ดอกบัวในหิมะ

ตอนที่ 4 — บทที่ 4: ความไว้วางใจ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 933 คำ

ยามราตรีโรยตัวลงมาปกคลุมวังหลวง แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในห้องบรรทมของเหม่ยหลิง ทิ้งเงาตะคุ่มของเครื่องเรือนไว้บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ความเงียบงันในห้องนั้นหนักอึ้งพอๆ กับความกังวลในดวงใจของนาง

ตั้งแต่ได้ยินเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวในสวนดอกเหมยเมื่อวันก่อน จิตใจของเหม่ยหลิงก็ไม่เคยสงบสุขอีกเลย ถ้อยคำของนางกำนัลสองคนนั้นยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบจากเงามืดที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ ‌การสมคบคิดโค่นล้มองค์รัชทายาท การวางแผนร้ายต่อผู้บริสุทธิ์... ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกินกว่าสตรีที่เติบโตมาในตระกูลผู้ดีมีคุณธรรมอย่างนางจะรับได้

ปัญหาคือ นางจะบอกเรื่องนี้กับใคร?

ในวังหลวงอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ เหม่ยหลิงเปรียบเสมือนดอกบัวที่เพิ่งผลิบานในบึงน้ำที่ไม่คุ้นเคย นางยังไม่รู้จักผู้ใดดีพอที่จะมอบความไว้วางใจให้ได้ เว้นเสียแต่... เซี่ยหยู ​สตรีผู้ซื่อสัตย์และมีน้ำใจคนนั้น

รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับแสงสีทองที่สาดส่องเข้ามาปลุกสรรพสิ่งให้ตื่นจากนิทรา แต่สำหรับเหม่ยหลิงแล้ว ค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นเพียงการพักสายตาชั่วคราว จิตใจของนางยังคงว้าวุ่นและเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

เมื่อเซี่ยหยูเข้ามาปรนนิบัติในยามเช้า เหม่ยหลิงตัดสินใจที่จะไม่รอช้าอีกต่อไป นางมองไปยังสตรีผู้เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวในวังนี้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหนักใจ

"เซี่ยหยู" เหม่ยหลิงเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่าย เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบจะเป็นกระซิบ ‍แต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังที่เซี่ยหยูสัมผัสได้ "ข้าพเจ้ามีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องบอกกับเจ้า"

เซี่ยหยูวางพู่กันสำหรับเขียนคิ้วลงช้าๆ หันมาเผชิญหน้ากับเหม่ยหลิง ดวงตาของนางฉายแววเป็นกังวลทันทีที่เห็นสีหน้าของนายหญิง

"เกิดอะไรขึ้นเพคะ ท่านหญิง?"

เหม่ยหลิงรวบรวมสติและเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ได้ยินในสวนดอกเหมยเมื่อวันก่อนอย่างละเอียด ถ้อยคำที่ออกมาจากริมฝีปากของนางนั้นหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในบ่อน้ำนิ่งๆ เซี่ยหยูฟังอย่างตั้งใจ ใบหน้าของนางค่อยๆ ‌เปลี่ยนจากความสดใสในยามเช้ากลายเป็นความจริงจังและมืดครึ้มขึ้นเรื่อยๆ แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยความไม่พอใจและกังวล

เมื่อเหม่ยหลิงเล่าจบ ความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของสตรีทั้งสอง

"ข้าพเจ้าเชื่อท่านหญิงเพคะ" เซี่ยหยูเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน เสียงของนางหนักแน่นและมั่นคง "ท่านนายกหลิวผู้นั้น... ไม่ใช่คนดีมานานแล้วเพคะ ‍ข้าพเจ้ารู้เรื่องราวเกี่ยวกับความทะเยอทะยานและเล่ห์เหลี่ยมของเขามาบ้าง แต่ไม่เคยมีหลักฐานที่ชัดเจนพอที่จะเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้"

คำพูดของเซี่ยหยูทำให้เหม่ยหลิงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง อย่างน้อยนางก็ไม่ได้โดดเดี่ยวในเรื่องนี้

"แล้วเราจะทำอย่างไรดีเล่าเซี่ยหยู?" เหม่ยหลิงถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและกังวลในเวลาเดียวกัน "เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของแผ่นดิน และชีวิตขององค์รัชทายาทเชียวนะ"

เซี่ยหยูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของนางทอประกายแห่งความมุ่งมั่น

"เราต้องบอกพี่ชายของข้าพเจ้าเพคะ" นางตัดสินใจ ​"พี่ชายของข้าพเจ้าเป็นองครักษ์หลวง เขาเป็นคนซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อองค์รัชทายาทมากที่สุดคนหนึ่ง แต่..."

เซี่ยหยูเว้นช่วงไปชั่วครู่ แววตาของนางฉายแววลังเล

"แต่พี่ชายของข้าพเจ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อใครง่ายๆ เพคะ โดยเฉพาะเรื่องราวที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน ท่านหญิงจะต้องหาหลักฐานที่หนักแน่นพอที่จะยืนยันคำพูดของท่านหญิงได้ก่อน เขาถึงจะกล้าลงมือสืบสวนอย่างจริงจัง"

เหม่ยหลิงพยักหน้าช้าๆ ​ความจริงที่ว่านางจะต้องเป็นผู้หาหลักฐานเองนั้น ทำให้ความกังวลกลับมาอีกครั้ง แต่นางก็รู้ดีว่านี่คือทางเดียวที่จะคลี่คลายเรื่องนี้ได้

"ข้าพเจ้าจะหาหลักฐานให้ได้" นางกล่าวอย่างมุ่งมั่น แม้ในใจจะยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน

เซี่ยหยูเดินเข้ามาใกล้ จับมือของเหม่ยหลิงไว้เบาๆ แววตาของนางเต็มไปด้วยความห่วงใย

"ระวังด้วยนะเพคะ ท่านหญิง" ​เซี่ยหยูกระซิบเสียงแผ่ว "ท่านนายกหลิวเป็นคนอันตราย มีอำนาจและเครือข่ายอยู่ทั่ววังหลวง เขาไม่เคยปรานีผู้ใดที่ขวางทางเขา หากท่านหญิงถูกจับได้ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะเพคะ"

คำเตือนของเซี่ยหยูทำให้เหม่ยหลิงรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก แต่นางก็รู้ดีว่าไม่อาจถอยหลังได้อีกแล้ว ชีวิตขององค์รัชทายาทและอนาคตของแผ่นดินขึ้นอยู่กับเรื่องนี้ นางไม่อาจปล่อยให้ความชั่วร้ายลอยนวลได้

ในวันนั้นเอง เหม่ยหลิงก็เริ่มต้นภารกิจลับของนาง นางใช้ความฉลาดเฉลียวและความละเอียดรอบคอบที่ติดตัวมาตั้งแต่เยาว์วัยในการสังเกตการณ์ทุกสิ่งรอบตัวอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าว ทุกสายตา ทุกคำพูดที่ได้ยิน นางพยายามจดจำและวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน

นางเริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมของนางกำนัลและขันทีที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านนายกหลิว นางพยายามจดจำบทสนทนาที่ได้ยินโดยบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม นางสังเกตว่าผู้ใดเข้าออกจวนของท่านนายกหลิวบ่อยครั้งเป็นพิเศษ ใครมีท่าทีลับๆ ล่อๆ หรือใครที่ดูเหมือนจะมีความลับเก็บงำอยู่

ทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ถูกนำมาปะติดปะต่อกันในห้วงความคิดของนาง ราวกับจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ ที่ค่อยๆ ก่อร่างสร้างภาพปริศนาอันซับซ้อนให้สมบูรณ์ขึ้นทีละน้อย เหม่ยหลิงต้องใช้ความอดทนอย่างสูงในการรอคอยโอกาสที่เหมาะสม และความสุขุมรอบคอบในการไม่แสดงพิรุธใดๆ ออกมา

ในระหว่างที่นางกำลังดำเนินภารกิจลับนี้ เหม่ยหลิงก็ยังคงต้องเข้าร่วมงานพิธีต่างๆ ในวังหลวงตามหน้าที่ของพระชายารอง ทุกครั้งที่ไปงานเหล่านั้น นางก็ต้องเผชิญหน้ากับหลงเฟิง องค์รัชทายาทผู้เป็นสามี

ทุกครั้งที่พบกัน หลงเฟิงยังคงแสดงออกอย่างเย็นชาและเป็นทางการเสมอ รอยยิ้มของเขาไม่เคยไปถึงดวงตา และคำพูดของเขาก็สั้นกระชับและไร้อารมณ์ใดๆ ราวกับว่านางเป็นเพียงผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้น แม้จะแต่งงานกันแล้ว แต่กำแพงที่กั้นระหว่างทั้งสองก็ยังคงสูงและหนาทึบ

ทว่า... ในความเย็นชาและไร้อารมณ์นั้น เหม่ยหลิงกลับเริ่มสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของเขา แววตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงน้ำที่ยากหยั่งถึงนั้น บางครั้งนางก็เห็นประกายของความเหนื่อยล้า ความกังวล หรือแม้กระทั่งความเศร้าสร้อยที่ฉายวูบขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนที่มันจะถูกกลบฝังไว้ภายใต้ท่าทีที่เคร่งขรึมและเย็นชา

มันเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เขากำลังพยายามซ่อนเร้นไว้จากสายตาของทุกคน รวมถึงตัวนางด้วย

เหม่ยหลิงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่นางเห็นนั้นเป็นเพียงจินตนาการของนางเองหรือไม่ หรือเป็นเพราะความกังวลที่กำลังกัดกินจิตใจของนางอยู่ตอนนี้ แต่ทุกครั้งที่ได้สบตากับเขา ความรู้สึกประหลาดนี้ก็ผุดขึ้นมาในใจของนางเสมอ

บางที... ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกระด้างขององค์รัชทายาท อาจจะมีบางสิ่งที่เปราะบางและอ่อนไหวซ่อนอยู่ก็เป็นได้

ความสงสัยนี้ทำให้เหม่ยหลิงยิ่งรู้สึกอยากเข้าใกล้และทำความเข้าใจเขามากขึ้น แต่นางก็รู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาใส่ใจเรื่องส่วนตัว ความปลอดภัยของเขาและแผ่นดินต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

นางยังคงดำเนินภารกิจลับต่อไปอย่างเงียบเชียบ ทุกวันคือการเฝ้าระวัง ทุกนาทีคือการสังเกตการณ์ ทุกคำพูดคือเบาะแสที่อาจนำไปสู่ความจริงที่ซ่อนอยู่ นางเปรียบเสมือนนักล่าผู้เงียบงันที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด รอคอยจังหวะที่จะเปิดเผยความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังคืบคลานเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้

ความไว้วางใจที่เซี่ยหยูมอบให้ และความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่แบกรับไว้ ทำให้เหม่ยหลิงรู้สึกเข้มแข็งขึ้นกว่าที่เคย นางจะต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวนางเอง แต่เพื่อความยุติธรรม เพื่อองค์รัชทายาท และเพื่อประชาชนทุกคนในแผ่นดินนี้

ดวงจันทร์ยังคงสาดส่องลงมายังวังหลวงอย่างเงียบงัน แต่ในใจของเหม่ยหลิงนั้น มีเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างช้าๆ เปลวไฟที่จะนำทางนางไปสู่ความจริง แม้จะต้องเผชิญกับอันตรายเพียงใดก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดอกบัวในหิมะ

ดอกบัวในหิมะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!