ดอกบัวในหิมะ

ตอนที่ 8 — บทที่ 8: พายุในวัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 810 คำ

ความสุขที่เหม่ยหลิงได้รับนั้นช่างสั้นนัก ประดุจแสงตะวันยามเช้าที่ถูกเมฆหมอกบดบังอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาเดียว ความสงบสุขที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจก็ถูกพายุแห่งโชคชะตาพัดกระหน่ำจนสั่นคลอน

ในสัปดาห์ถัดมา ข่าวลืออันร้อนแรงก็เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วทุกซอกมุมของวังหลวง ดุจเปลวไฟที่ลามเลียไปตามเชื้อเพลิงแห้งผาก เรื่องราวที่กระซิบกระซาบกันนั้นล้วนเกี่ยวพันกับองค์ชายหลงเฟิง ผู้สูงศักดิ์ที่เพิ่งจะแสดงความเมตตาต่อนางสนมต่ำต้อยอย่างเหม่ยหลิง ‌ข่าวว่าพระองค์ทรงมีใจให้กับนางสนมคนใหม่ นางสนมผู้มีรูปโฉมงดงามราวเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ ผู้ซึ่งเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วแผ่นดิน

ทว่าข่าวลือนี้มิได้สร้างความยินดีให้แก่ผู้ใดเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าหญิงเว่ยหลิง พระคู่หมั้นที่ถูกกำหนดไว้ให้แต่งงานกับองค์ชายหลงเฟิงด้วยพระราชโองการอันศักดิ์สิทธิ์ ข่าวนี้ดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจของนาง ส่งผลให้ความเยือกเย็นที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยเพลิงโทสะอันร้อนแรง แววตาของเจ้าหญิงเว่ยหลิงฉายแววกรุ่นโกรธดุจพญาอินทรีที่ถูกรบกวนรัง ​ความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นภายในใจนั้นรุนแรงเกินกว่าจะเก็บซ่อนไว้ได้

เจ้าหญิงเว่ยหลิงนั้นเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมไปด้วยรูปโฉมอันงดงามหาใดเปรียบ ผิวพรรณขาวผ่องราวหิมะแรก แววตาคมกริบดุจมีดโกนที่ซ่อนประกายอำนาจไว้ภายใต้ความเยือกเย็น ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่มักจะแย้มยิ้มอย่างสง่างาม แต่รอยยิ้มนั้นกลับซ่อนความหยิ่งทะนงและเด็ดขาดไว้เบื้องหลัง นอกจากความงามแล้ว นางยังทรงอำนาจอย่างมหาศาล บิดาของนางคือขุนนางผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชสำนัก ‍ผู้มีอิทธิพลกว้างขวางและลึกซึ้ง ยากนักที่จะมีผู้ใดกล้าขัดใจ ไม่ว่าจะเป็นขุนนางน้อยใหญ่ หรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์บางพระองค์ก็ตาม ด้วยบารมีที่ค้ำจุนอยู่เบื้องหลัง ทำให้เจ้าหญิงเว่ยหลิงเติบโตมาในฐานะผู้ที่ไม่เคยถูกปฏิเสธ ไม่เคยถูกขัดใจ และไม่เคยถูกใครหน้าไหนมาแย่งชิงสิ่งที่นางต้องการ

"เรียกนางสนมเหม่ยหลิงมาพบข้าเดี๋ยวนี้" ‌เสียงของเจ้าหญิงเว่ยหลิงเย็นชาและเฉียบขาดดุจคมมีดที่กรีดอากาศ แม้จะเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง

คำสั่งของเจ้าหญิงเว่ยหลิงถูกส่งผ่านไปยังนางกำนัลคนสนิท และไม่นานนักก็ไปถึงหูของเหม่ยหลิงที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่ในเรือนพักเล็กๆ ของตน หัวใจของเหม่ยหลิงพลันเต้นระรัวดุจกลองศึกที่ถูกตีอย่างต่อเนื่อง นางกำนัลที่มาแจ้งข่าวมีสีหน้าซีดเผือดและแววตาเต็มไปด้วยความสงสาร เหม่ยหลิงรู้ดีว่าการเรียกตัวครั้งนี้มิใช่การเชิญอย่างเป็นมิตร ‍แต่มันคือหมายเรียกจากพญาอินทรีที่กำลังกางกรงเล็บเตรียมจะขย้ำเหยื่อ

เมื่อเหม่ยหลิงก้าวเท้าเข้าไปในห้องรับแขกของเจ้าหญิงเว่ยหลิง หัวใจของนางก็ยิ่งเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก บรรยากาศภายในห้องนั้นเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในฤดูเหมันต์ แม้จะมีเครื่องประดับหรูหรามากมายประดับประดาอยู่ แต่กลับไม่สามารถลดทอนความกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณได้ เจ้าหญิงเว่ยหลิงประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงสง่า ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่เหม่ยหลิงราวกับจะทะลุปรุโปร่งไปถึงข้างในจิตใจ

"คุกเข่าลง" เจ้าหญิงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ​ไร้อารมณ์ใดๆ แฝงอยู่ ทว่ากลับแฝงเร้นด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้

เหม่ยหลิงก้มหน้าลงเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นเข้าจับจิตจับใจ แต่ก็พยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มี นางคุกเข่าลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบอย่างช้าๆ โดยไม่โต้แย้งแม้แต่น้อย ท่าทางนอบน้อมนั้นดูอ่อนแอ ​แต่ภายในใจของนางกลับกำลังต่อสู้กับความหวาดกลัวอย่างสุดกำลัง

"ข้าได้ยินมาว่าเจ้าพยายามล่อลวงองค์ชายหลงเฟิง" เจ้าหญิงเว่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกดุจธารน้ำแข็งที่ไหลผ่านหุบเขา "เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าเป็นใคร? เจ้าเป็นแค่นางสนมธรรมดาที่ไม่มีตระกูล ไม่มีอำนาจ ไม่มีอะไรเลย เทียบไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บของข้า แล้วเจ้ากล้าดียังไงถึงได้บังอาจมาหมายปองในสิ่งที่มิใช่ของเจ้า"

คำพูดของเจ้าหญิงเว่ยหลิงดุจคมมีดที่กรีดแทงลงมากลางใจของเหม่ยหลิง ​ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่กระนั้นนางก็ยังคงพยายามรักษาความสงบไว้ให้มากที่สุด นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับเจ้าหญิงเว่ยหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ

"ข้าพเจ้าไม่ได้ล่อลวงองค์ชายเพคะ" เหม่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงกว่าที่เธอคิดไว้มากนัก "องค์ชายทรงมีเมตตาต่อข้าพเจ้าด้วยพระองค์เอง ข้าพเจ้าเพียงแต่รับใช้พระองค์ตามหน้าที่เท่านั้นเพคะ"

เจ้าหญิงเว่ยหลิงหัวเราะเย็นเยียบ เสียงหัวเราะนั้นดังกังวานไปทั่วห้อง ทำให้ขนอ่อนของเหม่ยหลิงลุกชันไปทั่วร่าง "เจ้ากล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าข้า? เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดของนางสนมต่ำต้อยอย่างเจ้าหรือ? เจ้าคงคิดว่าตัวเองมีดีพอที่จะปีนป่ายขึ้นมาทัดเทียมข้ากระมัง แต่ข้าจะบอกเจ้าไว้ตรงนี้เลยว่า ความฝันของเจ้ามันช่างเลื่อนลอยและไร้สาระยิ่งนัก" แววตาของเจ้าหญิงฉายแววเหยียดหยามอย่างชัดเจน "ข้าจะทำให้เจ้าหายไปจากวังนี้ ถ้าเจ้าไม่ยอมสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับองค์ชายอีก เจ้าจะเลือกทางไหน? หายไปอย่างเงียบๆ หรือหายไปอย่างเจ็บปวดทรมาน?"

คำขู่ของเจ้าหญิงเว่ยหลิงทำให้เหม่ยหลิงรู้สึกราวกับถูกบีบรัดหัวใจจนแทบแหลกสลาย นางก้มหน้าลงอีกครั้ง ในใจของนางมีทั้งความกลัวที่เกาะกุมจิตใจ ความเจ็บปวดที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม และความสับสนที่ถาโถมเข้ามา นางรู้ดีว่าเจ้าหญิงเว่ยหลิงมีอำนาจมากพอที่จะทำให้นางหายไปจากวังหลวงได้อย่างง่ายดาย แต่กระนั้น นางก็รู้ว่านางไม่สามารถสัญญาสิ่งที่นางไม่สามารถรักษาได้ ไม่ใช่เพราะนางต้องการจะแย่งชิงองค์ชาย แต่เพราะนางไม่สามารถควบคุมความรู้สึกขององค์ชายได้ และนางก็ไม่สามารถควบคุมหัวใจของตนเองได้เช่นกัน

"ข้าพเจ้าไม่สามารถสัญญาในสิ่งที่ไม่ขึ้นอยู่กับข้าพเจ้าได้เพคะ" เหม่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่หนักแน่น "แต่ข้าพเจ้าจะไม่ทำสิ่งใดที่ขัดต่อพระราชประสงค์ หรือขัดต่อพระประสงค์ของเจ้าหญิงเพคะ" นางพยายามเลือกใช้คำพูดที่สุภาพที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นการยั่วยุโทสะของเจ้าหญิงเว่ยหลิงไปมากกว่านี้

เจ้าหญิงเว่ยหลิงมองเหม่ยหลิงอย่างเย็นชา แววตาของนางฉายแววประเมินค่า "เจ้าฉลาดกว่าที่ข้าคิด แต่ฉลาดไม่พอที่จะรอดพ้นจากข้าได้" รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของเจ้าหญิง "เจ้าคิดว่าคำพูดสวยหรูของเจ้าจะช่วยให้เจ้าพ้นจากเงื้อมมือของข้าได้งั้นหรือ? เจ้าคิดผิดแล้ว เหม่ยหลิง ข้าจะจับตาดูเจ้าทุกฝีก้าว และหากเจ้าคิดจะเล่นตุกติกแม้แต่น้อย เจ้าจะต้องชดใช้ด้วยความทรมานที่เจ้าไม่เคยคาดคิดมาก่อน"

คำพูดของเจ้าหญิงเว่ยหลิงดุจมีดที่กรีดแทงลงมาในใจของเหม่ยหลิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจของนางอย่างสมบูรณ์ นางรู้ดีว่าชีวิตในวังหลวงหลังจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พายุลูกใหญ่ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว และนางก็คือดอกบัวดอกน้อยที่กำลังจะถูกพายุลูกนี้พัดกระหน่ำจนแทบจะถอนรากถอนโคน

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดอกบัวในหิมะ

ดอกบัวในหิมะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!