์ทรงลุกขึ้นยืนด้วยความเจ็บปวด พระองค์ทรงใช้ดาบที่อยู่ในมือ เข้าต่อสู้กับทหารหลวงที่พุ่งเข้ามาหาพระองค์ เพื่อเปิดทางให้พิกุลหนีไป
พิกุลรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ นางรู้ดีว่าการจากลาครั้งนี้อาจเป็นการจากลาตลอดไป แต่นางก็จะต้องทำเพื่อปกป้ององค์ชายรวินทร์
พิกุลหันหลังกลับและวิ่งหนีออกไปจากเรือนจำพิเศษ โดยมีเสียงดาบกระทบกันและเสียงร้องตะโกนของทหารหลวงดังไล่หลังมา
ในขณะที่พิกุลกำลังวิ่งหนีอยู่นั้น นางก็ได้ยินเสียงดาบกระทบกันดังขึ้นอีกครั้ง และเสียงร้องตะโกนของขันทีไท่ที่ดังขึ้นมาว่า “จับองค์ชายรวินทร์ไว้!”
พิกุลรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า นางไม่รู้ว่าองค์ชายรวินทร์จะเป็นอย่างไรบ้าง แต่นางก็จะต้องหนีไปให้ได้ เพื่อความหวังสุดท้ายในการล้างแค้นให้กับบิดาของนาง และเพื่อความหวังสุดท้ายในการกลับมาหาองค์ชายรวินทร์อีกครั้ง
การเสียสละเพื่อรักแท้ได้เกิดขึ้นแล้ว และมันกำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของพิกุลและองค์ชายรวินทร์.

ดอกบัวในหิมะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก