ลับแลใจรัก

ตอนที่ 16 — กลิ่นรักยามเช้าในรินรดา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,205 คำ

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้และกาแฟหอมกรุ่นยามเช้ายังคงเป็นสิ่งแรกที่พิมสัมผัสได้ทุกวันในบ้านหลังนี้ มันไม่ใช่แค่กลิ่น แต่เป็นบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสงบสุขที่เพิ่งค้นพบ ความสดชื่นของชีวิตที่เบ่งบานขึ้นใหม่ กลิ่นของความรักและความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากการเปิดเผยความจริงอันเจ็บปวด พิมมักจะยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น ‌มองออกไปที่สวนดอกไม้เล็กๆ หน้าร้าน ‘รินรดาฟลอริสต์’ ที่อยู่ติดกัน แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาต้องกลีบดอกไม้หลากสี ทำให้มันดูเปล่งประกายราวกับอัญมณี หยาดน้ำค้างยังคงเกาะพราวอยู่บนกลีบกุหลาบสีชมพูอ่อนที่กำลังบานสะพรั่ง รับอรุณอย่างสดใส ​ร้านดอกไม้ของรินเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาด ด้วยความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ของริน รวมถึงการสนับสนุนจากพิมที่คอยให้คำแนะนำด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์และโลโก้ จนร้านเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักในเวลาอันรวดเร็ว

ทว่า แม้ความสงบสุขจะหวนคืนมาสู่ชีวิตของพิมและริน แต่มันก็เป็นความสงบสุขที่ปะปนไปด้วยความเปราะบาง เหมือนแก้วใสที่เคยร้าว ‍และถูกซ่อมแซมอย่างประณีต แต่ร่องรอยของความร้าวก็ยังคงปรากฏอยู่ให้เห็นจางๆ รอวันที่จะปริแตกอีกครั้ง การเปิดเผยความจริงเรื่องชาติกำเนิดของริน ความลับที่พ่อของเธอเก็บงำมาตลอดชีวิต แม้จะนำมาซึ่งความเข้าใจ แต่ก็ทิ้งบาดแผลที่ยากจะลบเลือนเอาไว้ พิมรู้ดีว่ารินยังคงต้องใช้เวลาในการเยียวยาจิตใจ ‌เช่นเดียวกับตัวเธอเองที่ยังคงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับอดีตอันซับซ้อนนี้ให้ได้

“พิม! ลงมาช่วยหน่อยสิ วันนี้ดอกไม้เข้าเยอะมากเลย” เสียงรินตะโกนเรียกจากข้างล่าง ดึงพิมออกจากภวังค์ พิมยิ้มให้ตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากห้องนอนด้วยความกระตือรือร้น

ที่หน้าร้าน ‘รินรดาฟลอริสต์’ ‍รถกระบะคันเล็กที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดจอดอยู่ ชายหนุ่มท่าทางแข็งแรงกำลังช่วยรินขนกระถางดอกไม้และช่อดอกไม้สดลงจากรถ รินในชุดผ้ากันเปื้อนสีเขียวอ่อนดูคล่องแคล่วและมีความสุข เธอหันมายิ้มกว้างให้พิม “มาพอดีเลยพิม! ช่วยจัดกุหลาบพวกนี้ใส่แจกันหน่อยนะ วันนี้ออเดอร์งานแต่งเยอะมากเลย”

พิมรับดอกกุหลาบช่อใหญ่มาถือไว้ กลิ่นหอมหวานของกุหลาบสีขาวและชมพูโชยแตะจมูก ​เธอสังเกตเห็นประกายแห่งความสุขในดวงตาของรินที่แท้จริง ไม่ใช่รอยยิ้มจอมปลอมที่เคยเห็นเมื่อก่อน “ดูเหมือนร้านจะไปได้สวยจริงๆ นะริน” พิมเอ่ยชมด้วยความจริงใจ

รินหัวเราะเบาๆ “ก็เพราะมีพิมคอยช่วยออกแบบให้ไงล่ะ ลูกค้าชอบแพ็กเกจของเรามากเลย” เธอมองพิมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ​“ขอบคุณนะพิม ขอบคุณจริงๆ ที่ไม่ทิ้งฉันไปไหน”

คำพูดของรินทำให้พิมรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ความสัมพันธ์ของพวกเธอไม่ได้เป็นแค่พี่น้องร่วมบิดาอีกต่อไป แต่มันคือสายใยที่ถักทอขึ้นใหม่จากความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจกันและกัน “เราเป็นครอบครัวกันนะริน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็จะอยู่ข้างๆ ​กันเสมอ”

หลังจากช่วยกันจัดดอกไม้จนเข้ารูปเข้ารอย พิมก็ปลีกตัวมาทำงานออกแบบของตัวเอง เธอมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องส่งให้ลูกค้าภายในสัปดาห์นี้ แต่วันนี้สมาธิของเธอกลับไม่ค่อยอยู่กับงาน เธออดคิดถึงเรื่องราวในจดหมายเก่าของพ่อไม่ได้ จู่ๆ ภาพลายมือของพ่อก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ ตัวอักษรที่ดูคุ้นเคย แต่ซ่อนความลับมากมายเอาไว้ พิมหยิบกล่องจดหมายเก่าที่เธอเก็บไว้อย่างดีขึ้นมาอีกครั้ง เธอพลิกดูซองจดหมายและรูปถ่ายเก่าๆ ที่พ่อเคยเขียนถึง ‘คุณรดา’ หญิงสาวผู้เป็นแม่แท้ๆ ของริน ความรักที่ต้องเก็บซ่อน การเสียสละเพื่อรักษาครอบครัวเอาไว้ มันช่างเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าเด็กสาวอย่างเธอจะเข้าใจในเวลานั้น

ขณะที่พิมกำลังจมอยู่กับความคิด โทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น เป็นสายจากอาจารย์ปาลิตา อดีตอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ ซึ่งปัจจุบันเป็นภัณฑารักษ์ชื่อดัง

“พิม พิมว่างคุยไหมจ๊ะ อาจารย์มีเรื่องสำคัญจะปรึกษา” เสียงอาจารย์ปาลิตาดังมาตามสาย น้ำเสียงของอาจารย์ฟังดูเคร่งเครียดกว่าปกติ

“ว่างค่ะอาจารย์ มีอะไรหรือเปล่าคะ” พิมรู้สึกใจหายวาบอย่างประหลาด

“อาจารย์เพิ่งได้เอกสารเก่าชิ้นหนึ่งมา เป็นเอกสารเกี่ยวกับโครงการวิจัยลับแลที่พ่อของพิมเคยทำเมื่อหลายสิบปีก่อนน่ะจ้ะ ตอนแรกอาจารย์คิดว่ามันเป็นแค่เอกสารเก่าๆ ทั่วไป แต่พออ่านไปเรื่อยๆ อาจารย์รู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่แปลกไปจากที่เคยรับรู้มา พิมจำได้ไหมว่าพ่อเคยพูดถึง ‘ลับแล’ ว่าเป็นแค่ชื่อโครงการวิจัยทางโบราณคดี?”

หัวใจพิมเต้นระรัว “ค่ะ พ่อบอกว่าเป็นโครงการที่เกี่ยวกับตำนานเมืองลับแลทางภาคเหนือ เป็นงานวิจัยที่พ่อภาคภูมิใจมาก”

“ใช่จ้ะ แต่เอกสารชุดนี้มันมีรายละเอียดที่ลึกกว่านั้นมาก เหมือนพ่อของพิมไม่ได้แค่ ‘วิจัย’ แต่เหมือนกำลัง ‘ค้นหา’ บางสิ่งบางอย่างที่อันตรายกว่าแค่โบราณวัตถุ พิมมีเวลามาหาอาจารย์ที่พิพิธภัณฑ์ไหม พรุ่งนี้ช่วงบ่ายก็ได้ อาจารย์อยากให้พิมมาดูด้วยตาตัวเอง”

พิมรู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปสู่หลุมอดีตที่เธอคิดว่าได้ก้าวผ่านไปแล้ว ความสงบสุขที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นมาดูเหมือนจะถูกสั่นคลอนอีกครั้ง “ได้ค่ะอาจารย์ เดี๋ยวพิมจะไปพบพรุ่งนี้ช่วงบ่ายนะคะ”

หลังจากวางสาย พิมก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเมื่อเช้าอีกแล้ว มันกลับดูมืดมิดและเต็มไปด้วยเงาสลัวของความไม่แน่นอน ‘ลับแล’ ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า พ่อของเธอค้นหาอะไรกันแน่ ทำไมอาจารย์ปาลิตาถึงพูดว่ามันอันตราย? หรือความลับที่พ่อเธอเก็บงำมาตลอดชีวิตจะไม่ได้มีแค่เรื่องของแม่รินเท่านั้น แต่ยังมีบางสิ่งที่ซับซ้อนและยิ่งใหญ่กว่านั้นซ่อนอยู่

ตลอดบ่ายวันนั้น พิมไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานได้เลย เธอเดินลงไปที่ร้านดอกไม้ รินกำลังง่วนอยู่กับการจัดช่อดอกไม้สำหรับลูกค้า เธอหันมายิ้มให้พิมอย่างสดใส แต่พิมกลับรู้สึกเหมือนมีเมฆหมอกทึบก่อตัวขึ้นในใจ ไม่กล้าบอกเรื่องที่อาจารย์ปาลิตาโทร. มา รินเพิ่งจะมีความสุขได้ไม่นาน พิมไม่อยากนำเรื่องเก่าๆ ที่อาจจะเจ็บปวดกลับมาทำให้รินต้องทุกข์ใจอีก

“พิม ดูนี่สิ!” รินชูดอกกล้วยไม้สีม่วงเข้มขึ้นมาให้พิมดู “สวยไหม พิมว่าเหมาะกับกระถางลายครามใบเก่าที่เราเจอในห้องเก็บของไหม”

พิมมองดอกกล้วยไม้สีสวย แต่ความคิดของเธอกลับลอยไปไกลถึงเอกสารที่อาจารย์ปาลิตาพูดถึง ห้องเก็บของ… พิมจำได้ว่าตอนเด็กๆ พ่อเคยห้ามไม่ให้เธอเข้าไปในห้องเก็บของที่อยู่ชั้นใต้ดินเด็ดขาด พ่อบอกว่ามันเป็นที่เก็บของเก่าๆ ที่ไม่มีค่าอะไร แต่ความลับที่พ่อเก็บงำไว้ตลอดชีวิตมันช่างซับซ้อนเกินกว่าคำว่าของเก่าไม่มีค่า พิมเริ่มรู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่าง

คืนนั้น หลังจากรินปิดร้านและขึ้นห้องไปแล้ว พิมก็ตัดสินใจลงไปที่ห้องเก็บของชั้นใต้ดิน ห้องนั้นมืดและชื้น กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโชยเข้ามาในจมูกของเธอ พิมเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องสำรวจรอบๆ ห้อง มีชั้นวางของเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยกล่องลังมากมาย เธอค่อยๆ ไล่ดูทีละกล่อง ส่วนใหญ่เป็นของเก่าที่ไม่ใช้แล้ว หนังสือพิมพ์เก่าๆ นิตยสารเก่าๆ ของเล่นเก่าๆ ของพ่อและแม่ที่เธอจำไม่ได้แล้ว

ขณะที่เธอกำลังจะถอดใจ เธอก็สังเกตเห็นกล่องไม้เก่าๆ ใบหนึ่งวางอยู่มุมห้อง กล่องนั้นดูแตกต่างจากกล่องอื่นๆ มันถูกปิดตายด้วยแม่กุญแจสนิมเขรอะ พิมพยายามแกะมันออก แต่ก็ไม่สำเร็จ เธอตัดสินใจไปหากุญแจสำรองที่พ่อเคยเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน แต่ก็ไม่มีอะไรเลย

ความอยากรู้อยากเห็นเข้าครอบงำ พิมไม่ยอมแพ้ เธอพยายามงัดกล่องนั้นด้วยเครื่องมือต่างๆ ที่พอจะหาได้ในบ้าน ใช้เวลาอยู่นานเกือบชั่วโมง ในที่สุดแม่กุญแจก็หลุดออกด้วยแรงงัดอันบ้าคลั่งของเธอ เสียงดัง “แกร๊ก!” ดังก้องไปทั่วห้องใต้ดิน

พิมเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความคาดหวังและความกลัวผสมปนเปกันไป ข้างในกล่องมีเอกสารเก่าๆ ม้วนแผนที่ที่ดูเหมือนจะเก่าแก่มากๆ และที่สำคัญที่สุดคือมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง สมุดบันทึกเล่มหนาปกหนังสีน้ำตาลเข้ม ดูเก่าแก่และผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน

พิมหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือที่คุ้นเคยของพ่อปรากฏอยู่บนหน้าแรก แต่เนื้อหาที่พ่อเขียนไว้กลับทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

“วันที่… การเดินทางสู่ลับแลเริ่มต้นขึ้น… ข้าไม่แน่ใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำมาซึ่งความสุขหรือหายนะ แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว สิ่งที่ข้าค้นพบนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะเข้าใจ มันคือพลังที่สามารถเปลี่ยนโลกได้ทั้งใบ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็สามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้พินาศลงได้เช่นกัน”

พิมอ่านต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความตื่นตระหนก ข้อความในสมุดบันทึกไม่ได้เกี่ยวกับโบราณคดีอย่างที่พ่อเคยบอก แต่มันเกี่ยวกับ ‘พลัง’ บางอย่าง ‘สถานที่’ บางแห่งที่ถูกเรียกว่า ‘ลับแล’ และการ ‘ค้นพบ’ ที่อาจนำมาซึ่งหายนะ พิมพลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วเพื่อหาคำตอบ แต่ทุกประโยคที่พ่อเขียนกลับยิ่งเพิ่มความลึกลับและความน่าสะพรึงกลัวให้กับเรื่องราว

จนกระทั่งเธอมาถึงหน้าสุดท้ายที่พ่อเขียนไว้ ก่อนที่หน้ากระดาษจะขาดหายไป

“พวกมันกำลังตามล่าข้า… ข้ารู้ว่าข้าไม่สามารถเก็บความลับนี้ไว้ได้ตลอดไปแล้ว พลังนี้จะต้องถูกซ่อนไว้ให้พ้นจากมือคนชั่ว หากข้าเป็นอะไรไป… ขอให้พิม จงจำไว้ว่า…”

จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากบันไดชั้นบน พิมสะดุ้งสุดตัว มือของเธอกำสมุดบันทึกแน่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใครกันที่ลงมาในเวลานี้? รินหรือเปล่า? หรือว่า… ‘พวกมัน’ ที่พ่อพูดถึงกำลังมา?

เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเงาตะคุ่มที่ปรากฏขึ้นที่ทางเข้าห้องใต้ดิน พิมพยายามซ่อนสมุดบันทึกไว้ด้านหลัง แต่ก็ไม่ทัน… เงาตะคุ่มนั้นก้าวเข้ามาใกล้ เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่พิมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ชายคนนั้นมีรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาของเขาวาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งพบเหยื่อ

“ในที่สุด… ก็เจอแล้วสินะ” เสียงของเขาแหบพร่า ฟังดูน่าขนลุก “สมุดบันทึกของพ่อเธอ… และสิ่งที่อยู่ในนั้น… เราตามหาสิ่งนี้มานานแสนนาน”

พิมถอยหลังไปจนชนกับชั้นวางของ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาจากอก ใครคือชายคนนี้? เขาต้องการอะไรจากเธอและสมุดบันทึกของพ่อ? และสิ่งที่พ่อเธอค้นพบนั้นมันคืออะไรกันแน่ ทำไมถึงได้มีคนตามล่ามาจนถึงตอนนี้… หรือว่าความสงบสุขที่เพิ่งค้นพบกำลังจะพังทลายลงในพริบตา และนี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลับแลใจรัก

ลับแลใจรัก

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!