หลังจากที่ช่วยบุตรสาวเจ้าเมืองได้สำเร็จ อัคคีก็ออกเดินทางต่อ เขาไม่สามารถหยุดพักได้นาน เพราะทุกย่างก้าวที่เขาเดินไป เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงเงาแห่งความมืดมิดของนิกายเมฆาโลหิตที่คืบคลานเข้าปกคลุมแผ่นดินนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
เขาเดินทางไปทางทิศตะวันออก ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านที่ว่า มีฐานที่มั่นลับของนิกายเมฆาโลหิตซ่อนอยู่ในเทือกเขาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เป็นเทือกเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องความลึกลับและอันตราย ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวล่วงเข้าไปถึงที่นั่นได้
อัคคีใช้เวลาเดินทางหลายวันกว่าจะมาถึงเทือกเขาแห่งนี้ อากาศในเทือกเขาเย็นยะเยือกและชื้นแฉะ เมฆหมอกปกคลุมยอดเขาตลอดเวลา ทำให้มองเห็นเส้นทางได้ยากลำบาก ต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมหนาแน่น ราวกับป่าดึกดำบรรพ์ที่ไม่มีมนุษย์คนใดเคยย่างกรายเข้าไป
เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณมารที่เข้มข้นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน พลังปราณนี้รุนแรงและป่าเถื่อนยิ่งกว่าที่หุบเขาอสูรเสียอีก มันเป็นพลังที่สามารถกัดกร่อนจิตใจและร่างกายของมนุษย์ได้ หากไม่มีปราณที่แข็งแกร่งพอที่จะต้านทาน
อัคคีใช้พลังปราณเก้าสุริยะสยบมารแผ่ออกไปรอบกาย เพื่อปกป้องตัวเองจากพลังปราณมารที่กัดกร่อน เขาเดินสำรวจไปตามเส้นทางที่มืดมิดและอันตราย เขาต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่ดุร้าย และกับดักที่ซับซ้อนที่นิกายเมฆาโลหิตวางไว้
ในที่สุด เขาก็มาถึงบริเวณที่รู้สึกถึงพลังปราณมารเข้มข้นที่สุด เบื้องหน้าของเขาคือถ้ำขนาดใหญ่ที่ปากถ้ำถูกปิดด้วยก้อนหินขนาดมหึมา ภายในถ้ำมีแสงสีแดงเรืองรองออกมาเป็นระยะๆ อัคคีรู้ทันทีว่านี่คือฐานที่มั่นลับของนิกายเมฆาโลหิต
เขารอจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดมิดยามค่ำคืนช่วยให้เขาสามารถแทรกซึมเข้าไปในถ้ำได้อย่างเงียบเชียบ อัคคีใช้เพลงดาบไร้เงาเคลื่อนไหวราวกับเงาที่พลิ้วไหวไปตามสายลม เขาหลบหลีกยามรักษาการณ์ของนิกายเมฆาโลหิต และแทรกซึมเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง
ภายในถ้ำมืดมิดและเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของอัคคีที่ดังแผ่วเบา เขาเดินสำรวจไปตามทางเดินที่มืดมิด สัมผัสได้ถึงพลังปราณมารที่แผ่ซ่านออกมาจากทุกซอกมุมของถ้ำ
อัคคีเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่สุด ใจกลางห้องโถงมีแท่นบูชาขนาดมหึมาตั้งอยู่ บนแท่นบูชามีคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งวางอยู่ คัมภีร์เล่มนั้นเปล่งแสงสีแดงก่ำออกมาเป็นระยะๆ รอบๆ แท่นบูชา มีนักบวชนิกายเมฆาโลหิตหลายคนกำลังยืนล้อมรอบ พวกเขากำลังประกอบพิธีกรรมที่ชั่วร้ายบางอย่าง เสียงสวดมนต์ที่แหบพร่าและอักขระโบราณที่เรืองแสงสีแดงก่ำ ทำให้บรรยากาศในห้องโถงดูน่าขนลุก
เหนือแท่นบูชา มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาสวมชุดคลุมสีดำสนิท มีใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำราวกับโลหิต เขามีกลิ่นอายของปราณมารที่รุนแรงและลึกล้ำอย่างยิ่ง อัคคีรู้ทันทีว่านี่คือ "มหาปุโรหิตเงา" ผู้นำสูงสุดของนิกายเมฆาโลหิต
มหาปุโรหิตเงากำลังอ่านคัมภีร์โบราณเล่มนั้น เสียงของเขาแหบพร่าและน่ากลัว
"ใกล้แล้ว... พิธีปลุกชีพจอมมารโบราณจะสำเร็จในไม่ช้า" มหาปุโรหิตเงาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เมื่อพิธีสำเร็จ จอมมารโบราณจะตื่นขึ้น และโลกนี้จะตกอยู่ในความมืดมิดชั่วนิรันดร์"
อัคคีรู้สึกถึงความหวาดกลัวในจิตใจ เขาไม่คิดว่าแผนการของนิกายเมฆาโลหิตจะยิ่งใหญ่และชั่วร้ายถึงเพียงนี้ การปลุกชีพจอมมารโบราณ... นั่นคือหายนะที่แท้จริงของโลกนี้
เขาต้องหยุดยั้งพิธีกรรมนี้ให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
"หยุดเดี๋ยวนี้!" อัคคีตะโกนสุดเสียง พร้อมกับพุ่งทะยานเข้าใส่มหาปุโรหิตเงา
มหาปุโรหิตเงาและนักบวชนิกายเมฆาโลหิตต่างหันมามองอัคคีด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะมีผู้ใดกล้าบุกรุกเข้ามาถึงที่นี่ได้
"เจ้าเป็นใครกัน! บังอาจมาขัดขวางพิธีของพวกเรา!" มหาปุโรหิตเงาคำรามด้วยความโกรธ
อัคคีไม่ตอบคำ เขาพุ่งเข้าใส่มหาปุโรหิตเงาทันที ดาบไม้ในมือของเขาส่องประกายสีทองอ่อนๆ ปราณสุริยะแผ่ออกมาห่อหุ้มดาบและร่างกาย
"เพลงดาบไร้เงา – ดาราดับแสง!"
อัคคีสะบัดดาบไม้เข้าใส่มหาปุโรหิตเงาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดาบไม้ในมือของเขาเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าฟาด มหาปุโรหิตเงาชักดาบยาวสีดำที่เปล่งแสงสีแดงก่ำออกมาป้องกัน
"เคร้ง!"
เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะมหาศาลทำให้มหาปุโรหิตเงาต้องถอยหลังไปหลายก้าว เขามองดาบไม้ของอัคคีด้วยแววตาที่ไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"เจ้า... เจ้ามีพลังปราณสุริยะที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร!" มหาปุโรหิตเงาพึมพำ "เจ้าไม่ใช่คนของโลกนี้!"
นักบวชนิกายเมฆาโลหิตต่างพากันพุ่งเข้าใส่ร่มกายของอัคคีจากทุกทิศทาง พวกเขาถือมีดสั้นที่เปล่งแสงสีแดงก่ำออกมา มีดเหล่านั้นเคลือบด้วยพิษร้ายแรง อัคคีรู้ว่าหากถูกฟันโดนเข้า เขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
เขาใช้เพลงดาบไร้เงา – วายุสะบั้น รวบรวมปราณสุริยะทั้งหมดที่ปลายดาบ (ที่มองไม่เห็น) และกวัดแกว่งออกไปรอบตัว
"วายุสะบั้น!"
ปราณสุริยะสีทองอร่ามพุ่งออกจากดาบของอัคคี แผ่ขยายออกไปเป็นคลื่นพลังที่พัดพานักบวชนิกายเมฆาโลหิตกระเด็นถอยหลังไปหลายคน พวกเขาต่างร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด บางคนถึงกับกระอักเลือดออกมา
อัคคีไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่มหาปุโรหิตเงาอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและไร้เงา ดาบไม้ในมือของเขาพลิกแพลงไปมาราวกับมีชีวิต
มหาปุโรหิตเงามีฝีมือดาบที่ร้ายกาจอย่างยิ่ง เขาใช้ดาบยาวสีดำปัดป้องการโจมตีของอัคคีได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มหาศาลจากเพลงดาบไร้เงาของอัคคี
"ฮึ่ม! อย่าคิดว่าจะหยุดข้าได้ง่ายๆ!" มหาปุโรหิตเงาคำราม เขาเร่งพลังปราณมารในร่างกายให้ไหลเวียนเข้าสู่ดาบยาวสีดำ ดาบของเขาส่องประกายสีแดงเข้มขึ้น และปลดปล่อยพลังปราณมารที่รุนแรงออกมาห่อหุ้มร่างกาย
"เพลงดาบเงาโลหิต – พันดาบมาร!"
มหาปุโรหิตเงาและนักบวชนิกายเมฆาโลหิตต่างพากันพุ่งเข้าใส่ร่มกายของอัคคีจากทุกทิศทาง พวกเขาถือมีดสั้นที่เปล่งแสงสีแดงก่ำออกมา มีดเหล่านั้นเคลือบด้วยพิษร้ายแรง อัคคีรู้ว่าหากถูกฟันโดนเข้า เขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
เขาใช้เพลงดาบไร้เงา – วายุสะบั้น รวบรวมปราณสุริยะทั้งหมดที่ปลายดาบ (ที่มองไม่เห็น) และกวัดแกว่งออกไปรอบตัว
"วายุสะบั้น!"
ปราณสุริยะสีทองอร่ามพุ่งออกจากดาบของอัคคี แผ่ขยายออกไปเป็นคลื่นพลังที่พัดพานักบวชนิกายเมฆาโลหิตกระเด็นถอยหลังไปหลายคน พวกเขาต่างร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด บางคนถึงกับกระอักเลือดออกมา
อัคคีไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่มหาปุโรหิตเงาอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและไร้เงา ดาบไม้ในมือของเขาพลิกแพลงไปมาราวกับมีชีวิต
มหาปุโรหิตเงาใช้ดาบยาวสีดำปัดป้องการโจมตีของอัคคีได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มหาศาลจากเพลงดาบไร้เงาของอัคคี
"ฮึ่ม! อย่าคิดว่าจะหยุดข้าได้ง่ายๆ!" มหาปุโรหิตเงาคำราม เขาเร่งพลังปราณมารในร่างกายให้ไหลเวียนเข้าสู่ดาบยาวสีดำ ดาบของเขาส่องประกายสีแดงเข้มขึ้น และปลดปล่อยพลังปราณมารที่รุนแรงออกมาห่อหุ้มร่างกาย
"เพลงดาบเงาโลหิต – พันดาบมาร!"
มหาปุโรหิตเงาและนักบวชนิกายเมฆาโลหิตต่างพากันพุ่งเข้าใส่ร่มกายของอัคคีจากทุกทิศทาง พวกเขาถือมีดสั้นที่เปล่งแสงสีแดงก่ำออกมา มีดเหล่านั้นเคลือบด้วยพิษร้ายแรง อัคคีรู้ว่าหากถูกฟันโดนเข้า เขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
เขาใช้เพลงดาบไร้เงา – วายุสะบั้น รวบรวมปราณสุริยะทั้งหมดที่ปลายดาบ (ที่มองไม่เห็น) และกวัดแกว่งออกไปรอบตัว
"วายุสะบั้น!"
ปราณสุริยะสีทองอร่ามพุ่งออกจากดาบของอัคคี แผ่ขยายออกไปเป็นคลื่นพลังที่พัดพานักบวชนิกายเมฆาโลหิตกระเด็นถอยหลังไปหลายคน พวกเขาต่างร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด บางคนถึงกับกระอักเลือดออกมา
อัคคีไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่มหาปุโรหิตเงาอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและไร้เงา ดาบไม้ในมือของเขาพลิกแพลงไปมาราวกับมีชีวิต
มหาปุโรหิตเงาใช้ดาบยาวสีดำปัดป้องการโจมตีของอัคคีได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มหาศาลจากเพลงดาบไร้เงาของอัคคี
"เพลงดาบมารโลหิต – พิภพมืดมิด!"
มหาปุโรหิตเงาสะบัดดาบยาวในมืออย่างรวดเร็ว ปราณมารสีดำสนิทแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง กลืนกินแสงสว่างทั้งหมดในห้องโถง ทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิดสนิท อัคคีรู้สึกถึงพลังปราณมารที่กัดกร่อนจิตใจและร่างกายของเขา
แต่เขาก็ไม่หวาดหวั่น เขารวบรวมสมาธิทั้งหมด ใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งของเขาสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของมหาปุโรหิตเงาในความมืดมิด
"เพลงดาบไร้เงา – ดาบไร้รูป – สุริยะพิฆาต!"
อัคคีปลดปล่อยดาบปราณสุริยะสีทองอร่ามพุ่งเข้าปะทะกับมหาปุโรหิตเงาอย่างจัง เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งถ้ำ แสงสีทองของดาบปราณสุริยะสาดส่องความมืดมิด ทำให้ทุกอย่างกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง
มหาปุโรหิตเงากระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร เลือดไหลทะลักออกมาจากมุมปาก เขาจ้องมองอัคคีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความไม่เชื่อสายตา
"เจ้า... เจ้ามีพลังที่เหนือกว่าข้าได้อย่างไร!" มหาปุโรหิตเงาคำราม
อัคคีเองก็หอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบ การใช้เพลงดาบไร้เงา – ดาบไร้รูปนั้นใช้พลังปราณอย่างมหาศาล แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ดาบไม้ในมือของเขายังคงส่องประกายสีทองอ่อนๆ
"นี่คือพลังของเพลงดาบไร้เงา... และนี่คือจุดจบของเจ้า" อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
มหาปุโรหิตเงารู้ดีว่าเขาไม่สามารถเอาชนะอัคคีได้ในตอนนี้ พลังปราณของเขาร่อยหรอไปมากแล้ว
"ฮึ่ม! อย่าเพิ่งดีใจไป เจ้าหนุ่ม! นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น นิกายเมฆาโลหิตจะกลับมาทวงคืนทุกสิ่งอย่างแน่นอน!" มหาปุโรหิตเงาคำรามอย่างอาฆาต ก่อนจะใช้เคล็ดวิชาหนีหายไปในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว
นักบวชนิกายเมฆาโลหิตที่เหลืออยู่เห็นนายของตนหนีไป ก็พากันแตกฮือหนีไปคนละทิศละทาง ทิ้งไว้เพียงความเสียหายและคัมภีร์โบราณที่ยังคงเปล่งแสงสีแดงก่ำอยู่บนแท่นบูชา
อัคคีมองตามมหาปุโรหิตเงาที่หนีไป เขาไม่ได้ตามไป เพราะเขารู้ว่ามหาปุโรหิตเงาไม่ได้บาดเจ็บสาหัสพอที่จะสังหารได้ในตอนนี้ และสิ่งที่สำคัญกว่าคือการตรวจสอบคัมภีร์โบราณเล่มนั้น
เขาเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา หยิบคัมภีร์โบราณเล่มนั้นขึ้นมา คัมภีร์เล่มนั้นทำจากหนังสัตว์โบราณ มีอักษรโบราณสลักอยู่บนหน้าปก อัคคีไม่เคยเห็นอักษรเหล่านี้มาก่อน แต่ด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งของเขา เขาสามารถสัมผัสและเข้าใจความหมายของมันได้
"คัมภีร์ปลุกชีพจอมมาร..." อัคคีพึมพำกับตัวเอง
คัมภีร์เล่มนี้บรรยายถึงพิธีกรรมโบราณที่จะปลุกชีพจอมมารที่ถูกผนึกไว้เมื่อหลายพันปีก่อน มันยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับพลังของจอมมาร และวิธีการที่จะควบคุมมัน
อัคคีอ่านคัมภีร์เล่มนั้นอย่างละเอียด หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวและโกรธแค้น แผนการของนิกายเมฆาโลหิตนั้นชั่วร้ายเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ พวกมันไม่เพียงแต่ต้องการครอบครองโลกนี้ แต่ยังต้องการทำลายมันด้วยการปลุกชีพจอมมารโบราณ
"ข้าต้องหยุดยั้งพวกมันให้ได้" อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าจะหยุดยั้งพวกมันให้ได้!"
เขาเก็บคัมภีร์โบราณเล่มนั้นไว้ในอก และเดินออกจากถ้ำลับของนิกายเมฆาโลหิตไปในยามรุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาต้องร่างของเขา ทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
อัคคีรู้ดีว่าการต่อสู้กับนิกายเมฆาโลหิตเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และมันจะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานและอันตราย แต่เขาก็ไม่หวาดหวั่นอีกต่อไปแล้ว เขามีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกนี้จากความมืดมิดของนิกายเมฆาโลหิต

เทพดาบสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก