เมื่ออัคคี เทียนหลง และหลิงฮัว ออกมาจากมิติมายาบรรพกาลด้วยพลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล กองกำลังพันธมิตรก็พร้อมแล้วที่จะเคลื่อนทัพไปยังเทือกเขาเมฆาโลหิต การเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้นลงในยามรุ่งสาง ดวงอาทิตย์เพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า แสงแรกของวันสาดส่องลงมาต้องร่างของเหล่านักรบที่ยืนเรียงรายกันอย่างองอาจ
อัคคีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ยืนอยู่เบื้องหน้าของกองทัพ ดาบไม้ในมือของเขาส่องประกายสีทองอ่อนๆ ปราณสุริยะที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความอบอุ่นและความหวัง
"เหล่านักรบผู้กล้าหาญ!" อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงดังกังวาน "บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมมือกัน เพื่อปกป้องโลกนี้จากความมืดมิดของนิกายเมฆาโลหิต! เราจะหยุดยั้งพิธีปลุกชีพจอมมารโบราณ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่แผ่นดินนี้!"
ทุกคนต่างเปล่งเสียงตอบรับด้วยความมุ่งมั่นและฮึกเหิม กองทัพพันธมิตรเคลื่อนทัพไปยังเทือกเขาเมฆาโลหิตอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ
ระหว่างทาง อัคคีเดินเคียงข้างกับเทียนหลงและหลิงฮัว พวกเขาทั้งสามรู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งที่เชื่อมโยงถึงกัน หลังจากผ่านบททดสอบในมิติมายา พวกเขาก็มีความเข้าใจในวิชาของตัวเองอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และยังได้ค้นพบความจริงบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง
"อัคคี... เจ้าเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมเจ้าถึงเป็นผู้ถูกเลือก?" หลิงฮัวถามขึ้น
อัคคีส่ายหน้า "ข้าก็ไม่แน่ใจ... ข้าเพียงแต่รู้สึกว่านี่คือหน้าที่ของข้า"
"ข้าเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" เทียนหลงกล่าว "พลังปราณเก้าสุริยะสยบมารของเจ้า และเพลงดาบไร้ลักษณ์นั้นเป็นวิชาที่หายสาบสูญไปนานแล้ว มันต้องมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับชะตากรรมของเจ้า"
คำพูดของเทียนหลงทำให้อัคคีครุ่นคิด เขานึกถึงคำพูดของชายชราลึกลับที่กล่าวว่าเขาคือ "ผู้ถูกเลือก" และยังบอกให้เขาค้นหาพลังที่แท้จริงของ "เทพดาบสวรรค์"
"เทพดาบสวรรค์..." อัคคีพึมพำกับตัวเอง
จู่ๆ อัคคีก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในอก คัมภีร์ปลุกชีพจอมมารที่เขาเก็บไว้ในอกกำลังเปล่งแสงสีแดงก่ำออกมา อัคคีหยิบคัมภีร์เล่มนั้นขึ้นมาดู มันกำลังส่องประกายแสงออกมาอย่างรุนแรง และมีอักษรโบราณบางตัวที่เริ่มปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษ
"นี่มันอะไรกัน?" หลิงฮัวถามด้วยความตกใจ
อัคคีสัมผัสถึงอักษรโบราณเหล่านั้นด้วยพลังจิต เขารู้สึกว่ามีข้อมูลบางอย่างกำลังหลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของเขา เป็นความทรงจำที่เก่าแก่และถูกลืมเลือนไปนานแล้ว
ภาพต่างๆ เริ่มปรากฏขึ้นในจิตใจของอัคคี เป็นภาพของโลกเมื่อหลายพันปีก่อน โลกที่เต็มไปด้วยพลังงานปราณที่บริสุทธิ์และสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์ เขาเห็นเผ่าพันธุ์โบราณที่อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และเห็นเซียนดาบผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกป้องโลกนี้
จากนั้น ภาพก็เปลี่ยนไป เขาเห็นการปรากฏตัวของจอมมารโบราณ พลังที่มืดมิดและชั่วร้ายของมันได้กลืนกินโลกนี้ ทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิด ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก
แต่แล้ว เขาก็เห็นแสงสว่างปรากฏขึ้น เป็นแสงสว่างจากดาบเล่มหนึ่ง ดาบเล่มนั้นเปล่งแสงสีทองอร่ามราวกับดวงอาทิตย์ ชายหนุ่มคนหนึ่งถือดาบเล่มนั้นอยู่ เขามีใบหน้าที่คล้ายกับอัคคีอย่างน่าประหลาดใจ
ชายหนุ่มผู้นั้นใช้ดาบเล่มนั้นต่อสู้กับจอมมารโบราณ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและยาวนาน ในที่สุด ชายหนุ่มผู้นั้นก็สามารถผนึกจอมมารโบราณไว้ได้ แต่เขาก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตของเขา
ภาพสุดท้ายที่อัคคีเห็นคือภาพของชายหนุ่มผู้นั้นที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ดาบเล่มนั้นค่อยๆ จมลงสู่พื้นดิน และหายไปในความมืดมิด
เมื่อภาพทั้งหมดจางหายไป อัคคีก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความจริงที่น่าตกใจ
"ข้า... ข้าคือทายาทของเทพดาบสวรรค์!" อัคคีพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เทียนหลงและหลิงฮัวต่างมองอัคคีด้วยความตกใจ พวกเขาไม่คิดว่าอัคคีจะมีความลับเช่นนี้ซ่อนอยู่
"เทพดาบสวรรค์?" เทียนหลงทวนคำ "นั่นมันตำนานไม่ใช่หรือ?"
"มันคือความจริง" อัคคีกล่าว "ข้าคือผู้สืบทอดสายเลือดของเทพดาบสวรรค์ ผู้ที่เคยผนึกจอมมารโบราณเมื่อหลายพันปีก่อน"
"แล้วดาบเล่มนั้นล่ะ? ดาบที่ผนึกจอมมารโบราณไว้?" หลิงฮัวถาม
"ดาบเล่มนั้นน่าจะยังคงซ่อนอยู่ในสถานที่ที่จอมมารถูกผนึกไว้" อัคคีกล่าว "มันคือ 'ดาบสวรรค์' ดาบที่แท้จริงของเทพดาบสวรรค์"
อัคคีรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่กำลังจะตกมาอยู่บนบ่าของเขา เขาไม่เพียงแต่ต้องหยุดยั้งนิกายเมฆาโลหิต แต่ยังต้องค้นหาดาบสวรรค์ และใช้พลังของมันเพื่อปกป้องโลกนี้
"นี่คือความจริงที่ซ่อนเร้นมานานแล้ว" อัคคีกล่าว "บิดาของข้าคงจะรู้เรื่องนี้ และพยายามที่จะฝึกฝนข้าให้แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับชะตากรรมนี้"
เทียนหลงและหลิงฮัวต่างมองอัคคีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและชื่นชม พวกเขาไม่คิดว่าอัคคีจะมีสายเลือดที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
"ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร หรือมีสายเลือดที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน" เทียนหลงกล่าว "เจ้าก็คือสหายของเรา และเราจะร่วมต่อสู้เคียงข้างเจ้าจนถึงที่สุด!"
"ใช่! เราจะร่วมต่อสู้เคียงข้างท่าน!" หลิงฮัวกล่าวเสริม
อัคคีมองไปยังเหล่าสหายของเขา เขารู้สึกถึงความอบอุ่นในจิตใจ ไม่ว่าเขาจะมีสายเลือดที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน เขาก็ยังคงเป็นอัคคี ชายหนุ่มผู้ที่ต้องการปกป้องโลกนี้
"ขอบคุณพวกเจ้า" อัคคีกล่าวด้วยรอยยิ้ม "เราจะร่วมต่อสู้กัน และจะชนะในสงครามครั้งนี้!"
ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน กองทัพพันธมิตรก็มาถึงเชิงเขาเมฆาโลหิตแล้ว เบื้องหน้าของพวกเขาคือป้อมปราการขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากหินสีดำสนิท มีธงของนิกายเมฆาโลหิตโบกสะบัดอยู่บนยอดป้อม
"นั่นคือฐานที่มั่นลับของนิกายเมฆาโลหิต" เจ้าสำนักกระบี่เมฆากล่าว "เราจะโจมตีจากหลายทิศทางตามแผนที่วางไว้"
กองทัพพันธมิตรแบ่งกำลังออกเป็นหลายสาย สายแรกนำโดยเทียนหลงและหลิงฮัว พวกเขาจะโจมตีจากด้านหน้าเพื่อดึงความสนใจของศัตรู สายที่สองนำโดยผู้อาวุโสของสำนักกระบี่เมฆา พวกเขาจะโจมตีจากด้านข้าง ส่วนสายที่สามซึ่งนำโดยอัคคี จะลอบเข้าไปในฐานที่มั่นจากด้านหลัง เพื่อบุกเข้าไปในห้องโถงใหญ่และหยุดยั้งพิธีกรรม
"ขอให้ทุกคนโชคดี!" เจ้าสำนักกระบี่เมฆากล่าว
"เพื่อความสงบสุขของโลกนี้!" ทุกคนเปล่งเสียงตอบรับ
อัคคี เทียนหลง และหลิงฮัว ต่างมองหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามแผนที่วางไว้
อัคคีกับทีมจู่โจมของเขาเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว พวกเขาหลบหลีกยามรักษาการณ์ของนิกายเมฆาโลหิต และแทรกซึมเข้าไปในฐานที่มั่นจากด้านหลังอย่างระมัดระวัง
เมื่อพวกเขาเข้ามาในฐานที่มั่น อัคคีก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณมารที่เข้มข้นอย่างยิ่ง อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความชั่วร้าย
"ระวังตัวให้ดีทุกคน" อัคคีเตือน "พวกมันรู้ว่าเรากำลังจะมา"
ทันใดนั้น เสียงระเบิดก็ดังขึ้นจากด้านหน้า เป็นสัญญาณว่าการโจมตีของเทียนหลงและหลิงฮัวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
"ถึงเวลาแล้ว!" อัคคีกล่าว "ไปกันเถอะ!"
เขาและทีมจู่โจมของเขาพุ่งทะยานเข้าไปในฐานที่มั่นของนิกายเมฆาโลหิต การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และมันจะเป็นการต่อสู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของโลกนี้ไปตลอดกาล อัคคีรู้ดีว่าเขาจะต้องค้นหาดาบสวรรค์ และใช้พลังของมันเพื่อปกป้องโลกนี้ให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

เทพดาบสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก