ในขณะที่องค์ชายหลงเทียนกำลังเผชิญหน้ากับพายุแห่งราชสำนัก ชิวเหวินในหมู่บ้านม่านจันทราก็มิได้อยู่อย่างสงบสุขนัก ความเงียบเหงาที่เข้ามาแทนที่ความคึกคักจากการมีองค์ชายหลงเทียนอยู่เคียงข้าง ทำให้ชีวิตของนางดูว่างเปล่าไปอย่างถนัดตา นางยังคงดูแลบิดา ปลูกสมุนไพร และช่วยเหลือชาวบ้านเช่นเดิม แต่ทุกการกระทำของนางล้วนแฝงไว้ด้วยความรู้สึกโหยหาถึงชายผู้จากไป หยกรูปมังกรที่ได้รับจากองค์ชายหลงเทียน ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี นางมักจะหยิบมันขึ้นมาลูบคลำเสมอเมื่อรู้สึกคิดถึงเขา
วันหนึ่ง มีข่าวลือแปลกๆ เริ่มแพร่สะพัดในหมู่บ้านม่านจันทรา "ได้ยินว่ามีชายแปลกหน้าคนหนึ่ง กำลังตามหาหญิงสาวที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้" "ใช่แล้ว! พวกเขามีเครื่องแต่งกายที่แตกต่างจากพวกเรา ดูเหมือนไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา" ชาวบ้านต่างพากันพูดคุยด้วยความสงสัยและความหวาดระแวง เพราะไม่เคยมีคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านที่ห่างไกลเช่นนี้บ่อยนัก ชิวเหวินได้ยินข่าวลือเหล่านี้ ก็รู้สึกไม่สบายใจ นางนึกถึงคำพูดขององค์ชายหลงเทียนที่เคยบอกว่าหากเรื่องราวของเขาถูกเปิดเผย อาจนำมาซึ่งภัยอันตราย ไม่นานนัก ชายแปลกหน้าสองคนก็เข้ามาในหมู่บ้าน พวกเขาสวมชุดสีดำทะมึน มีใบหน้าเคร่งขรึมและแววตาดุดัน พวกเขากำลังสอบถามหาบ้านของบัณฑิตชิวอี้จากชาวบ้าน ชิวเหวินซึ่งกำลังช่วยบิดาจัดเรียงตำราอยู่ภายในบ้าน เห็นชายแปลกหน้าสองคนเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู นางรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาจะต้องเกี่ยวข้องกับองค์ชายหลงเทียนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย "นี่คือบ้านของบัณฑิตชิวอี้ใช่หรือไม่" หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้าว บัณฑิตชิวอี้เดินออกมายืนหน้าประตู พร้อมด้วยชิวเหวิน "ใช่แล้ว มีธุระอันใดหรือ" "พวกเราได้รับคำสั่งจากองค์ชายหลงเทียน ให้มารับตัวคุณหนูชิวเหวินไปยังเมืองหลวงพะยะค่ะ" ชายชุดดำกล่าวพร้อมกับยื่นป้ายคำสั่งที่เป็นตราประทับขององค์ชายรัชทายาทให้บัณฑิตชิวอี้ดู ชิวเหวินมองไปยังป้ายคำสั่งนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว ผสมปนเปกันไปทั้งความตื่นเต้น ความดีใจ และความกังวล "องค์ชาย... องค์ชายส่งคนมารับข้าไปหรือเพคะ" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ
บัณฑิตชิวอี้พิจารณาป้ายคำสั่งอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย "เช่นนั้นหรือ... แต่เหตุใดองค์ชายจึงมิได้แจ้งข่าวมาล่วงหน้า" "องค์ชายทรงมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการพะยะค่ะ จึงมิอาจส่งข่าวได้ทันการณ์" ชายชุดดำตอบ "และโปรดเร่งรัดด้วย เนื่องจากสถานการณ์ในเมืองหลวงค่อนข้างสุ่มเสี่ยง หากคุณหนูไปถึงช้า อาจจะไม่ปลอดภัย" ชิวเหวินหันไปมองบิดา "ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าควรจะไปหรือไม่" บัณฑิตชิวอี้ถอนหายใจออกมา "ลูกเอ๋ย นี่คือโชคชะตาที่เจ้าจะต้องเผชิญหน้า ไม่ว่าร้ายหรือดี พ่อเชื่อว่าเจ้าจะสามารถก้าวผ่านไปได้" เขาลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน "จงไปเถิดลูก พ่อจะอยู่ที่นี่รอฟังข่าวดีจากเจ้า" ชิวเหวินกอดบิดาแน่น "ข้าจะดูแลตัวเองเจ้าค่ะท่านพ่อ และข้าจะรีบกลับมาหาท่าน"
การเดินทางสู่เมืองหลวงเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น ชิวเหวินนั่งอยู่บนรถม้าที่จัดเตรียมไว้อย่างดี โดยมีชายชุดดำสองคนคอยคุ้มกันอยู่ตลอดทาง ตลอดเส้นทางที่ยาวไกล ชิวเหวินได้เห็นโลกที่กว้างใหญ่กว่าที่เคยจินตนาการไว้มากมาย เมืองหลวงต้าถงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเมื่อถึงยามบ่าย มันคือมหานครที่ยิ่งใหญ่และโอ่อ่ากำยำ กำแพงเมืองสูงตระหง่านเสียดฟ้า ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ไปมา อาคารบ้านเรือนเรียงรายกันอย่างแน่นขนัด ต่างจากหมู่บ้านเล็กๆ ของนางอย่างสิ้นเชิง หัวใจของชิวเหวินเต้นระรัวด้วยความประหม่าและความตื่นเต้น นางรู้สึกเหมือนเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในมหานครแห่งนี้
รถม้าเคลื่อนที่เข้าไปในเขตพระราชวัง อันเป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์ กำแพงวังสูงใหญ่กว่ากำแพงเมืองหลายเท่า อาคารภายในล้วนแต่เป็นสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตา มียอดหลังคาสีทองอร่ามประดับประดาด้วยมังกรและหงส์อันสง่างาม สวนหย่อมภายในวังก็ได้รับการจัดแต่งอย่างงดงาม มีดอกไม้นานาพรรณส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อรถม้าหยุดลง ชิวเหวินก็ถูกพาไปยังตำหนักเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่มุมหนึ่งของวัง เป็นตำหนักที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ก็ยังคงความสง่างาม "คุณหนูชิวเหวิน องค์ชายหลงเทียนทรงมีรับสั่งให้คุณหนูพำนักอยู่ที่ตำหนักแห่งนี้ และทรงจัดให้เสี่ยวหลานมาคอยดูแลคุณหนูพะยะค่ะ" ชายชุดดำกล่าวพร้อมกับผายมือไปยังหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนรออยู่หน้าตำหนัก
เสี่ยวหลานเป็นหญิงสาววัยไล่เลี่ยกับชิวเหวิน มีใบหน้าที่อ่อนหวานและกิริยาที่อ่อนน้อมถ่อมตน "ถวายบังคมคุณหนูชิวเหวิน หม่อมฉันเสี่ยวหลาน ยินดีที่ได้ปรนนิบัติคุณหนูเพคะ" ชิวเหวินพยักหน้าเล็กน้อย "ขอบคุณเจ้ามากเสี่ยวหลาน" นางมองไปรอบๆ ตำหนักด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ที่นี่คือโลกใหม่ของนาง โลกที่แตกต่างจากสิ่งที่นางเคยรู้จักมาทั้งชีวิต ภายในตำหนักมีห้องหับมากมาย มีเครื่องเรือนและของตกแต่งที่งดงาม แต่ชิวเหวินกลับรู้สึกว่ามันใหญ่โตและว่างเปล่าจนเกินไป นางคิดถึงบ้านเรือนไม้เล็กๆ ในหมู่บ้านม่านจันทรา คิดถึงเสียงลำธาร และลมที่พัดผ่านต้นหลิว "คุณหนูเพคะ องค์ชายทรงมีรับสั่งให้หม่อมฉันนำชุดใหม่มาให้คุณหนูเปลี่ยนเพคะ" เสี่ยวหลานกล่าวพลางหยิบชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนออกมาจากหีบ ชิวเหวินมองชุดนั้นด้วยความประหลาดใจ มันเป็นชุดที่งดงามเกินกว่าที่นางเคยสวมใส่มาทั้งชีวิต แต่ก็รู้สึกถึงความไม่คุ้นเคย "ข้า... ข้าไม่เคยสวมใส่ชุดเช่นนี้มาก่อน" ชิวเหวินกล่าว "องค์ชายทรงเลือกเองพะยะค่ะ ทรงรับสั่งว่าชุดนี้จะขับผิวของคุณหนูให้เปล่งปลั่งงดงามยิ่งขึ้น" เสี่ยวหลานกล่าวด้วยรอยยิ้ม เมื่อชิวเหวินสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนและทำผมใหม่ นางก็รู้สึกราวกับเป็นคนละคน ใบหน้าของนางที่เคยดูเรียบง่าย บัดนี้กลับเปล่งประกายความงามที่ซ่อนเร้นอยู่ ดวงตาที่เคยฉายแววปัญญา บัดนี้กลับมีประกายความมั่นใจและสง่างาม
แต่ความสุขจากการได้มาถึงเมืองหลวงและได้สวมใส่เสื้อผ้าอันงดงามนั้น ก็ไม่ได้อยู่กับชิวเหวินนานนัก "คุณหนูเพคะ องค์ชายหลงเทียนทรงมีราชกิจสำคัญที่ต้องจัดการ ยังไม่สามารถมาพบคุณหนูได้ในตอนนี้เพคะ" เสี่ยวหลานกล่าวด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย ชิวเหวินพยักหน้าด้วยความเข้าใจ นางรู้ดีว่าสถานการณ์ในราชสำนักนั้นซับซ้อนและวุ่นวายเพียงใด การที่องค์ชายหลงเทียนยังไม่สามารถมาพบนางได้ ก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว ทว่าความรู้สึกเดียวดายก็ยังคงเกาะกุมหัวใจของนางเอาไว้แน่น นางเดินออกไปยืนที่ระเบียงตำหนัก มองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยดวงดาวนับล้านดวง แสงจันทร์ยังคงทอประกายงดงามเช่นเคย แต่ในเมืองหลวงแห่งนี้ แสงจันทร์ดูเหมือนจะถูกบดบังด้วยแสงไฟจากโคมนับร้อยนับพัน ชีวิตใหม่ของชิวเหวินได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในวังหลวงแห่งนี้ นางไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีสิ่งใดรออยู่ แต่ในใจของนางก็ยังคงเปี่ยมด้วยความหวังและความเชื่อมั่นในความรักที่เขามีให้กัน
ม่านบุปผาจันทรา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก