ม่านบุปผาจันทรา

ตอนที่ 22 — เพลิงริษยาในวังหลวง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

28 ตอน · 747 คำ

ลมหนาวพัดโชยมาพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกเหมยที่เริ่มผลิบานในสวนหลวง ทว่าภายในกำแพงวังหลวง บรรยากาศกลับมิได้งดงามผ่อนคลายดุจภายนอก เพลิงริษยาและอำนาจกำลังโหมกระหน่ำอย่างเงียบเชียบ คุกคามความสงบสุขขององค์ชายหลงเทียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

นับตั้งแต่ข่าวลือเรื่องสตรีสามัญชนแพร่สะพัด อัครเสนาบดีซูเหวินและแม่ทัพใหญ่หลี่จินก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อองค์ฮ่องเต้และองค์ชายหลงเทียนให้เร่งรัดเรื่องการอภิเษกสมรสกับหลี่เม่ย บรรดาขุนนางผู้ภักดีต่อตระกูลซูและหลี่ต่างพากันสนับสนุนอย่างแข็งขัน ทำให้สถานการณ์ขององค์ชายหลงเทียนยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

“องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ ‌บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะต้องทรงตัดสินพระทัย” แม่ทัพใหญ่หลี่จินกราบทูลด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในท้องพระโรง “การผัดผ่อนเรื่องมงคลสมรสเช่นนี้ ย่อมส่งผลเสียต่อขวัญกำลังใจของเหล่าขุนนางและราษฎร อีกทั้งยังทำให้ข่าวลืออันมิบังควรแพร่สะพัดกว้างขวางขึ้นไปอีก”

องค์ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรไปยังองค์ชายหลงเทียนด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหนักใจ “หลงเทียน เจ้ามิอาจผัดผ่อนเรื่องนี้ได้อีกแล้ว ข้าจะให้เวลาเจ้าตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้าย ​หากสิ้นเดือนนี้เจ้ายังมิอาจให้คำตอบได้ ข้าจะตัดสินใจแทนเจ้าเอง”

พระดำรัสขององค์ฮ่องเต้เปรียบดังคำพิพากษา องค์ชายหลงเทียนค้อมกายลงด้วยความอึดอัดใจ พระองค์รู้ดีว่าพระบิดามิได้ต้องการบีบคั้นพระองค์ แต่ทรงถูกแรงกดดันจากเหล่าขุนนางจนมิอาจหลีกเลี่ยงได้

หลังจากการเข้าเฝ้า องค์ชายหลงเทียนกลับมายังตำหนักตะวันออกด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง พระองค์เดินวนไปมาในห้องด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์ส่งคนไปสืบเรื่องราวในหมู่บ้านของชิวเหวินอย่างลับๆ ‍แต่ข่าวที่ได้รับกลับมาก็คือ ชิวเหวินยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบ และมิได้แสดงท่าทีว่าจะเข้าสู่เมืองหลวงแต่อย่างใด

“ชิวเหวิน… เจ้าอยู่ที่ใดในยามนี้” พระองค์พึมพำกับตัวเอง “ข้ามิอาจรอเจ้าได้อีกแล้ว”

ในขณะเดียวกัน ที่ตำหนักของหลี่เม่ย นางกำลังนั่งจิบชาดอกโบตั๋นด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความพึงพอใจ ‌แผนการของนางกำลังดำเนินไปอย่างที่คาดไว้

“เสี่ยวหลาน เจ้าได้ส่งคนไปแพร่ข่าวลือเพิ่มเติมแล้วใช่หรือไม่” นางถามสาวใช้คนสนิท

“เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะคุณหนู บัดนี้ข่าวลือเรื่องสตรีสามัญชนผู้นั้นได้แพร่สะพัดไปถึงเหล่าขุนนางชั้นสูงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสี่ยวหลานตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

หลี่เม่ยหัวเราะในลำคอ “ดีมาก เมื่อข่าวลือแพร่สะพัดออกไปมากพอ องค์ชายหลงเทียนก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องอภิเษกสมรสกับข้า” ‍นางยกมือขึ้นลูบคางอย่างครุ่นคิด “แต่ข้าก็ยังอยากจะเห็นหน้าสตรีผู้นั้นนัก อยากรู้ว่านางมีดีอันใดถึงทำให้องค์ชายถึงกับลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้”

นางตัดสินใจที่จะส่งคนไปสืบหาตัวตนของชิวเหวินอย่างละเอียด และหากเป็นไปได้ ก็จะนำพานางเข้าสู่เมืองหลวง เพื่อที่นางจะได้จัดการกับคู่แข่งหัวใจของนางด้วยตนเอง

“เสี่ยวหลาน เจ้าจงส่งคนออกไปอีกครั้ง คราวนี้ให้ไปสืบเรื่องราวของสตรีผู้นั้นให้ละเอียดที่สุด ​และหากนางยังคงอยู่ในหมู่บ้าน ก็จงหาทางให้นางเดินทางเข้าสู่เมืองหลวง” หลี่เม่ยสั่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอำมหิต “ข้าต้องการให้นางปรากฏตัวขึ้นในเมืองหลวง เพื่อที่ข้าจะได้จัดการกับนางให้สิ้นซาก”

เสี่ยวหลานรับคำสั่งด้วยความหวาดหวั่น นางรู้ดีว่าคุณหนูของนางนั้นเป็นคนเหี้ยมโหดและเจ้าเล่ห์เพทุบายเพียงใด

ในขณะที่เพลิงริษยาในวังหลวงกำลังโหมกระหน่ำ ชิวเหวินกลับกำลังเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงอย่างเงียบๆ นางมิได้รู้เลยว่ากำลังก้าวเข้าสู่กับดักที่หลี่เม่ยวางเอาไว้

นางได้จัดเตรียมสัมภาระที่จำเป็นทั้งหมด ​และได้บอกลาบิดาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง บิดาของนางได้มอบหนังสือเล่มหนึ่งให้แก่นาง เป็นหนังสือที่รวบรวมความรู้เรื่องสมุนไพรและการแพทย์แผนโบราณ พร้อมกับกำชับให้นางดูแลตนเองให้ดี

“ลูกเอ๋ย จงใช้ปัญญาและความเมตตาของเจ้าให้เป็นประโยชน์ จงอย่าได้หวั่นเกรงต่อสิ่งใด” บัณฑิตชิวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “พ่อเชื่อว่าลูกจะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคทุกอย่างไปได้”

ชิวเหวินรับหนังสือมาแนบอก ​ดวงตาคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตา “ลูกจะดูแลตนเองให้ดีเจ้าค่ะ ท่านพ่อก็เช่นกัน”

นางเดินทางออกจากหมู่บ้านไปพร้อมกับขบวนพ่อค้าในยามรุ่งสาง บรรยากาศยามเช้าที่เงียบสงบและอากาศที่บริสุทธิ์ของชนบท สร้างความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ให้แก่นาง แต่นางก็รู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของนางและองค์ชายหลงเทียน

ระหว่างการเดินทาง ชิวเหวินได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมายที่แตกต่างจากหมู่บ้านของนาง เมืองหลวงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้คนมากมายต่างเดินทางไปมาหาสู่กัน ตึกรามบ้านช่องสูงใหญ่ตระหง่านตา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่นางเป็นอย่างมาก

นางพยายามสังเกตและเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและอันตราย

เมื่อขบวนพ่อค้าเดินทางเข้าสู่เมืองหลวง ชิวเหวินก็ก้าวลงจากเกวียนด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น นางมองดูผู้คนที่เดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ บางคนแต่งกายหรูหรา บางคนแต่งกายเรียบง่าย แต่ทุกคนต่างก็มีจุดมุ่งหมายของตนเอง

นางตัดสินใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองหลวงด้วยการทำงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหารายได้และทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม นางใช้ความรู้เรื่องสมุนไพรที่บิดาสอนสั่งมาทำยาสมุนไพรออกขายตามตลาด และด้วยความรู้ความสามารถของนาง ยาสมุนไพรของนางก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

แต่สิ่งที่ชิวเหวินมิได้คาดคิดก็คือ การปรากฏตัวของนางในเมืองหลวงนั้น มิได้เป็นความลับอีกต่อไป สายสืบของหลี่เม่ยได้ติดตามนางมาตั้งแต่ที่นางออกจากหมู่บ้าน และในไม่ช้า ข่าวเรื่องสตรีสามัญชนผู้มีความสามารถในการปรุงยาสมุนไพรก็แพร่สะพัดไปถึงหูของหลี่เม่ย

“นางมาถึงเมืองหลวงแล้วหรือ” หลี่เม่ยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ดี… ดีมาก เมื่อนางปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะจัดการกับนางให้สิ้นซาก”

หลี่เม่ยเริ่มวางแผนที่จะใช้เล่ห์กลต่างๆ เพื่อกำจัดชิวเหวิน นางจะทำให้ชิวเหวินตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และจะใช้โอกาสนั้นในการทำลายนางให้สิ้นซาก

ในขณะที่ชิวเหวินกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองหลวงอย่างเรียบง่าย นางมิได้รู้เลยว่ากำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาและเล่ห์กลอันตราย และศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของนางก็กำลังรอคอยที่จะทำลายนางอยู่แล้ว.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ม่านบุปผาจันทรา

ม่านบุปผาจันทรา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!