ม่านบุปผาจันทรา

ตอนที่ 24 — การพิสูจน์ปัญญา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

28 ตอน · 867 คำ

ท้องพระโรงหลวงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ชิวเหวิน สตรีชุดผ้าฝ้ายธรรมดาผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเหล่าขุนนางและองค์ฮ่องเต้ด้วยความสงบนิ่ง แม้เผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของหลี่เม่ยและแม่ทัพใหญ่หลี่จิน นางก็ยังคงแสดงออกถึงความกล้าหาญและปัญญาอันเฉียบแหลมที่ยากจะหาผู้ใดเทียบ

“เจ้ากล้าดียังไงถึงได้กล่าววาจาอันโอหังเช่นนี้ในท้องพระโรง” แม่ทัพใหญ่หลี่จินตวาดลั่น “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน”

ชิวเหวินค้อมกายลงอย่างนอบน้อม “ทูลท่านแม่ทัพ ‌หม่อมฉันมิได้โอหังเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันเชื่อว่าความจริงย่อมเป็นสิ่งไม่ตาย และปัญญาที่แท้จริงมิได้ขึ้นอยู่กับชาติตระกูล แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในจิตใจของแต่ละบุคคล”

“วาจาของเจ้าช่างคมคายยิ่งนัก” องค์ฮ่องเต้ตรัสขึ้นด้วยพระสุรเสียงที่แฝงด้วยความสนใจ พระองค์ทรงทอดพระเนตรชิวเหวินด้วยสายตาพิจารณา “เจ้าเป็นบุตรีของบัณฑิตชิวหมิงหรือ”

“เพคะฝ่าบาท บิดาของหม่อมฉันเคยเป็นบัณฑิตในราชสำนัก ​แต่บัดนี้ได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบในชนบทแล้วเพคะ” ชิวเหวินตอบด้วยความเคารพ

“บัณฑิตชิวหมิง… ข้าจำได้ เขาเป็นบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ แต่กลับเลือกที่จะปลีกตัวออกไปจากราชการ” องค์ฮ่องเต้ทรงพยักหน้าช้าๆ “แล้วเจ้า… เจ้ามีปัญญาอันใดที่จะมาพิสูจน์คำกล่าวอ้างของเจ้า”

หลี่เม่ยแสยะยิ้ม ‍“ฝ่าบาท อย่าได้ทรงเชื่อคำพูดเหลวไหลของนางเลยเพคะ นางเป็นเพียงสตรีชาวบ้านธรรมดา มิมีความรู้ความสามารถอันใดที่จะมาเทียบเทียมกับสตรีสูงศักดิ์เช่นพวกหม่อมฉันได้”

“เช่นนั้นก็ขอฝ่าบาททรงโปรดให้หม่อมฉันได้มีโอกาสพิสูจน์ตนเองเพคะ” ชิวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “หากหม่อมฉันมิอาจพิสูจน์ได้ว่าปัญญาและความเมตตาคือสิ่งสำคัญยิ่งกว่าชาติกำเนิด หม่อมฉันก็ยินดีรับโทษทุกประการ”

องค์ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พระองค์ทรงมองไปยังองค์ชายหลงเทียนที่ยืนอยู่ข้างชิวเหวิน ‌แววตาขององค์ชายเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวชิวเหวิน และพระองค์ก็ทรงสังเกตเห็นถึงความฉลาดเฉลียวที่ซ่อนอยู่ในแววตาของสตรีผู้นี้

“เอาเถิด ข้าจะให้โอกาสเจ้า” องค์ฮ่องเต้ตรัสในที่สุด “แล้วเจ้าจะพิสูจน์ตนเองด้วยวิธีใด”

ชิวเหวินค้อมกายลง “หม่อมฉันขอโอกาสได้ร่วมปรึกษาราชกิจบางเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาของแผ่นดินเพคะ หากหม่อมฉันสามารถเสนอแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมได้ ก็ขอฝ่าบาททรงโปรดพิจารณา”

คำกล่าวของชิวเหวินสร้างความฮือฮาในท้องพระโรง ‍เหล่าขุนนางต่างพากันซุบซิบด้วยความแปลกใจ สตรีสามัญชนผู้นี้กล้าหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ

“เรื่องราชกิจนั้นมิใช่เรื่องที่สตรีจะเข้ามายุ่งเกี่ยวได้” อัครเสนาบดีซูเหวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “อีกทั้งปัญหาของแผ่นดินนั้นล้วนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าที่สตรีชาวบ้านจะเข้าใจได้”

“หม่อมฉันมิได้คิดจะเข้าไปก้าวก่ายในหน้าที่ของท่านอัครเสนาบดีเพคะ” ชิวเหวินกล่าวอย่างสุภาพ “เพียงแต่หม่อมฉันเชื่อว่าบางครั้ง การมองปัญหาจากมุมมองที่แตกต่างออกไป อาจจะทำให้เราเห็นทางออกที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนได้”

องค์ฮ่องเต้ทรงพยักหน้าเล็กน้อย ​“คำพูดของเจ้าก็มีเหตุผลอยู่บ้าง” พระองค์ทรงหันไปมองอัครเสนาบดีซูเหวิน “ท่านอัครเสนาบดี มีเรื่องใดที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของแผ่นดินในยามนี้บ้าง”

อัครเสนาบดีซูเหวินถอนหายใจด้วยความจำใจ “ทูลฝ่าบาท บัดนี้เกิดภัยแล้งรุนแรงในหลายมณฑลทางภาคเหนือ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายอย่างหนัก ราษฎรอดอยากแร้นแค้น ​และเริ่มเกิดการลุกฮือขึ้นในบางพื้นที่เพคะ”

“เช่นนั้นก็จงให้สตรีผู้นี้ได้แสดงปัญญาของนางในเรื่องนี้” องค์ฮ่องเต้ตรัส “ชิวเหวิน เจ้ามีแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรอย่างไร”

ชิวเหวินก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาของนางสอดส่องไปทั่วท้องพระโรง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและหนักแน่น “ทูลฝ่าบาท ปัญหาภัยแล้งเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ​มิใช่เพียงการขอฝนหรือการแจกจ่ายเสบียงเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎรเพคะ”

นางอธิบายถึงแนวคิดในการสร้างระบบชลประทานขนาดเล็กในแต่ละหมู่บ้าน การขุดบ่อน้ำ และการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดในการส่งเสริมการปลูกพืชที่ทนแล้งได้ดี และการสอนให้ราษฎรรู้จักการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้เสริมในยามที่ผลผลิตหลักเสียหาย

“นอกจากนี้เพคะ การที่ราษฎรอดอยากและลุกฮือขึ้นนั้น มิได้เกิดจากความอดอยากเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากความรู้สึกว่าตนเองถูกละเลยจากราชสำนัก” ชิวเหวินกล่าวต่อ “ดังนั้น การส่งขุนนางผู้มีความเมตตาและเข้าใจชีวิตของราษฎรลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด และการรับฟังปัญหาของพวกเขาอย่างแท้จริง จะช่วยให้ราษฎรรู้สึกว่าตนเองมิได้ถูกทอดทิ้ง และจะช่วยลดความขัดแย้งลงได้เพคะ”

คำพูดของชิวเหวินทำให้ทุกคนในท้องพระโรงต่างพากันประหลาดใจ แนวคิดของนางนั้นเรียบง่าย แต่กลับมองเห็นแก่นแท้ของปัญหาได้อย่างลึกซึ้ง และยังคำนึงถึงทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และจิตใจของราษฎร

องค์ฮ่องเต้ทรงพยักหน้าด้วยความพึงพอพระทัย “แนวคิดของเจ้าช่างลึกซึ้งยิ่งนัก ชิวเหวิน เจ้ามิได้มองเพียงแค่ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังมองไปถึงรากเหง้าของปัญหาและแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน”

อัครเสนาบดีซูเหวินและแม่ทัพใหญ่หลี่จินต่างก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก พวกเขาไม่คาดคิดว่าชิวเหวินจะสามารถเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนเช่นนี้ได้

“แต่แนวคิดเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล” อัครเสนาบดีซูเหวินพยายามคัดค้าน “อีกทั้งการส่งขุนนางลงไปดูแลราษฎรนั้น ก็มิใช่เรื่องง่ายที่จะหาผู้ที่เหมาะสมได้”

“เรื่องงบประมาณและเวลาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพคะ แต่หากเรามิเริ่มต้นทำในวันนี้ ปัญหาเหล่านี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นในอนาคต” ชิวเหวินกล่าว “ส่วนเรื่องขุนนางผู้ที่เหมาะสมนั้น หม่อมฉันเชื่อว่าในราชสำนักแห่งนี้ ย่อมมีขุนนางผู้มีความเมตตาและปัญญาอยู่มากมาย เพียงแต่เราจะต้องเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความสามารถออกมาเพคะ”

องค์ชายหลงเทียนมองชิวเหวินด้วยความภาคภูมิใจ พระองค์รู้ดีว่านางได้พิสูจน์ตนเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าคุณค่าของคนมิได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด แต่เป็นปัญญาและความดีงามที่อยู่ในใจ

องค์ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสด้วยพระสุรเสียงที่ดังฟังชัด “ดี! ข้าจะให้โอกาสเจ้า ชิวเหวิน หากแนวคิดของเจ้าสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรได้ ข้าก็จะพิจารณาตำแหน่งที่เหมาะสมให้แก่เจ้าในราชสำนัก”

คำประกาศขององค์ฮ่องเต้สร้างความตกใจให้แก่ทุกคนในท้องพระโรง โดยเฉพาะหลี่เม่ยและแม่ทัพใหญ่หลี่จิน ใบหน้าของพวกเขากลับกลายเป็นซีดเผือดด้วยความโกรธแค้นและความผิดหวัง

ชิวเหวินค้อมกายลงด้วยความเคารพ “ขอบพระทัยฝ่าบาท หม่อมฉันจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพคะ”

การปรากฏตัวของชิวเหวินในท้องพระโรงในวันนี้ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในราชสำนัก นางได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าสตรีสามัญชนก็สามารถมีปัญญาและความสามารถที่จะช่วยเหลือแผ่นดินได้ และคำพูดของนางได้จุดประกายความหวังให้แก่องค์ชายหลงเทียนและเหล่าขุนนางผู้ซื่อสัตย์

แต่ในขณะเดียวกัน การปรากฏตัวของนางก็เป็นเหมือนการจุดชนวนเพลิงริษยาในใจของหลี่เม่ยให้โหมกระหน่ำมากยิ่งขึ้น นางจะไม่มีวันยอมให้สตรีต่ำต้อยผู้นี้มาแย่งชิงตำแหน่งที่ควรจะเป็นของนางไปได้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ม่านบุปผาจันทรา

ม่านบุปผาจันทรา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!