เทพดาบสวรรค์

ตอนที่ 8 — บทที่ 8: ชัยชนะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 977 คำ

แสงสายฟ้าสีครามเข้มระเบิดออกจากปลายดาบ ‘อัสนีบาตสวรรค์’ พุ่งทะยานแหวกอากาศดุจมังกรฟ้าพิโรธ เสียงคำรามของกระแสไฟฟ้าแผดก้องไปทั่วหุบผาอเวจี พลังงานอันบริสุทธิ์และรุนแรงปะทะเข้ากับร่างมหึมาของมารราชาเฮยหลงอย่างจัง ก่อเกิดเป็นประกายไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพันระเบิดพร้อมกัน

มารราชาผู้ยิ่งใหญ่สะท้านเฮือก ร่างกายของมันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ไม่เคยประสบมาก่อน เสียงกรีดร้องโหยหวนที่เต็มไปด้วยความทรมานและความเคียดแค้นดังก้องสะท้อนไปมาในห้วงอากาศอันมืดมิด ‌ก้องกังวานจนพื้นดินสั่นสะเทือน เลือดสีดำข้นทะลักออกจากบาดแผลที่ถูกสายฟ้าฟาดฟัน กลิ่นคาวคลุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณ พลังปีศาจที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของมันเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยความอำมหิตบัดนี้กลับฉายแววหวาดหวั่นและสิ้นหวัง

เว่ยเฉินยืนหยัดอยู่ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ดาบในมือของเขาส่องประกายระยิบระยับราวกับเพิ่งดูดกลืนพลังแห่งสวรรค์มาไว้เต็มเปี่ยม ร่างกายของเขาบอบช้ำจากการต่อสู้อันยาวนานและดุเดือด เสื้อผ้าขาดวิ่น ​มีรอยเลือดซึมออกมาจากบาดแผลหลายแห่ง แต่ดวงตาของเขายังคงเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ เขาจ้องมองมารราชาเฮยหลงที่กำลังล้มลงอย่างช้าๆ ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความโล่งใจ ความเหนื่อยล้า และความภาคภูมิใจ

มารราชาเฮยหลงพยายามจะลุกขึ้นอีกครั้ง แต่พลังของมันถูกสายฟ้าแห่งสวรรค์เผาผลาญจนแทบไม่เหลือ ลำแสงสีครามยังคงแล่นไปทั่วร่างของมัน ‍เผาผลาญวิญญาณแห่งความชั่วร้ายให้มอดไหม้ไปทีละน้อย ร่างกายมหึมาของมันกระตุกเฮือกสุดท้าย ก่อนจะล้มลงกระแทกพื้นดินอย่างแรง ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา เสียงคำรามสุดท้ายที่เจือไปด้วยความเจ็บปวดและความพ่ายแพ้ค่อยๆ แผ่วลงจนเงียบหายไปในที่สุด

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ความเงียบที่หนักอึ้งและยาวนาน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเว่ยเฉินและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของซิวหลิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

มารราชาเฮยหลง...ถูกปราบแล้ว

ทันทีที่ความตึงเครียดคลี่คลายลง ‌พลังที่เคยค้ำจุนร่างของเว่ยเฉินก็พลันมลายหายไป ความอ่อนล้าถาโถมเข้าใส่เขาราวกับคลื่นยักษ์ เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างกายที่บอบช้ำและอ่อนแรงเกินจะรับไหว ทรุดลงอย่างช้าๆ เข่าของเขากระแทกกับพื้นหินที่เย็นเฉียบ

แต่ก่อนที่เขาจะล้มลงไปกองกับพื้น ซิวหลิงก็พุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาไว้ได้อย่างหวุดหวิด แขนเรียวแต่แข็งแรงของนางโอบรอบเอวของเขา ‍พยุงร่างที่หนักอึ้งของเว่ยเฉินไว้ ซิวหลิงมองใบหน้าซีดเซียวของเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความโล่งใจที่ผสมปนเปกันไปหมด

"เจ้า...เจ้าโง่มาก!" ซิวหลิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนแทบจะจับใจความไม่ได้ ดวงตาของนางแดงก่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้สุดความสามารถ "เจ้า...เจ้าอาจจะตายได้นะ! ทำไมถึงได้บ้าระห่ำถึงเพียงนี้!"

เว่ยเฉินเงยหน้าขึ้นมองซิวหลิง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนฝุ่นและคราบเลือดของเขา ​แม้จะอ่อนล้าจนแทบจะขยับตัวไม่ได้ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสุขุมและมั่นคง "แต่ข้าพเจ้าไม่ตาย" เขาตอบเสียงแผ่ว แต่ชัดเจน "และมารราชาก็ถูกปราบแล้ว...นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดมิใช่หรือ"

ซิวหลิงมองเขาอยู่นาน ดวงตาของนางกวาดสำรวจใบหน้าและร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขา ความเจ็บปวดแล่นริ้วในใจของนางเมื่อเห็นสภาพของเว่ยเฉิน ​นางนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เว่ยเฉินกำลังต่อสู้กับมารราชาอย่างดุเดือดเพียงลำพัง ภาพของคมดาบปีศาจที่ฟาดฟันเข้าใส่ร่างของเขา ภาพของพลังปีศาจที่พุ่งเข้าปะทะ เขากำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องนาง เพื่อปกป้องโลกใบนี้

"ข้าพเจ้ากลัว..." ซิวหลิงเอ่ยออกมาในที่สุด น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเปราะบาง ความกลัวที่เก็บซ่อนไว้ตลอดการต่อสู้บัดนี้ได้พรั่งพรูออกมา ​"ข้าพเจ้ากลัวเหลือเกิน...กลัวว่าจะสูญเสียเจ้าไป" นางก้มหน้าลงซบกับไหล่ของเว่ยเฉิน ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้ม

เว่ยเฉินยกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบไล้เส้นผมนุ่มสลวยของซิวหลิงอย่างแผ่วเบา เขารับรู้ถึงความหวาดกลัวของนางอย่างลึกซึ้ง และความรู้สึกนั้นก็สะท้อนอยู่ในใจของเขาเช่นกัน เขาก็กลัว...กลัวที่จะสูญเสียนางไปเช่นกัน

"เจ้าก็กลัวได้เหมือนกัน" เว่ยเฉินพูดปลอบโยน เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน "มันเป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกเช่นนั้น...มันทำให้รู้ว่าเราห่วงใยกันมากเพียงใด"

ซิวหลิงเงยหน้าขึ้นมองเว่ยเฉิน ดวงตาที่แดงก่ำของนางสบเข้ากับดวงตาที่อ่อนล้าแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นของเขา นางเห็นความจริงใจและความรักที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น

"ข้าพเจ้าห่วงใยเจ้า...เว่ยเฉิน" ซิวหลิงเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับกระซิบกับสายลม คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย

เว่ยเฉินยิ้มตอบ รอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่นที่สุดเท่าที่ซิวหลิงเคยเห็นมา "ข้าพเจ้าก็เช่นกัน...ซิวหลิง" เขาตอบกลับด้วยความรู้สึกเดียวกัน มือที่สั่นเทาของเขายื่นออกไปจับมือของซิวหลิงที่ประคองเขาอยู่ สัมผัสของผิวหนังที่บอบบางแต่แข็งแกร่งของนางทำให้เขารู้สึกถึงความปลอดภัยและความผูกพันที่ไม่อาจแยกจากกันได้

ในห้วงเวลาแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้ ท่ามกลางซากปรักหักพังและความมืดมิดที่ค่อยๆ จางหายไป ความรักและความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสองกลับส่องประกายเจิดจ้า ราวกับแสงสว่างที่นำทางพวกเขาผ่านพ้นความมืดมิดและอันตรายทั้งปวง

ซิวหลิงช่วยพยุงเว่ยเฉินให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขายังคงอ่อนแรง แต่การมีนางอยู่เคียงข้างทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอย่างประหลาด นางกอดเขาไว้แน่น ราวกับต้องการจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเขา เพื่อให้แน่ใจว่าเขาปลอดภัยจริงๆ

"เราต้องกลับไปรักษาตัว" ซิวหลิงพูดขึ้น พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ "บาดแผลของเจ้า...มันหนักหนาสาหัสเกินไป"

เว่ยเฉินพยักหน้าช้าๆ เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่าง แต่จิตใจของเขากลับสงบและเต็มไปด้วยความสุข ความสุขที่ได้เห็นซิวหลิงปลอดภัย ความสุขที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองสำเร็จลุล่วง และความสุขที่ได้รู้ว่ามีใครบางคนห่วงใยเขามากถึงเพียงนี้

"ก่อนอื่น...เราต้องแน่ใจว่ามารราชาจะไม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก" เว่ยเฉินกล่าว แม้จะอ่อนแรง แต่ความรับผิดชอบยังคงอยู่ในใจของเขา

ซิวหลิงเข้าใจดี นางพยุงเว่ยเฉินให้เดินไปยังร่างมหึมาของมารราชาเฮยหลงที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดิน พลังปีศาจที่เคยแผ่ซ่านบัดนี้จางหายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงซากศพที่ยังคงมีไอพลังงานชั่วร้ายหลงเหลืออยู่จางๆ

เว่ยเฉินรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ยกดาบอัสนีบาตสวรรค์ขึ้นอีกครั้ง แม้จะสั่นเทา แต่ประกายแสงสีครามก็ยังคงส่องสว่างออกมาจากคมดาบ เขาใช้พลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดแทงดาบลงไปกลางหัวใจของมารราชาเฮยหลงอย่างเด็ดขาด พลังสายฟ้าบริสุทธิ์ทะลักเข้าสู่ร่างของมารราชาอีกครั้ง เผาผลาญวิญญาณปีศาจที่หลงเหลืออยู่ให้มอดไหม้จนหมดสิ้น คราวนี้ไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงแสงสว่างวาบสุดท้ายที่สลายไปพร้อมกับร่างของมารราชาที่ค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นผงธุลีสีดำจางหายไปในอากาศ

โลกทั้งใบดูเหมือนจะปลดปล่อยลมหายใจแห่งความโล่งอกออกมาพร้อมกัน ความมืดมิดที่เคยปกคลุมหุบผาอเวจีเริ่มจางหายไป แสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมาต้องพื้นดินที่บัดนี้ปราศจากเงาของความชั่วร้าย

เว่ยเฉินทรุดตัวลงอีกครั้ง คราวนี้ซิวหลิงประคองเขาไว้แน่นกว่าเดิม นางโอบกอดเขาไว้ราวกับไม่ต้องการให้เขาจากไปไหน

"จบแล้ว...ทุกอย่างจบลงแล้ว" ซิวหลิงกระซิบข้างหูของเขา น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความโล่งใจและความสุข

เว่ยเฉินพยักหน้าช้าๆ ซบหน้าลงกับไหล่ของนาง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนางช่วยปลอบประโลมจิตใจที่เหนื่อยล้าของเขา เขาหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความอ่อนล้าเข้าครอบงำ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกสงบและความสุขที่แท้จริง

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การปราบมารราชา แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างเขากับซิวหลิง ความผูกพันที่ถักทอขึ้นจากความกล้าหาญ การเสียสละ และความห่วงใยซึ่งกันและกัน

ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ร่างของคนทั้งสองที่โอบกอดกันอยู่ดูราวกับภาพวาดที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยความหมาย เป็นภาพแห่งชัยชนะที่แท้จริง...ชัยชนะของแสงสว่างเหนือความมืดมิด ชัยชนะของความรักเหนือความกลัว และชัยชนะของความหวังที่ยังคงส่องประกายอยู่เสมอ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทพดาบสวรรค์

เทพดาบสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!