ดอกบัวในหิมะ

ตอนที่ 3 — บทที่ 3: ความลับของวัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 775 คำ

สัปดาห์แรกในพระราชวังหลวงแห่งต้าหลี่ผ่านพ้นไปราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย ทว่าภายในใจของเหม่ยหลิงกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไป เธอเริ่มคุ้นเคยกับวิถีชีวิตที่แตกต่างจากบ้านเกิดเมืองนอนอย่างสิ้นเชิง จากเจ้าหญิงที่เติบโตมาในความอบอุ่นของแคว้นเว่ย บัดนี้เธอกำลังปรับตัวให้เข้ากับความโอ่อ่าสง่างาม ทว่าแฝงไว้ด้วยความซับซ้อนของราชสำนักต้าหลี่

เซี่ยหยู องค์หญิงรองแห่งต้าหลี่ ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธออย่างรวดเร็ว ‌ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและดวงตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตา เซี่ยหยูพาเหม่ยหลิงออกสำรวจทุกซอกทุกมุมของพระราชวังอันกว้างใหญ่ไพศาล ตั้งแต่โถงท้องพระโรงอันโอ่อ่าสง่างามที่ใช้จัดพิธีสำคัญ ไปจนถึงอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยพรรณไม้หายากและสระบัวที่ส่งกลิ่นหอมยามสนธยา เซี่ยหยูเล่าเรื่องราวตำนานของราชวงศ์ต้าหลี่ เรื่องเล่าขานของบรรพกษัตริย์ผู้กล้าหาญ รวมถึงเรื่องซุบซิบเล็กๆ น้อยๆ ​ของเหล่าข้าราชบริพารที่ทำให้เหม่ยหลิงได้เรียนรู้ถึงชีวิตในวังหลวงแห่งนี้อย่างลึกซึ้งขึ้น

แต่ท่ามกลางความงดงามและความอบอุ่นที่เซี่ยหยูมอบให้ มีสิ่งหนึ่งที่เหม่ยหลิงสังเกตเห็นและทำให้หัวใจของเธอรู้สึกไม่สงบ นั่นคือสายตาของท่านนายกหลิว สายตาที่มักจะจับจ้องมาที่เธออย่างประหลาด ราวกับกำลังประเมินค่าบางอย่าง คล้ายจะอ่านความคิด หรือค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ สายตาคู่นั้นไม่ได้แสดงความชื่นชมยินดีในฐานะว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท ‍แต่กลับแฝงด้วยความเย็นชาและแววระแวดระวังบางอย่างที่ทำให้เหม่ยหลิงรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่สบตา

“เซี่ยหยู” เหม่ยหลิงเอ่ยถามขึ้นในบ่ายวันหนึ่งขณะที่ทั้งสองนั่งจิบชาดอกไม้ในศาลาไม้ริมสระบัว สายลมพัดเอื่อยพากลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยลอยมาแตะจมูก “ท่านนายกหลิว… เขาเป็นคนเช่นไรกันหรือ”

เซี่ยหยูที่กำลังจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ ชะงักมือค้างกลางอากาศ ดวงตาของเธอฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลจางๆ ‌“ทำไมถึงถามถึงท่านนายกเล่าเพคะ ท่านหญิง”

“ก็แค่สงสัยน่ะ” เหม่ยหลิงตอบพลางก้มหน้าลงมองผิวน้ำในถ้วยชา “เขามักจะมองข้าพเจ้าด้วยสายตาที่แปลกๆ ราวกับว่า… ข้าพเจ้าเป็นปริศนาที่เขาต้องคลี่คลาย”

เซี่ยหยูวางถ้วยชาลงบนโต๊ะหินอ่อนอย่างระมัดระวัง เสียงกระทบกันของถ้วยและจานรองดังแผ่วเบาในความเงียบสงบของอุทยาน “ท่านนายกหลิว… ‍เป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในราชสำนักรองจากเสด็จพ่อและองค์รัชทายาทเลยเพคะ เขาเป็นผู้ที่ควบคุมดูแลกิจการภายในและต่างประเทศเกือบทั้งหมด ทั้งยังเป็นผู้ที่วางแผนการอภิเษกสมรสระหว่างเสด็จพี่กับท่านหญิงด้วยพระองค์เอง”

“เพื่ออะไรหรือ” เหม่ยหลิงถามด้วยความสงสัย เธอไม่เคยคิดว่าการแต่งงานของเธอจะมีความซับซ้อนทางการเมืองเช่นนี้

เซี่ยหยูถอนหายใจแผ่วเบา สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกศาลาไปยังหมู่มวลบุปผาที่กำลังเบ่งบาน “ข้าพเจ้าก็ไม่แน่ใจนักเพคะท่านหญิง แต่มีข่าวลือบางอย่างที่เล่าขานกันในหมู่ข้าราชบริพารชั้นสูงว่าท่านนายกหลิวมีความทะเยอทะยานสูงส่งนัก ​และการแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการบางอย่างของเขา” เธอหันกลับมาสบตาเหม่ยหลิงด้วยแววกังวลใจอย่างแท้จริง “ท่านหญิงเพคะ… ไม่ว่าอย่างไร ท่านก็ควรระมัดระวังตัวไว้ให้มาก”

คำเตือนของเซี่ยหยูเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในสระน้ำอันสงบนิ่ง ก่อให้เกิดระลอกคลื่นแห่งความกังวลในใจของเหม่ยหลิง เธอเริ่มคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวังแห่งนี้ ​และเริ่มสังเกตพฤติกรรมของท่านนายกหลิวอย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น เธอพบว่าท่านนายกมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในตำหนักของตนเอง ไม่ค่อยปรากฏตัวในงานเลี้ยงสังสรรค์ หรือการพบปะกับเหล่าขุนนางทั่วไป แต่กลับมักจะนัดพบกับข้าราชการบางคนในที่ลับตาคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามค่ำคืนที่ผู้คนเริ่มเข้านอนแล้ว

ความอยากรู้อยากเห็นและความรู้สึกไม่ชอบมาพากลผลักดันให้เหม่ยหลิงต้องสืบค้นความจริงให้กระจ่าง เธอเริ่มแอบติดตามท่านนายกหลิวในบางครั้งคราว โดยอาศัยความชำนาญในการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบที่ได้ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กจากอาจารย์ผู้ฝึกสอนวิชาป้องกันตัวในแคว้นเว่ย

คืนหนึ่ง ​เดือนเพ็ญลอยเด่นอยู่กลางนภา ทอแสงสีเงินยวงลงมาอาบไล้ทั่วพระราชวังให้ดูงดงามราวกับภาพวาด เหม่ยหลิงตัดสินใจออกเดินเล่นในอุทยานหลวงอีกครั้งภายใต้แสงจันทร์ เธอเดินลัดเลาะไปตามทางเดินหินที่คดเคี้ยว ผ่านพุ่มไม้สูงและต้นหลิวที่พลิ้วไหวตามแรงลม จนกระทั่งได้ยินเสียงสนทนาที่ดังแว่วมาจากศาลาเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในอุทยาน เป็นศาลาที่มักจะไม่มีใครมาใช้งานในยามค่ำคืน เธอหยุดชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นระรัวด้วยความประหลาดใจและหวาดระแวง

“การอภิเษกสมรสครั้งนี้จะต้องไม่สำเร็จ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยของท่านนายกหลิวดังขึ้นอย่างชัดเจนในความเงียบสงัดของยามค่ำคืน “หากองค์รัชทายาทมีองค์ชายีจากอาณาจักรเว่ย อำนาจของข้าพเจ้าจะลดลงอย่างแน่นอน และแผนการที่วางไว้ก็จะพังทลายลงทั้งหมด”

เหม่ยหลิงซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ พยายามกลั้นลมหายใจและเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

“แล้วท่านจะทำเช่นไรขอรับท่านนายก” เสียงอีกเสียงหนึ่งที่ฟังดูอ่อนน้อมกว่าเอ่ยถามขึ้น เสียงนั้นเป็นของขุนนางหนุ่มคนหนึ่งที่มักจะติดตามท่านนายกหลิวอยู่เสมอ

“ข้าพเจ้ามีแผนการอยู่แล้ว” ท่านนายกหลิวตอบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่ทำให้เหม่ยหลิงรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก “เจ้าหญิงเว่ยจะต้องออกจากวังแห่งนี้ไปก่อนที่พิธีอภิเษกสมรสจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม”

ประโยคสุดท้ายนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดแทงลงกลางใจของเหม่ยหลิง ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจอย่างรุนแรง เธอถอยหลังอย่างเงียบเชียบทีละก้าว พยายามไม่ให้เกิดเสียงใดๆ หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองศึก เลือดในกายเย็นยะเยือก เธอไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าชีวิตในวังหลวงจะเต็มไปด้วยภยันตรายเช่นนี้ เป้าหมายของท่านนายกหลิวคือการกำจัดเธอ!

เหม่ยหลิงรีบเดินกลับตำหนักของตนเองด้วยฝีเท้าที่เร็วขึ้น แต่ละก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เธอรู้สึกเหมือนมีสายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่เธอจากทุกทิศทาง เมื่อมาถึงตำหนัก เธอปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา พิงแผ่นหลังกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง พยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วน เธออยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ เธอไม่รู้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรูในวังแห่งนี้ นอกจากเซี่ยหยูแล้ว เธอจะไว้ใจใครได้อีกเล่า? คำเตือนของเซี่ยหยูที่ว่า "ท่านหญิงควรระมัดระวังตัวไว้" บัดนี้ได้กลายเป็นความจริงอันน่าสะพรึงกลัว เธอต้องหาทางปกป้องตัวเอง และเปิดโปงแผนการชั่วร้ายของท่านนายกหลิวให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดอกบัวในหิมะ

ดอกบัวในหิมะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!