สามเดือนผันผ่านไปดุจสายน้ำเชี่ยว เว่ยเฉินภายใต้การอบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวดของอาจารย์หมิงเทียนและซิวหลิง ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายที่เคยอ่อนแอ บัดนี้แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า สายตาที่เคยสับสน บัดนี้คมกริบดุจเหยี่ยวเพ่งมองเหยื่อ เขาเรียนรู้วิชาดาบที่พลิกแพลงดุจสายลม การควบคุมพลังงานภายในที่ไหลเวียนดุจกระแสธาร และที่สำคัญที่สุดคือตำนานอันเก่าแก่ของ "ดาบสายฟ้าแห่งเก้าสวรรค์" ที่อาจารย์หมิงเทียนถ่ายทอดให้ฟังอย่างละเอียดลออในค่ำคืนที่ดาวเต็มฟ้า
"ดาบสายฟ้าแห่งเก้าสวรรค์นั้น มิได้เป็นเพียงดาบเล่มเดียว" อาจารย์หมิงเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ดวงตาฉายแววลึกล้ำดุจห้วงอวกาศ ขณะที่พวกเขานั่งล้อมวงอยู่รอบกองไฟที่ลานฝึกยามค่ำคืน แสงไฟเต้นระยิบต้องใบหน้าของเว่ยเฉินและซิวหลิง "แต่ถูกแบ่งออกเป็นสามชิ้นส่วนอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ละชิ้นมีพลังและหน้าที่ของตนเอง"
เว่ยเฉินเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ในมือเขากำชิ้นส่วนดาบสีฟ้าอ่อนที่อาจารย์มอบให้แน่น มันเปล่งแสงเรืองรองดุจดวงดาวที่หลุดร่วงลงมาจากฟากฟ้า "สามชิ้นส่วนหรือครับอาจารย์?"
"ใช่แล้ว" อาจารย์หมิงเทียนพยักหน้าช้าๆ "ชิ้นแรกคือ 'แก่นน้ำ' ซึ่งเป็นส่วนที่กักเก็บพลังแห่งชีวิตและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ มันซ่อนเร้นอยู่ในถ้ำใต้ทะเลสาบมรกตอันกว้างใหญ่ไพศาล ทางทิศตะวันตกของอาณาจักรเรา"
ซิวหลิงซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เว่ยเฉิน สวมชุดฝึกสีเข้มที่ขับเน้นรูปร่างเพรียวบางของนาง ใบหน้าของนางนิ่งสงบ แต่ดวงตาเป็นประกายด้วยความสนใจ "ทะเลสาบมรกต... ข้าเคยได้ยินว่ามันเป็นสถานที่ที่สวยงาม แต่เต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์อสูรใต้น้ำ"
"นั่นคือความจริง" อาจารย์หมิงเทียนยืนยัน "ชิ้นที่สองคือ 'วิญญาณไฟ' ซึ่งเป็นส่วนที่หล่อหลอมด้วยพลังแห่งการทำลายล้างและความร้อนแรง มันสถิตอยู่ในภูเขาไฟที่ดับแล้วทางตะวันออก ภูเขาไฟที่ครั้งหนึ่งเคยพ่นลาวาหลอมเหลว แต่บัดนี้กลับกลายเป็นสุสานแห่งความเงียบงัน ทว่าภายในนั้นยังคงมีพลังงานอันมหาศาลซ่อนอยู่"
เว่ยเฉินจินตนาการถึงภาพภูเขาไฟที่ดับแล้ว แต่ยังคงคุกรุ่นด้วยพลังงานอันเร้นลับ เขาอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้กับภารกิจที่กำลังจะมาถึง
"และชิ้นสุดท้าย" อาจารย์หมิงเทียนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เน้นย้ำ "คือ 'ใบดาบฟ้า' ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เป็นแกนหลักที่เชื่อมโยงพลังทั้งสองเข้าด้วยกัน มันสถิตอยู่ในวิหารโบราณที่ยอดเขาเก้าสวรรค์ อันเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกนี้ มีเมฆหมอกปกคลุมตลอดเวลา และเชื่อกันว่าเป็นที่ประทับของเทพเจ้า"
"ทำไมถึงต้องรวบรวมทั้งสามชิ้นด้วยครับอาจารย์?" เว่ยเฉินถามด้วยความสงสัย พลังจากชิ้นส่วนดาบที่เขากำอยู่ก็ดูเหมือนจะมีอานุภาพมากพอแล้ว
อาจารย์หมิงเทียนถอนหายใจแผ่วเบา แววตาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้ฉายแววความกังวล "เพราะมารราชาเฮยหลงตื่นขึ้นแล้ว" คำกล่าวนี้ดังก้องในความเงียบยามค่ำคืนราวกับฟ้าร้อง "และมีเพียงดาบสายฟ้าที่สมบูรณ์เท่านั้นที่จะสามารถปราบเขาได้"
คำว่า 'มารราชาเฮยหลง' ทำให้บรรยากาศรอบกองไฟพลันตึงเครียดขึ้น ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะจอมมารผู้ชั่วร้ายที่เคยนำความมืดมิดมาสู่โลกเมื่อหลายพันปีก่อน มันถูกผนึกไว้โดยวีรบุรุษในตำนาน แต่ดูเหมือนว่าผนึกนั้นกำลังจะคลายลงแล้ว
ซิวหลิงที่นั่งฟังอยู่ด้วย ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย แสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใน "เราต้องออกเดินทางเมื่อไหร่คะอาจารย์?" น้ำเสียงของนางหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว
อาจารย์หมิงเทียนมองไปยังลูกศิษย์ทั้งสองที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้า "เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มารราชากำลังรวบรวมกำลังพลของมัน เวลาของเรามีน้อยลงทุกที ทุกวัน ทุกชั่วโมงที่ผ่านไปคือความเสี่ยงที่โลกจะจมดิ่งสู่ความมืดมิดอีกครั้ง"
ค่ำคืนนั้น เว่ยเฉินไม่สามารถข่มตาหลับได้ เขานั่งอยู่คนเดียวในลานฝึกที่กว้างขวาง แสงจันทร์สาดส่องลงมาอาบร่างกายให้ดูโดดเดี่ยว ชิ้นส่วนดาบที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ในมือของเขาเป็นเหมือนดวงดาวเล็กๆ ที่ส่องประกายในความมืดมิดของห้วงความคิด เขานึกถึงคำพูดของอาจารย์หมิงเทียน ภาพของมารราชาเฮยหลงผุดขึ้นในจินตนาการ มันเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวจนทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวล
"เจ้ากังวลหรือ?" เสียงนุ่มนวลของซิวหลิงดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เว่ยเฉินสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันไปมอง เห็นซิวหลิงยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แสงจันทร์ส่องต้องใบหน้าของนาง ทำให้ดูงดงามและลึกลับในคราวเดียวกัน
เว่ยเฉินพยักหน้าช้าๆ "นิดหน่อย... เจ้าล่ะ?" เขาถามกลับ พยายามซ่อนความรู้สึกที่ปั่นป่วนภายใน
ซิวหลิงเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เขาบนพื้นหินเย็นเฉียบ นางมองไปยังชิ้นส่วนดาบในมือของเว่ยเฉินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "ข้าพเจ้าไม่กังวล" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบและมั่นคง "ข้าพเจ้าฝึกฝนมาเพื่อสิ่งนี้ เพื่อปกป้องโลกจากความมืดมิด"
คำพูดของซิวหลิงเป็นเหมือนสายลมเย็นที่พัดพาความร้อนรุ่มในใจของเว่ยเฉินให้บรรเทาลง เขาเงยหน้ามองดวงดาวที่พร่างพรายเต็มท้องฟ้า "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของข้าจะต้องมาเผชิญหน้ากับเรื่องราวใหญ่โตถึงเพียงนี้" เขาสารภาพด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ซิวหลิงหันมามองเขา ดวงตาของนางเป็นประกายระยิบระยับ "ชะตากรรมมักจะเลือกเส้นทางที่คาดไม่ถึงเสมอ เว่ยเฉิน" นางกล่าว "แต่ไม่ว่าเส้นทางนั้นจะยากลำบากเพียงใด เราก็ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า"
"เจ้าคิดว่าเราจะทำสำเร็จหรือ?" เว่ยเฉินถาม น้ำเสียงของเขามีความลังเลเจืออยู่
ซิวหลิงยิ้มบางๆ "ความสำเร็จหรือความล้มเหลวเป็นเรื่องของอนาคต สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด และเชื่อมั่นในตนเองและในกันและกัน" นางหยุดชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวต่อ "เจ้ามีพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เว่ยเฉิน อาจารย์หมิงเทียนมองเห็นสิ่งนั้นในตัวเจ้า และข้าเองก็เช่นกัน"
คำพูดของซิวหลิงปลุกเร้าความกล้าหาญในใจของเว่ยเฉินให้ตื่นขึ้น เขามองไปยังชิ้นส่วนดาบในมืออีกครั้ง แสงสีฟ้าอ่อนๆ ดูเหมือนจะส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น ความกังวลที่เคยเกาะกินใจเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและแรงปรารถนาที่จะปกป้องโลกใบนี้
"ข้าจะพยายามให้ถึงที่สุด" เว่ยเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
ซิวหลิงพยักหน้า "ข้ารู้ว่าเจ้าทำได้" นางหันหน้ามองไปยังขอบฟ้าที่เริ่มมีแสงเรืองรองของรุ่งอรุณปรากฏขึ้น "พรุ่งนี้... การเดินทางของเราจะเริ่มต้นขึ้น"
เว่ยเฉินมองตามสายตาของซิวหลิง แสงแรกของวันใหม่กำลังจะมาถึง พร้อมกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่รอคอยพวกเขาอยู่ข้างหน้า ดาบสายฟ้าแห่งเก้าสวรรค์... ตำนานที่กำลังจะกลายเป็นความจริง และพวกเขาคือผู้ที่จะต้องสานต่อตำนานนั้นให้สำเร็จ ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตรายเพียงใดก็ตาม เขากำชิ้นส่วนดาบในมือแน่นขึ้นอีกครั้ง หัวใจของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้

เทพดาบสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก