วันแรกในวังหลวงของชิวเหวินผ่านไปอย่างเงียบสงบ นางใช้เวลาสำรวจตำหนักที่องค์ชายหลงเทียนจัดเตรียมไว้ให้ เสี่ยวหลานคอยดูแลนางอย่างใกล้ชิดและให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง แม้จะได้รับการดูแลอย่างดี แต่ชิวเหวินก็ยังคงรู้สึกไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ นางคิดถึงความเรียบง่ายและอิสระในหมู่บ้านม่านจันทรา แต่ก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตในวังให้เร็วที่สุด
ในช่วงสองสามวันแรก องค์ชายหลงเทียนก็ยังคงไม่ได้มาพบนางตามที่เสี่ยวหลานได้แจ้งไว้ ชิวเหวินเข้าใจดีว่าพระองค์คงมีราชกิจสำคัญและเร่งด่วนที่ต้องจัดการ จึงมิได้รู้สึกน้อยใจแต่อย่างใด นางใช้เวลาในการอ่านตำราที่องค์ชายหลงเทียนทรงให้เสี่ยวหลานนำมาให้ เป็นตำราประวัติศาสตร์และตำราว่าด้วยการปกครองแคว้นต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่นางสนใจอยู่แล้ว แต่ในขณะที่ชิวเหวินกำลังทำความคุ้นเคยกับชีวิตในวัง ข่าวการมาถึงของ "หญิงสาวปริศนา" ที่องค์ชายรัชทายาททรงนำเข้ามาในวัง ก็เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วราชสำนัก สร้างความสงสัยและไม่พอใจให้กับเหล่าสตรีสูงศักดิ์ โดยเฉพาะบุตรีของเสนาบดีหลี่ นามว่า "หลี่เหมยฮวา" ซึ่งเป็นผู้ที่พระพันปีหลวงหมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นพระชายาขององค์ชายรัชทายาท
"นังหญิงชาวบ้านผู้นั้นเป็นใครกัน! กล้าดียังไงถึงมาอาศัยอยู่ในวังหลวงแห่งนี้" หลี่เหมยฮวาตวาดเสียงดังใส่เหล่าข้ารับใช้ในตำหนักของตนด้วยความไม่พอใจ "ข้าจะต้องไปดูให้เห็นกับตาว่านางมีดีอะไร ถึงได้กล้ามาช่วงชิงความสนใจจากองค์ชายรัชทายาท!" หลี่เหมยฮวาเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามเย้ายวน นางได้รับการอบรมมาอย่างดีเยี่ยม และมีความมั่นใจในรูปร่างหน้าตาและฐานะของตนเองอย่างมาก การที่องค์ชายรัชทายาททรงนำสตรีอื่นเข้าวังมาเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่นางไม่อาจยอมรับได้
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ชิวเหวินกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ในสวนหย่อมเล็กๆ หลังตำหนัก เสี่ยวหลานก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหานาง "คุณหนูเพคะ! แย่แล้วเพคะ บุตรีของเสนาบดีหลี่ หลี่เหมยฮวา มาขอพบคุณหนูเพคะ!" เสี่ยวหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล ชิวเหวินวางตำราลง สีหน้าของนางยังคงสงบเรียบ "นางมาทำไมหรือเสี่ยวหลาน" "ไม่ทราบเพคะ แต่ดูท่าทางของนางแล้ว... น่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่เพคะ" ชิวเหวินพยักหน้าเล็กน้อย นางรู้ดีว่าการมาถึงของนางในวังหลวงจะต้องไม่เป็นที่พอใจของสตรีบางคนอยู่แล้ว นางลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินออกไปต้อนรับหลี่เหมยฮวาที่ห้องรับแขก
หลี่เหมยฮวานั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเชิดหยิ่ง เมื่อเห็นชิวเหวินเดินเข้ามา นางก็จ้องมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูถูก "เจ้าเป็นใครกัน! กล้าดียังไงถึงมาอาศัยอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ได้อย่างหน้าตาเฉย!" หลี่เหมยฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ชิวเหวินยอบกายลงเล็กน้อย "หม่อมฉันชิวเหวินเพคะ ขออภัยที่มิได้แจ้งการมาถึงของหม่อมฉัน" "ฮึ่ม! นังหญิงชาวบ้านต่ำต้อยอย่างเจ้า มาจากหมู่บ้านอะไรก็ไม่รู้! กล้าดียังไงถึงได้มาทำตัวสนิทสนมกับองค์ชายรัชทายาท!" หลี่เหมยฮวาตวาดเสียงดัง "เจ้าจงสำนึกในฐานะของตัวเองเสียบ้าง!" ชิวเหวินยังคงมีสีหน้าสงบ "หม่อมฉันมิได้คิดจะสนิทสนมกับองค์ชายรัชทายาทอย่างที่ท่านเข้าใจเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่ได้รับการเชื้อเชิญให้มาพำนักอยู่ในวังหลวงเท่านั้น" "เชื้อเชิญอย่างนั้นรึ! อย่ามาพูดจาหลอกลวง ข้ารู้ดีว่าเจ้าใช้เล่ห์กลอันใดมาหลอกล่อองค์ชายรัชทายาท!" หลี่เหมยฮวาพูดพร้อมกับหัวเราะเยาะ "เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน! หวังจะปีนป่ายขึ้นมาสู่ตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทอย่างนั้นรึ! ฝันไปเถอะ!"
ชิวเหวินมองหลี่เหมยฮวาด้วยแววตาที่สงบ แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "หม่อมฉันมิได้มีความทะเยอทะยานสูงส่งเช่นที่ท่านเข้าใจเพคะ และหม่อมฉันก็ไม่เคยคิดที่จะช่วงชิงตำแหน่งของใคร" นางหยุดชั่วครู่ "สำหรับเรื่องที่ท่านกล่าวหาหม่อมฉันว่าใช้เล่ห์กลหลอกล่อองค์ชายรัชทายาท หม่อมฉันขอปฏิเสธ หากองค์ชายจะทรงเมตตาหม่อมฉัน ก็คงเป็นเพราะบุญคุณที่เคยช่วยเหลือพระองค์ยามตกยาก และด้วยเหตุผลอื่นใดที่มิใช่เล่ห์กลของหม่อมฉันเป็นแน่" คำพูดของชิวเหวินทำให้หลี่เหมยฮวาถึงกับอึ้ง นางไม่คิดว่าหญิงชาวบ้านผู้นี้จะกล้าโต้ตอบนางด้วยถ้อยคำที่ฉลาดเฉลียวและหนักแน่นเช่นนี้ "เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงถึงมาโต้ตอบข้า!" หลี่เหมยฮวาชี้หน้าชิวเหวินด้วยความโกรธ "หม่อมฉันเพียงแต่กล่าวความจริงเพคะ หากความจริงที่หม่อมฉันกล่าวมันล่วงเกินท่าน ก็ต้องขออภัยด้วย" ชิวเหวินกล่าวอย่างนอบน้อม แต่ก็ยังคงรักษาศักดิ์ศรีของตนเองไว้
ในระหว่างที่หลี่เหมยฮวากำลังจะโต้ตอบ ชายชุดดำสองคนซึ่งเป็นองครักษ์ขององค์ชายหลงเทียนก็เดินเข้ามาในห้อง "เรียนคุณหนูหลี่ โปรดอย่าได้สร้างความวุ่นวายในตำหนักขององค์ชายรัชทายาทพะยะค่ะ" องครักษ์คนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "องค์ชายทรงมีรับสั่งให้ดูแลคุณหนูชิวเหวินอย่างดี หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับนาง องค์ชายจะต้องทรงกริ้วเป็นแน่" หลี่เหมยฮวาเห็นองครักษ์ขององค์ชายรัชทายาทมาปรากฏตัวเช่นนี้ ก็รู้สึกตกใจ นางรู้ดีว่าองครักษ์เหล่านี้ไม่ธรรมดาและคงได้รับคำสั่งมาอย่างเข้มงวด "ฝากไว้ก่อนเถอะนังหญิงชาวบ้าน! เจ้าอย่าคิดว่าจะรอดพ้นไปได้ง่ายๆ!" หลี่เหมยฮวากล่าวด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะเดินสะบัดหน้าออกจากตำหนักไป
หลังจากหลี่เหมยฮวาจากไปแล้ว ชิวเหวินก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกโล่งใจที่เหตุการณ์ไม่เลวร้ายไปกว่านี้ "คุณหนูเพคะ ไม่เป็นไรนะเพคะ" เสี่ยวหลานเดินเข้ามาหานางด้วยความห่วงใย "ข้าไม่เป็นอะไรเสี่ยวหลาน" ชิวเหวินตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ "ข้ารู้ดีว่าการมาอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว" เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้ากับความซับซ้อนและเล่ห์กลในราชสำนัก ชิวเหวินรู้ดีว่านางจะต้องเข้มแข็งและใช้ปัญญาที่ตนเองมีเพื่อเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ให้ได้ นางมองไปยังหยกรูปมังกรที่ซ่อนอยู่ในชุดของนาง หยกเย็นเฉียบ แต่ให้ความรู้สึกมั่นคงราวกับเป็นพลังที่คอยค้ำจุนจิตใจของนางเอาไว้ นางจะต้องพิสูจน์คุณค่าของตนเองให้ได้ ไม่ใช่เพื่อที่จะปีนป่ายขึ้นสู่ฐานะสูงส่ง แต่เพื่อที่จะคู่ควรกับความรักขององค์ชายหลงเทียน และเพื่อที่จะสามารถยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาได้ในวันที่เขาต้องการ
ม่านบุปผาจันทรา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก