เทพดาบสวรรค์

ตอนที่ 16 — บทที่ 16: แสงในความมืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 898 คำ

เมื่อพลังงานมืดมิดที่กัดกินร่างของเหลียนฟานถูกดึงออกมาจนหมดสิ้น ร่างของชายผู้นั้นก็ทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง ดวงตาที่เคยส่องประกายด้วยความเจ็บปวดบัดนี้ปิดสนิทลง ประหนึ่งว่าวิญญาณได้หลุดลอยจากกายไปแล้ว เว่ยเฉินเองก็ไม่ต่างกัน เขาทรุดตัวลงคุกเข่า มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกที่เต้นระรัวอย่างอ่อนแรง เหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วใบหน้าซีดเผือด ‌ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ราวกับว่าพลังชีวิตทั้งหมดได้ถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้ว ร่างกายของเขาบัดนี้อ่อนแอเสียจนไม่อาจขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว

ซิวหลิงที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยใจระทึก เมื่อเห็นว่าทุกอย่างสงบลงแล้ว เธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความโล่งอกปนความหวาดกลัว ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาร่างของเว่ยเฉินอย่างรวดเร็ว แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องใบหน้าของเธอที่บัดนี้อาบไปด้วยหยาดน้ำตาเม็ดโต น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้

"เว่ยเฉิน! ​เว่ยเฉิน!" เธอเรียกชื่อเขาซ้ำๆ พลางประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเขาขึ้นมาพิงกับอก น้ำตาที่ไหลรินไม่หยุดหย่อนหยดลงบนแก้มของเขา ราวกับน้ำทิพย์ที่พยายามจะชะล้างความเหนื่อยล้าออกไป "เจ้าโง่... เจ้าโง่มาก... โง่มากจริงๆ!"

เว่ยเฉินพยายามยิ้มตอบ ‍ดวงตาของเขาพร่ามัว แต่ก็ยังคงฉายแววความอบอุ่น "แต่มัน... ได้ผล... ซิวหลิง..." เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับกระซิบ บอกเล่าถึงความสำเร็จที่แลกมาด้วยชีวิต

"ได้ผล... ได้ผลแล้วยังไง!" ‌ซิวหลิงสะอื้นฮัก พลางกอดเขาแน่นขึ้นไปอีก "แต่เจ้า... เจ้าอาจจะตายนะ! เจ้าไม่คิดถึงข้าเลยหรือไง... ไม่คิดถึงใครเลยหรือไง!" เธอพร่ำบ่นด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ ภาพของเขาที่เกือบจะหมดลมหายใจเมื่อครู่ยังคงติดตา ‍ไม่ว่าผลลัพธ์จะดีเพียงใด แต่ความเสี่ยงที่เขาเผชิญนั้นมันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว

เว่ยเฉินค่อยๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบไล้แก้มของซิวหลิงเบาๆ รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้าซีดเซียว "ข้า... ข้าจะไม่ตายหรอก... ซิวหลิง... เจ้า... ​เจ้าอยู่ที่นี่... เจ้าอยู่กับข้า..." คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเพียงใด แต่จิตใจของเขากลับเข้มแข็งอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าการมีเธออยู่เคียงข้างคือพลังชีวิตที่แท้จริง

ซิวหลิงกอดเขาแน่นขึ้นไปอีกราวกับกลัวว่าเขาจะสลายหายไปในอากาศ เธอซบหน้าลงกับไหล่ของเขา สูดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคย ​กลิ่นอายของสมุนไพรและกลิ่นดินที่ติดตัวเขามาตลอด "ข้า... ข้ารักเจ้า... เจ้าโง่เอ๊ย... ข้ารักเจ้าเหลือเกิน..." เสียงของเธอขาดห้วงไปด้วยสะอื้น

เว่ยเฉินหลับตาลงรับสัมผัสอบอุ่นจากเธอ ความเจ็บปวดจากพลังงานที่ถูกดึงออกไปนั้นยังคงแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่ความรู้สึกสงบสุขที่ได้รับจากอ้อมกอดของซิวหลิงนั้นกลับยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด ​"ข้า... ข้าก็รักเจ้าเหมือนกัน... ซิวหลิง..."

ในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้ ความรักของทั้งสองเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับเป็นแสงสว่างเดียวที่ส่องนำทางในความมืดมิด ซิวหลิงรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจเขาที่แผ่วลง แต่ก็ยังคงเต้นอยู่ เธอพยายามรวบรวมสติ แม้จะยังคงหวาดกลัวและเจ็บปวด แต่เธอก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะอ่อนแอ

"เจ้าไหวไหม... เว่ยเฉิน... เราต้องพาเจ้าไปรักษา" ซิวหลิงพยายามประคองร่างของเขาให้ลุกขึ้น แต่เขากลับอ่อนแรงเกินกว่าจะขยับได้

"ไม่เป็นไร... ข้า... ข้าพักสักครู่... ก็จะดีขึ้น..." เว่ยเฉินพยายามปลอบใจเธอ แต่เสียงของเขาก็ยังคงแหบพร่า

ซิวหลิงมองไปยังร่างของเหลียนฟานที่นอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกล ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมาย เธอไม่รู้ว่าชายผู้นี้เป็นใคร มาจากไหน และทำไมเว่ยเฉินถึงต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเขา แต่ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดคือการช่วยชีวิตเว่ยเฉิน

"เราต้องไปจากที่นี่... ก่อนที่ใครจะมาพบ" ซิวหลิงพูดพลางมองไปรอบๆ ป่าที่มืดมิดและเงียบสงัด เธอดึงผ้าคลุมไหล่ของตัวเองมาห่มให้เว่ยเฉิน เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและปกปิดร่องรอยความอ่อนแอของเขา

"เหลียนฟาน... เขา... เขาต้องปลอดภัย..." เว่ยเฉินพูดขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ แต่เขาก็ยังคงห่วงใยชายแปลกหน้าผู้นั้น

ซิวหลิงถอนหายใจ เธอรู้ว่าไม่อาจขัดใจเขาได้ "ก็ได้... แต่เจ้าต้องสัญญากับข้าว่าจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามอีก" เธอหันไปสำรวจร่างของเหลียนฟาน เขาดูเหมือนจะแค่หมดสติไปเท่านั้น ไม่มีบาดแผลภายนอก แต่พลังงานมืดที่เคยปกคลุมเขานั้นหายไปแล้ว

ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ซิวหลิงพยายามพยุงเว่ยเฉินให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาเซไปมาเหมือนต้นไม้ที่ถูกลมพัดแรง แต่ก็ยังคงยืนหยัดได้ด้วยแรงพยุงจากเธอ จากนั้น เธอก็หันไปลากร่างของเหลียนฟานให้เคลื่อนที่ไปตาม เธอไม่รู้ว่าจะพาพวกเขาไปที่ไหน แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอพาพวกเขาไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก เว่ยเฉินต้องพึ่งพาซิวหลิงเกือบทั้งหมด ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ยังคงกัดฟันเดินต่อไป ซิวหลิงเองก็เหนื่อยล้าไม่แพ้กัน แต่ความรักและความห่วงใยที่มีต่อเขานั้นเป็นดั่งพลังวิเศษที่ขับเคลื่อนเธอให้ก้าวเดินไปข้างหน้า

"เจ้า... เจ้าไม่ควรทำถึงเพียงนี้... เว่ยเฉิน..." ซิวหลิงพูดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นเขาต้องทนทุกข์ทรมาน

"ข้า... ข้าทำในสิ่งที่ต้องทำ... ซิวหลิง..." เว่ยเฉินตอบ ดวงตาของเขาปิดลงชั่วครู่เพื่อรวบรวมสติ "ชีวิตของเขา... มีค่า... ไม่ต่างจากชีวิตของผู้อื่น..."

ซิวหลิงมองเขาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป เธอทั้งโกรธ ทั้งรัก ทั้งเป็นห่วง และทั้งชื่นชมในความเสียสละของเขา เขาคือชายผู้ที่พร้อมจะเสี่ยงทุกสิ่งเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม

พวกเขาเดินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดของป่า แสงจันทร์ที่ส่องลอดกิ่งไม้ลงมาเป็นเพียงแสงสลัวๆ ที่ช่วยนำทางได้เพียงเล็กน้อย แต่ในใจของซิวหลิงนั้น แสงสว่างที่แท้จริงคือความรักที่เธอมีต่อเว่ยเฉิน และความหวังที่ว่าพวกเขาจะผ่านพ้นคืนนี้ไปได้

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซิวหลิงเคยใช้เป็นที่หลบภัยเมื่อครั้งออกหาของป่า เธอพยุงเว่ยเฉินเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง จัดแจงให้เขานั่งพิงผนังถ้ำ จากนั้นก็ลากร่างของเหลียนฟานเข้ามาวางไว้ใกล้ๆ

"เจ้าพักผ่อนเถอะ... ข้าจะก่อไฟให้" ซิวหลิงพูดพลางมองหาเศษไม้แห้ง เธอจุดไฟด้วยความชำนาญ เปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ให้ความอบอุ่นและความสว่างแก่ถ้ำเล็กๆ แห่งนี้

แสงไฟส่องกระทบใบหน้าของเว่ยเฉินที่ยังคงซีดเซียว ซิวหลิงนั่งลงข้างๆ เขา เอามือแตะหน้าผากของเขาเบาๆ "ตัวเจ้าเย็นเฉียบเลย... เจ้าต้องพักผ่อนเยอะๆ"

เว่ยเฉินพยักหน้าช้าๆ เขารู้สึกถึงความอ่อนล้าที่ถาโถมเข้ามา แต่เมื่อเห็นใบหน้าของซิวหลิงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ

"ซิวหลิง..." เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ

"มีอะไรหรือ... เว่ยเฉิน" เธอตอบ พลางจ้องมองเขาด้วยความรัก

"ข้า... ข้าดีใจ... ที่เจ้าอยู่ตรงนี้..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

ซิวหลิงยิ้มทั้งน้ำตา เธอเอนตัวลงซบไหล่ของเขาอีกครั้ง "ข้าก็ดีใจ... ที่เจ้ายังอยู่กับข้า... เว่ยเฉิน... อย่าทิ้งข้าไปนะ..."

"ไม่มีทาง... ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไปไหน... ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ..." เว่ยเฉินกระซิบตอบ พลางกอดเธอแน่นขึ้นอีกนิด แม้จะรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่าง แต่เขาก็ยังคงพยายามมอบความอบอุ่นและความมั่นใจให้แก่เธอ

ในคืนที่มืดมิดและหนาวเหน็บนี้ ภายในถ้ำเล็กๆ แห่งนี้ มีเพียงแสงไฟที่ส่องสว่าง และความรักที่อบอุ่นของคนทั้งสองที่ยังคงเปล่งประกาย ความรักที่ผ่านพ้นความตาย ความรักที่เสียสละ และความรักที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง มันคือแสงสว่างในความมืดมิดที่แท้จริง เป็นดั่งคำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทพดาบสวรรค์

เทพดาบสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!