การประกาศความรู้สึกขององค์ชายหลงเทียนต่อหน้าสาธารณชนในงานเลี้ยงสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วราชสำนัก ไม่ใช่แค่เพียงความตกใจ แต่ยังรวมถึงการแบ่งขั้วอำนาจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พระพันปีหลวงจิงฮวาและเสนาบดีหลี่ต่างแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผย ส่วนขุนนางผู้จงรักภักดีบางส่วนและราษฎรต่างเริ่มให้การสนับสนุนองค์ชายรัชทายาทและชิวเหวิน
ในวันรุ่งขึ้น องค์ชายหลงเทียนถูกเรียกเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิเพียงลำพัง องค์จักรพรรดิทรงมีพระพักตร์ที่เคร่งเครียด "หลงเทียน เจ้าทำอะไรลงไป! เจ้ากล้าท้าทายพระพันปีหลวงและธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์อย่างเปิดเผยเช่นนี้ได้อย่างไร!" "ทูลเสด็จพ่อ กระหม่อมเพียงแต่กล่าวความจริงพะยะค่ะ" องค์ชายหลงเทียนกราบทูลด้วยความเคารพ "ชิวเหวินคือสตรีผู้เปี่ยมด้วยปัญญาและคุณธรรม นางสามารถช่วยกระหม่อมในการบริหารบ้านเมืองได้ มิได้ด้อยไปกว่าสตรีสูงศักดิ์พระองค์ใดเลยพะยะค่ะ" องค์จักรพรรดิถอนหายใจ "พ่อรู้ว่าเจ้ามีความรักให้นาง แต่เจ้าต้องเข้าใจถึงสถานการณ์ในราชสำนัก เจ้าคือรัชทายาท การกระทำของเจ้าทุกย่างก้าวมีความหมาย และมีผลต่อความมั่นคงของแคว้น หากเจ้าแต่งงานกับหญิงชาวบ้าน มิใช่เพียงเจ้าที่จะถูกตำหนิ แต่มันจะสร้างความไม่พอใจแก่ขุนนางและอาจทำให้บ้านเมืองไม่สงบสุขได้"
"แต่การเลือกคู่ครองเพื่อสร้างอำนาจทางการเมือง โดยมิได้คำนึงถึงความสามารถและจิตใจ ย่อมนำมาซึ่งหายนะในภายหลังพะยะค่ะ" องค์ชายหลงเทียนตรัสอย่างหนักแน่น "กระหม่อมมิอาจทำเช่นนั้นได้" องค์จักรพรรดิมองพระโอรสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทั้งความภาคภูมิใจในความเด็ดเดี่ยว และความกังวลต่ออนาคตของราชวงศ์ "เช่นนั้นแล้ว... เจ้าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้"
ในขณะเดียวกัน ชิวเหวินก็ถูกพระพันปีหลวงเรียกเข้าเฝ้า พระพันปีหลวงจิงฮวาทรงประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยพระพักตร์ที่เย็นชาและดุดัน หลี่เหมยฮวายืนอยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "เจ้าบังอาจมากที่กล้าลบหลู่เกียรติของราชวงศ์และขัดขวางแผนการของข้า" พระพันปีหลวงจิงฮวาตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ "เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้กล้ามาช่วงชิงองค์รัชทายาทไปจากบุตรีของเสนาบดีหลี่" ชิวเหวินคุกเข่าลง "ทูลพระพันปีหลวง หม่อมฉันมิได้คิดที่จะช่วงชิงผู้ใดเพคะ หากองค์ชายจะทรงเมตตาหม่อมฉัน ก็ย่อมเป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนพระองค์ มิได้เกี่ยวข้องกับการกระทำของหม่อมฉัน" "ฮึ่ม! เจ้ามันก็แค่หญิงชาวบ้านที่มีปัญญาเล่ห์เหลี่ยม! อย่าคิดว่าข้าจะไม่รู้แผนการของเจ้า!" พระพันปีหลวงจิงฮวาตรัส "ข้าให้โอกาสเจ้า เพียงแค่เจ้ายอมถอยออกไปจากวังหลวง และกลับไปยังหมู่บ้านของเจ้า ข้าจะถือว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้น" ชิวเหวินเงยหน้าขึ้นมองพระพันปีหลวง "ทูลพระพันปีหลวง หม่อมฉันมิอาจทำเช่นนั้นได้เพคะ หากหม่อมฉันจะจากไป ก็ต้องเป็นไปตามพระประสงค์ขององค์ชายหลงเทียนเท่านั้นเพคะ" "เจ้า... เจ้ากล้าขัดคำสั่งของข้าอย่างนั้นรึ!" พระพันปีหลวงจิงฮวาทรงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "หากเจ้าไม่ยอมไป ข้าก็จะสั่งประหารเจ้าเสียที่นี่!" หลี่เหมยฮวายิ้มเยาะ "อย่าคิดว่าองค์ชายรัชทายาทจะช่วยเจ้าได้ หากเจ้าตายไป ก็ไม่มีใครรู้เห็นสิ่งใด"
ในสถานการณ์คับขันเช่นนั้น องค์ชายหลงเทียนก็เสด็จเข้ามาในท้องพระโรงพอดี พระองค์เห็นชิวเหวินคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพระพันปีหลวง และได้ยินคำข่มขู่ของพระนาง พระองค์จึงรีบก้าวเข้ามาทันที "ทูลพระพันปีหลวง โปรดอย่าได้กระทำสิ่งใดกับชิวเหวินพะยะค่ะ!" องค์ชายหลงเทียนกราบทูล "เจ้าจะมาทำอะไร! จะมาปกป้องนังหญิงชาวบ้านผู้นี้อย่างนั้นรึ!" พระพันปีหลวงจิงฮวาตรัสด้วยความโกรธ "ชิวเหวินเป็นสตรีผู้บริสุทธิ์และไม่ได้ทำผิดสิ่งใด หากทรงลงโทษนาง กระหม่อมก็จะมิยอมรับพะยะค่ะ!" องค์ชายหลงเทียนตรัสอย่างเด็ดเดี่ยว "หากทรงประหารนาง กระหม่อมก็จะขอยื่นฎีกาสละตำแหน่งรัชทายาท และจะไม่ขอรับบัลลังก์นี้พะยะค่ะ!" คำกล่าวขององค์ชายหลงเทียนสร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งท้องพระโรง ไม่ว่าใครก็ไม่คิดว่าองค์ชายรัชทายาทจะทรงยอมสละตำแหน่งรัชทายาทเพื่อสตรีเพียงคนเดียว
พระพันปีหลวงจิงฮวาทรงมีพระพักตร์ซีดเผือด นางรู้ดีว่าหากองค์ชายหลงเทียนทรงสละตำแหน่งรัชทายาทจริง จะนำมาซึ่งความวุ่นวายครั้งใหญ่หลวงในราชวงศ์ และอาจจะทำให้ราชบัลลังก์สั่นคลอนได้ ในขณะนั้น องค์จักรพรรดิก็เสด็จเข้ามาในท้องพระโรงเช่นกัน พระองค์ทรงได้ยินคำกล่าวของพระโอรสทั้งหมด พระองค์มององค์ชายหลงเทียนด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง ก่อนจะหันไปมองพระพันปีหลวง "พระพันปีหลวง" องค์จักรพรรดิตรัสด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ตำแหน่งรัชทายาทและบัลลังก์แห่งต้าถงนั้น มิใช่ของเล่นที่จะนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน หากหลงเทียนไม่ต้องการรับบัลลังก์นี้ ก็มิอาจบังคับได้ และเมื่อนั้น ราชวงศ์ก็จะตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างแน่นอน"
พระพันปีหลวงจิงฮวาทรงกำหมัดแน่น ทรงรู้ดีว่าพระองค์ไม่สามารถกดดันองค์ชายหลงเทียนได้อีกต่อไปแล้ว เพราะการกระทำของพระองค์อาจนำมาซึ่งหายนะที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม "เช่นนั้นแล้ว... เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่" พระพันปีหลวงจิงฮวาตรัสถามองค์ชายหลงเทียนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "กระหม่อมต้องการให้ชิวเหวินได้อยู่เคียงข้างกระหม่อม และได้ช่วยกระหม่อมในการบริหารบ้านเมืองพะยะค่ะ" องค์ชายหลงเทียนกราบทูล "กระหม่อมเชื่อว่าปัญญาและความเมตตาของนาง จะสามารถนำพาบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขได้พะยะค่ะ" องค์จักรพรรดิพยักหน้าเล็กน้อย พระองค์ทรงเห็นถึงความจริงใจและความเด็ดเดี่ยวของพระโอรส พระองค์ทรงทราบดีว่าองค์ชายหลงเทียนเป็นผู้ที่มีคุณธรรมและปัญญาอย่างแท้จริง และการที่พระองค์ทรงเลือกชิวเหวิน ก็คงเป็นเพราะเห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงในตัวนาง
"เช่นนั้นแล้ว... หากเจ้าเชื่อมั่นในตัวนางมากถึงเพียงนี้ พ่อก็จะให้โอกาสเจ้า" องค์จักรพรรดิประกาศ "องค์ชายหลงเทียน เจ้าจะสามารถแต่งตั้งชิวเหวินเป็น... พระชายารองของเจ้าได้" คำประกาศขององค์จักรพรรดิสร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งท้องพระโรง แม้จะมิได้เป็นพระชายาเอก แต่การที่หญิงชาวบ้านผู้ต่ำต้อยเช่นชิวเหวินจะได้รับตำแหน่งพระชายารอง ก็ถือว่าเป็นเกียรติอันสูงสุดแล้ว ชิวเหวินเงยหน้าขึ้นมององค์ชายหลงเทียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื้นตันใจ นางค้อมตัวลงกราบองค์จักรพรรดิด้วยความซาบซึ้งใจ "ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ"
หลังจากนั้น องค์ชายหลงเทียนก็ได้แต่งตั้งชิวเหวินเป็นพระชายารองตามพระราชโองการ ชิวเหวินมิได้ยึดติดกับตำแหน่งหรือฐานะ นางยังคงเป็นชิวเหวินคนเดิม ผู้เปี่ยมด้วยปัญญา คุณธรรม และความเมตตา นางคอยช่วยเหลือองค์ชายหลงเทียนในการบริหารบ้านเมืองอย่างเต็มกำลัง โดยใช้ความรู้ความสามารถและความเข้าใจในชีวิตของราษฎรมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยปัญญาอันเฉลียวฉลาดและจิตใจที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมของชิวเหวิน ทำให้นางสามารถพิสูจน์คุณค่าของตนเอง และค่อยๆ ได้รับการยอมรับจากเหล่าขุนนางและราษฎรโดยทั่วไป ราชสำนักที่เคยเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ก็เริ่มสงบลง และบ้านเมืองก็เริ่มกลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
องค์ชายหลงเทียนกับชิวเหวินได้สร้างความรักที่มั่นคงและแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะมีอุปสรรคหรือกำแพงแห่งประเพณีที่สูงใหญ่เพียงใด ก็มิอาจขวางกั้นหัวใจที่ผูกพันกันของทั้งสองได้ แม้ว่าม่านจันทราแห่งราชสำนักจะยังคงเต็มไปด้วยความซับซ้อนและเล่ห์กล แต่ภายใต้แสงจันทร์อันงดงามนั้น บุปผาชิวเหวินก็ได้ผลิบานอย่างสง่างาม เคียงข้างมังกรแห่งต้าถง ส่องแสงแห่งปัญญาและความรักไปทั่วทั้งแผ่นดิน เรื่องราวความรักขององค์ชายหลงเทียนกับชิวเหวินได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานสืบไป ว่าด้วยความรักที่เหนือกว่าฐานันดรศักดิ์ ปัญญาที่ส่องนำทาง และคุณธรรมที่คงอยู่ตลอดกาล ดุจม่านจันทราที่มิอาจบดบังแสงแห่งรักที่เปล่งประกายชั่วนิรันดร์.
ม่านบุปผาจันทรา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก