เทพดาบสวรรค์

ตอนที่ 27 — บททดสอบในมิติมายา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,008 คำ

วันแห่งการตัดสินกำลังคืบคลานเข้ามา กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยอัคคี เจ้าสำนักกระบี่เมฆา และยอดฝีมือจากสำนักต่างๆ ได้รวมตัวกันที่เชิงเขาเมฆาโลหิต อากาศในบริเวณนั้นหนาวเย็นและเต็มไปด้วยไอหมอกหนาหนัก ราวกับธรรมชาติกำลังเตือนถึงภัยอันใหญ่หลวงที่กำลังจะอุบัติขึ้น

ก่อนการบุกโจมตีครั้งใหญ่ เจ้าสำนักกระบี่เมฆาได้เรียกอัคคี ‌เทียนหลง และหลิงฮัว มาพบเป็นพิเศษ

"แผนการโจมตีของเรานั้นสมบูรณ์แบบ แต่ข้ายังคงกังวลถึงพลังที่แท้จริงของจอมมารโบราณ" เจ้าสำนักกระบี่เมฆากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "มหาปุโรหิตเงาอาจจะไม่ได้แค่ปลุกชีพมันขึ้นมา แต่ยังอาจจะพยายามควบคุมมัน ซึ่งนั่นจะทำให้พลังของจอมมารแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก"

"แล้วเราจะทำอย่างไรดีขอรับ?" ​เทียนหลงถาม

"ในคัมภีร์โบราณที่อัคคีนำมานั้น มีกล่าวถึง 'มิติมายาบรรพกาล' ซึ่งเป็นมิติที่ถูกสร้างขึ้นโดยเซียนดาบเมื่อหลายพันปีก่อน เพื่อเป็นบททดสอบสำหรับผู้ที่จะเป็น 'เทพดาบสวรรค์'" เจ้าสำนักกล่าว "หากพวกเจ้าทั้งสามสามารถผ่านบททดสอบในมิติมายานั้นได้ ‍พวกเจ้าก็จะได้รับพลังที่แท้จริงของเทพดาบสวรรค์ และนั่นจะทำให้เรามีโอกาสที่จะเอาชนะจอมมารโบราณได้"

อัคคี เทียนหลง และหลิงฮัว ต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดว่าจะมีมิติเช่นนี้อยู่จริง

"แต่การเข้าสู่มิติมายานั้นอันตรายอย่างยิ่ง" เจ้าสำนักเตือน "จิตวิญญาณของพวกเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับภาพลวงตาและความกลัวที่ซ่อนอยู่ในจิตใจ ‌หากจิตใจของพวกเจ้าไม่แข็งแกร่งพอ พวกเจ้าอาจจะหลงอยู่ในมิติมายาตลอดกาล"

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าก็พร้อมที่จะรับบททดสอบนี้" อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เทียนหลงและหลิงฮัวก็พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาทั้งสามรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะเพิ่มพลังให้แข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับจอมมารโบราณ

เจ้าสำนักกระบี่เมฆาพาพวกเขาทั้งสามไปยังห้องลับใต้ดิน ภายในห้องนั้นมีแท่นหินโบราณขนาดใหญ่วางอยู่ ใจกลางแท่นหินมีอัญมณีสีขาวนวลเปล่งแสงเรืองรองออกมา

"นี่คือ 'แก่นจิตบรรพกาล' ‍มันคือประตูสู่มิติมายา" เจ้าสำนักกล่าว "พวกเจ้าจงจับมือกัน และรวบรวมสมาธิทั้งหมดเข้าสู่แก่นจิตบรรพกาล"

อัคคี เทียนหลง และหลิงฮัว ต่างจับมือกัน และวางมือลงบนแก่นจิตบรรพกาล ​พวกเขารวบรวมสมาธิทั้งหมด ปล่อยให้จิตวิญญาณของพวกเขาสัมผัสกับพลังงานจากอัญมณี

ชั่วพริบตา แสงสีขาวนวลก็สว่างวาบขึ้น กลืนกินร่างของพวกเขาทั้งสามไปในพริบตา เมื่อแสงสว่างจางหายไป ร่างของพวกเขาก็หายไปจากห้องลับใต้ดินแล้ว

อัคคีรู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยอยู่ในความมืดมิดที่ไร้ขอบเขต เขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย ไม่สามารถได้ยินอะไรได้เลย ​มีเพียงความว่างเปล่าที่รายล้อมอยู่รอบตัว

จู่ๆ ภาพต่างๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา เป็นภาพความทรงจำในอดีต ภาพความผิดหวัง ความเจ็บปวด และความกลัวที่เขาเคยประสบมา

ภาพแรกคือภาพของบิดามารดาที่ถูกสังหารต่อหน้าต่อตาของเขา อัคคีรู้สึกถึงความโกรธแค้นและความสิ้นหวังที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในจิตใจ

"เจ้าอ่อนแอ! ​เจ้าไม่สามารถปกป้องใครได้เลย!" เสียงกระซิบดังขึ้นในหัวของเขา "เจ้าไม่มีค่าพอที่จะเป็นเทพดาบสวรรค์!"

อัคคีพยายามสลัดภาพเหล่านั้นออกไป เขารู้ว่านี่คือภาพลวงตาที่มิติมายาสร้างขึ้นเพื่อทดสอบจิตใจของเขา

"ไม่! ข้าไม่อ่อนแอ! ข้าจะแข็งแกร่งขึ้น! ข้าจะปกป้องโลกนี้!" อัคคีตะโกนสุดเสียง

ภาพต่างๆ เริ่มจางหายไป อัคคีรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดึงดูดไปยังแสงสว่างที่อยู่เบื้องหน้า เขาพยายามว่ายน้ำเข้าไปหาแสงสว่างนั้นอย่างสุดกำลัง

เมื่อเขามาถึงแสงสว่าง เขาก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในสถานที่แปลกประหลาด เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเป็นสีครามสดใส มีต้นไม้ใหญ่โบราณต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางทุ่งหญ้า

ใต้ต้นไม้โบราณ มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาสวมชุดคลุมสีขาว ผมเผ้ายาวสีขาวสะอาด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่ดวงตากลับเฉียบคมและเต็มไปด้วยปัญญา

"ยินดีต้อนรับสู่มิติมายาบรรพกาล" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ข้าคือเซียนดาบ ผู้สร้างมิติแห่งนี้"

อัคคีรู้สึกถึงพลังปราณที่บริสุทธิ์และมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเซียนดาบ เขารู้ดีว่าชายชราผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา

"ท่านเซียนดาบ ข้าพร้อมที่จะรับบททดสอบ" อัคคีกล่าวด้วยความมุ่งมั่น

เซียนดาบยิ้มบางๆ "บททดสอบของเจ้านั้นเรียบง่าย... เจ้าจงใช้ดาบไม้เล่มนี้ และโค่นล้มต้นไม้โบราณต้นนั้นให้ได้"

เซียนดาบยื่นดาบไม้ธรรมดาเล่มหนึ่งให้อัคคี ดาบไม้เล่มนั้นดูไม่ต่างจากดาบไม้ที่เขาเคยใช้ แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน

อัคคีรับดาบไม้มา เขาจ้องมองต้นไม้โบราณต้นนั้น ต้นไม้ต้นนั้นใหญ่โตมหึมา ลำต้นแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า ยากที่จะโค่นล้มได้ด้วยดาบไม้ธรรมดา

"ท่านเซียนดาบ ข้าจะใช้เพลงดาบไร้เงาโค่นล้มต้นไม้ต้นนี้" อัคคีกล่าว

เซียนดาบส่ายหน้า "ไม่... เจ้าไม่ต้องใช้เพลงดาบใดๆ เจ้าจงใช้จิตใจของเจ้า และเป็นหนึ่งเดียวกับดาบ"

อัคคีขมวดคิ้ว "เป็นหนึ่งเดียวกับดาบ?"

"ใช่... ดาบไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของเจ้า" เซียนดาบกล่าว "หากเจ้าสามารถเป็นหนึ่งเดียวกับดาบได้ เจ้าก็จะสามารถโค่นล้มต้นไม้ต้นนั้นได้"

อัคคีหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมดเข้าสู่จิตใจ เขาสัมผัสถึงดาบไม้ในมือ ปล่อยให้จิตวิญญาณของเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดาบ

เขาจินตนาการว่าตัวเองเป็นดาบ ดาบเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของเขา ดาบคือชีวิตของเขา

เมื่อเขาเปิดตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็รู้สึกว่าดาบไม้ในมือของเขากำลังสั่นสะเทือน พลังปราณสุริยะไหลเวียนเข้าสู่ดาบไม้ ทำให้ดาบไม้เปล่งแสงสีทองอร่าม

อัคคีพุ่งดาบไม้เข้าใส่ต้นไม้โบราณอย่างช้าๆ การเคลื่อนไหวของเขาดูเรียบง่าย แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังที่มหาศาล

"เพลงดาบไร้ลักษณ์ – ดาบเป็นหนึ่งเดียวกับใจ!"

ดาบไม้ของอัคคีปะทะเข้ากับลำต้นของต้นไม้โบราณอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวใดๆ มีเพียงแสงสีทองที่สว่างวาบขึ้นในพริบตา

จากนั้น ต้นไม้โบราณขนาดมหึมาก็ค่อยๆ เอียงตัวลงช้าๆ และล้มลงกับพื้น เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งทุ่งหญ้า

เซียนดาบยิ้มกว้าง "ยอดเยี่ยม! เจ้าผ่านบททดสอบแล้ว"

อัคคีมองดาบไม้ในมือของเขา ดาบไม้เล่มนั้นยังคงเปล่งแสงสีทองอร่าม เขาเข้าใจแล้วว่าพลังที่แท้จริงของเทพดาบสวรรค์ไม่ใช่แค่เพลงดาบที่รุนแรง แต่คือการเป็นหนึ่งเดียวกับดาบ และการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

"เจ้าจงจำไว้ว่า พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ดาบ แต่อยู่ที่จิตใจของเจ้า" เซียนดาบกล่าว "หากจิตใจของเจ้าบริสุทธิ์และแข็งแกร่ง ดาบไม้ธรรมดาๆ ก็สามารถกลายเป็นดาบสวรรค์ได้"

"ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเซียนดาบ" อัคคีกล่าวด้วยความเคารพ

ขณะนั้นเอง ร่างของเทียนหลงและหลิงฮัวก็ปรากฏขึ้นข้างๆ อัคคี พวกเขาทั้งสองคนดูเหนื่อยล้า แต่แววตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังที่เพิ่มขึ้น

"พวกเจ้าทั้งสองก็ผ่านบททดสอบแล้วเช่นกัน" เซียนดาบกล่าว "เทียนหลง เจ้าได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของดาบอัคคีที่ร้อนแรงและทรงพลัง ส่วนหลิงฮัว เจ้าได้บรรลุถึงขั้นสูงสุดของหมัดวายุที่คล่องแคล่วและพลิกแพลง"

เทียนหลงและหลิงฮัวพยักหน้า พวกเขารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

"บัดนี้ พวกเจ้าทั้งสามได้บรรลุถึงขั้นสูงสุดของวิชาที่พวกเจ้าฝึกฝนแล้ว" เซียนดาบกล่าว "แต่การเดินทางของพวกเจ้ายังไม่จบสิ้น ภัยคุกคามของจอมมารโบราณยังคงอยู่ พวกเจ้าจะต้องร่วมมือกัน และใช้พลังที่พวกเจ้าได้รับนี้ เพื่อปกป้องโลกนี้"

"ข้าขอสาบานว่าจะใช้พลังนี้เพื่อปกป้องโลกนี้ให้ถึงที่สุด!" อัคคี เทียนหลง และหลิงฮัว กล่าวพร้อมกันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เซียนดาบยิ้มบางๆ "ดี... ขอให้พวกเจ้าโชคดี"

จากนั้น ร่างของเซียนดาบก็ค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน

แสงสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง กลืนกินร่างของพวกเขาทั้งสามไปในพริบตา เมื่อแสงสว่างจางหายไป พวกเขาก็กลับมาอยู่ในห้องลับใต้ดินของสำนักกระบี่เมฆาอีกครั้ง

เจ้าสำนักกระบี่เมฆาและเหล่าผู้อาวุโสต่างมองพวกเขาทั้งสามด้วยความประหลาดใจ พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่แข็งแกร่งอย่างมหาศาลที่แผ่ออกมาจากอัคคี เทียนหลง และหลิงฮัว

"พวกเจ้า... พวกเจ้าผ่านบททดสอบแล้วจริงๆ!" เจ้าสำนักกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

อัคคีพยักหน้า "ใช่ ท่านเจ้าสำนัก พวกเราพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับจอมมารโบราณ"

เทียนหลงและหลิงฮัวก็พยักหน้าเห็นด้วย ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และบัดนี้ พวกเขาก็มีพลังที่แข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับจอมมารโบราณได้แล้ว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทพดาบสวรรค์

เทพดาบสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!