แสงสีฟ้าแดงฉานของไซเรนรถพยาบาลและรถตำรวจฉายวูบวาบสลับกันไปทั่วบริเวณ ราวกับฉากในฝันร้ายที่กำลังก่อตัวเป็นจริง. เสียงหวีดหวิวของไซเรนดังระงม ปะปนกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่นับสิบชีวิตที่กรูกันเข้ามาในพื้นที่ เสียงวิทยุสื่อสารแตกระแหง บ่งบอกถึงความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้น. อารยาได้แต่ทรุดตัวกอดฮาร์ดดิสก์ไว้แน่น ดวงตาเบิกโพลงจับจ้องไปที่ชัชวาล ซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหญ้า เลือดสีแดงฉานค่อยๆ แผ่เป็นวงกว้างบนเสื้อสีขาวของเขา มันไม่ใช่เพียงเลือด แต่เป็นรอยแผลที่ลึกเกินกว่าจะรักษาด้วยคำพูดใดๆ. ธงชัยที่ใบหน้าซีดเผือด กำลังใช้มือข้างที่ยังไม่บาดเจ็บกดบาดแผลที่หน้าอกของชัชวาลไว้สุดกำลัง พยายามดิ้นรนจะหยุดยั้งสิ่งที่ดูเหมือนจะเกินความควบคุมของมนุษย์ธรรมดา
“คุณ! ถอยออกมาจากตัวผู้บาดเจ็บ!” เสียงตะโกนเข้มของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งดังขึ้น เขาสวมเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ พร้อมอาวุธครบมือ ดวงตาคมกริบกวาดมองอารยาและธงชัยด้วยความสงสัยระคนไม่ไว้วางใจ. ท่าทางของพวกเขาดูแข็งกร้าวเกินกว่าจะเป็นเพียงการเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ.
อารยาเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ล้อมเข้ามา ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นผ่านสันหลัง. เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใจใครได้บ้างในสถานการณ์เช่นนี้ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาพัวพันกับ "ปมมรณะ" นี้ โลกของเธอก็พลิกผันจนไม่สามารถแยกแยะความจริงออกจากภาพลวงตาได้อีก. ฮาร์ดดิสก์ในมือของเธอไม่ใช่แค่หลักฐาน แต่มันคือชีวิตของเธอ ชีวิตของชัชวาล และอาจจะรวมถึงชีวิตของคนอีกนับล้าน.
เจ้าหน้าที่สองคนตรงเข้ามาที่อารยา คนหนึ่งพยายามจะดึงมือเธอออกจากฮาร์ดดิสก์ อีกคนหนึ่งจับแขนเธอแน่น “ส่งของนั่นมา!” เสียงเข้มขึ้น “คุณถูกควบคุมตัว!”
“ไม่!” อารยาขัดขืนสุดแรง เธอหดมือเข้าหาตัว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดระแวงระคนดื้อรั้น. “นี่เป็นของสำคัญ!”
“สำคัญยังไง? คุณเป็นใคร? เข้ามาทำอะไรที่นี่?” คำถามรัวเร็วยิ่งทำให้ความกังวลในใจอารยาพุ่งสูงขึ้น.
ในขณะเดียวกัน หน่วยกู้ชีพก็กรูกันเข้ามาที่ชัชวาล พวกเขากรีดเสื้อของเขาออกเพื่อประเมินบาดแผล เสียงของเครื่องวัดสัญญาณชีพและคำสั่งเร่งด่วนดังสลับกันไป. ธงชัยถูกดึงตัวออกมาจากชัชวาล เขาสะบัดมือเจ้าหน้าที่ออกด้วยความเจ็บปวดและห่วงใย “เพื่อนผมบาดเจ็บหนัก! รีบช่วยเขาก่อน!”
“คุณก็ด้วย!” เจ้าหน้าที่อีกคนพูดพร้อมกับรวบตัวธงชัยไว้ “ต้องให้แพทย์ดูอาการบาดเจ็บของคุณก่อน.”
อารยาเห็นภาพนั้นอยู่ตรงหน้า เธอสับสน มึนงงไปหมด. ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะท้านจากความตื่นเต้นและความกลัว หัวใจเต้นรัวระส่ำจนเจ็บซี่โครง. เธอมองเห็นชัชวาลถูกยกขึ้นเปลหามอย่างรวดเร็ว สีหน้าของหน่วยกู้ชีพดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด. เลือดที่ไหลไม่หยุดทำให้เธอรู้สึกราวกับจะขาดใจ. “ชัชวาล!” เธอตะโกน พยายามจะก้าวตามไป แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งรั้งตัวไว้.
“คุณไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!” เจ้าหน้าที่คนเดิมพูดเสียงห้วน “เราต้องพาคุณไปสอบสวน.”
อารยาดิ้นรน เธอรู้ดีว่าหากฮาร์ดดิสก์หลุดมือไปตอนนี้ ทุกอย่างก็จะจบลง. สิ่งที่เธอพยายามทำทั้งหมดจะไร้ความหมาย. หลักฐานชิ้นเดียวที่สามารถเปิดโปงองค์กรลับนั้นจะถูกทำลาย หรือตกไปอยู่ในมือของคนที่เธอไม่สามารถไว้ใจได้.
“ผมว่าเธอคงตกใจมาก” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นเสียงที่นุ่มนวลกว่า แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง. ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาคลุมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้ม ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสุขุม เขาไม่ได้สวมเครื่องแบบตำรวจ แต่แววตาเฉียบคมของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็วและประเมินสถานการณ์ได้ในพริบตา. “ให้เธอสงบสติอารมณ์ก่อน แล้วค่อยพาไปที่สถานี” เขาออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ.
เจ้าหน้าที่คนนั้นยอมปล่อยแขนอารยา แต่ก็ยังคงยืนขวางทางเธอไว้. ชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาหาอารยาอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาดูเป็นมิตร แต่ดวงตาของเขากลับสะท้อนถึงความฉลาดเฉลียวที่ไม่อาจซ่อนเร้น. “คุณอารยาใช่ไหมครับ ผมได้รับแจ้งว่าคุณเป็นผู้ที่แจ้งเหตุนี้” เขาพูดด้วยรอยยิ้มบางๆ “ผมพันตำรวจเอกอนันต์ ปรีชาวัฒน์ หัวหน้าชุดสืบสวนคดีพิเศษ”
ชื่อ ‘พันตำรวจเอกอนันต์’ ไม่ได้ทำให้อารยารู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับทำให้เธอรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น. เธอเคยได้ยินชื่อนี้จากข่าวอยู่บ้าง เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักสืบมือฉมังที่มักจะรับผิดชอบคดีใหญ่ๆ ที่ซับซ้อน แต่ในโลกของ ‘ปมมรณะ’ ที่ทุกอย่างถูกบิดเบือนไปหมด ใครจะรู้ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้หรือไม่?
“ฮาร์ดดิสก์นี่...” อารยาพยายามพูด เสียงของเธอแหบพร่า “มันมีข้อมูลสำคัญ...เกี่ยวกับแผนการร้าย...ระดับชาติ”
พันตำรวจเอกอนันต์เลิกคิ้วเล็กน้อย “ผมเข้าใจครับคุณอารยา แต่เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นระบบ คุณต้องส่งมอบหลักฐานชิ้นนี้ให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราจัดการ” เขาเอื้อมมือออกมาราวกับจะรับฮาร์ดดิสก์จากเธอ.
ภายในใจของอารยาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง. เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกมากนักในตอนนี้ เธอถูกล้อมรอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเธอขัดขืนมากไปกว่านี้ อาจจะถูกใช้กำลังบังคับ และฮาร์ดดิสก์อาจเสียหาย หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคือตกไปอยู่ในมือที่ไม่ถูกต้อง. แต่การส่งมันไปง่ายๆ ก็ไม่ใช่ทางออก. เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของพันตำรวจเอกอนันต์ พยายามอ่านความคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสุภาพนั้น.
“ผมเชื่อว่าคุณคงผ่านอะไรมาเยอะ” พันตำรวจเอกอนันต์พูดต่อเมื่อเห็นเธอลังเล “และเราอยู่ที่นี่เพื่อช่วยคุณ”
ความไม่ไว้วางใจยังคงกัดกินในใจของอารยา แต่เธอก็รู้ว่าเวลาของเธอกำลังจะหมดลง. ชัชวาลกำลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอจะสามารถทำอะไรบางอย่างได้. เธอเหลือบมองไปยังรถพยาบาลที่กำลังจะเคลื่อนออกไป.
“ฉันขอ...ไปกับเพื่อนฉัน” อารยาพูดเสียงเบา “เขากำลังบาดเจ็บหนัก”
พันตำรวจเอกอนันต์ยิ้มบางๆ “แน่นอนครับ เราจะจัดรถให้คุณไปที่โรงพยาบาล แต่หลักฐานชิ้นนี้ เราต้องนำไปตรวจสอบทันที”
อารยารู้สึกราวกับกำลังถูกบีบคั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางออก. เธอต้องการอยู่กับชัชวาล ต้องการปกป้องฮาร์ดดิสก์ แต่เธอทำพร้อมกันไม่ได้. การแยกตัวจากหลักฐานชิ้นนี้คือความเสี่ยงสูงสุด แต่การไม่ไปกับชัชวาลก็เป็นสิ่งที่เธอรับไม่ได้. เธอตัดสินใจอย่างรวดเร็ว.
“ได้ค่ะ” อารยาตอบ พร้อมกับยื่นฮาร์ดดิสก์ให้พันตำรวจเอกอนันต์ แต่ในเสี้ยววินาทีที่มือของเธอสัมผัสกับมือของเขา เธอแอบสอดบางสิ่งบางอย่างเล็กๆ เข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตนเองอย่างแนบเนียน ไม่มีใครสังเกตเห็น ยกเว้นธงชัยที่บาดเจ็บยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาของเขาจับจ้องการเคลื่อนไหวของอารยาอย่างไม่วางตา.
พันตำรวจเอกอนันต์รับฮาร์ดดิสก์ไป ดวงตาของเขากวาดมองมันอย่างพิจารณา ก่อนจะส่งให้เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง “นำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่สุด”
จากนั้นเขาก็หันกลับมาทางอารยา “เชิญทางนี้ครับ เราจะพาคุณไปส่งที่โรงพยาบาล”
อารยาถูกนำตัวขึ้นรถตำรวจคันหนึ่ง ไม่ใช่รถพยาบาล. เธอได้แต่จับจ้องรถพยาบาลที่เคลื่อนตัวออกไปก่อนหน้าอย่างห่วงใย. ตลอดทางเธอพยายามสงบสติอารมณ์และประมวลผลสถานการณ์. เธอรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของวัตถุเล็กๆ ในกระเป๋าเสื้อของเธอ มันคือสิ่งเดียวที่เธอแอบดึงออกมาจากฮาร์ดดิสก์หลัก เป็นเหมือนกุญแจสำคัญที่อาจจะช่วยเธอในภายหลัง.
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล อารยาถูกนำตัวลงจากรถอย่างรวดเร็ว. โรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน. เธอถูกเจ้าหน้าที่พาไปยังห้องฉุกเฉิน แต่ก็ถูกกันไม่ให้เข้าไปในห้องที่ชัชวาลกำลังได้รับการรักษา. ธงชัยก็ถูกนำตัวมาที่นี่เช่นกันและได้รับการรักษาบาดแผลเล็กน้อยก่อนจะถูกนำตัวไปนั่งรอในบริเวณใกล้เคียง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลา.
อารยาถูกพาไปนั่งรอในห้องรับรองที่ค่อนข้างเงียบสงบ แต่ก็ไม่เป็นส่วนตัวนัก เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองคนนั่งเฝ้าเธออยู่. เธอพยายามสอบถามอาการของชัชวาล แต่ก็ได้รับคำตอบเพียงว่า “อยู่ในความดูแลของแพทย์” เท่านั้น.
ความรู้สึกโดดเดี่ยวและความหวาดกลัวเริ่มกัดกินเธออย่างช้าๆ. เธอไม่สามารถติดต่อใครได้ โทรศัพท์ของเธอถูกยึดไปตั้งแต่ตอนที่อยู่หน้าศูนย์สำรองข้อมูล. เธอเหมือนกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง.
เวลาผ่านไปช้าๆ ราวกับถูกยืดออกเป็นชั่วโมง. อารยาได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของพยาบาลและเจ้าหน้าที่เดินผ่านไปมา. จู่ๆ เธอก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ.
พยาบาลคนหนึ่งเดินผ่านไป เธอสะพายกระเป๋าผ้าสีเข้ม และมีพวงกุญแจห้อยอยู่กับกระเป๋านั้น. พวงกุญแจนั้นเป็นรูปสัญลักษณ์ที่คุ้นตา... เป็นรูปทรงเรขาคณิตสามเหลี่ยมซ้อนกันสองอัน คล้ายกับสัญลักษณ์ที่เธอเคยเห็นแวบๆ ในเอกสารลับบางอย่างที่เธอค้นพบในระบบของศูนย์สำรองข้อมูล. มันเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรลับ!
หัวใจของอารยาหล่นวูบ. องค์กรนั้นแฝงตัวเข้ามาถึงในโรงพยาบาลได้อย่างไร? หรือว่าโรงพยาบาลแห่งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการร้ายด้วย? ความคิดที่น่าสะพรึงกลัวแล่นเข้ามาในหัวของเธอ. เธอรู้สึกเหมือนถูกมองจากทุกทิศทาง เหมือนถูกขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น.
พยาบาลคนนั้นเดินหายไปในห้องพักแพทย์ อารยาพยายามลุกขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งเฝ้าก็ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของเธออย่างนุ่มนวล. เธอรู้ว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง. เธอต้องออกจากที่นี่ให้ได้ และต้องไปหาสายลับตัวเล็กๆ ที่เธอแอบเก็บไว้ให้ปลอดภัย.
ในขณะที่สมองของเธอกำลังประมวลผลสถานการณ์เพื่อหาทางออก จู่ๆ เสียงประกาศภายในโรงพยาบาลก็ดังขึ้น เป็นเสียงที่เย็นชาและไร้อารมณ์: “ประกาศ! พบผู้ป่วยต้องสงสัยมีอาการติดเชื้อร้ายแรง! ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนระมัดระวัง และทำการล็อกดาวน์พื้นที่ฉุกเฉินทันที! ห้ามใครเข้าออก!”
ความโกลาหลเกิดขึ้นในทันที. ผู้คนเริ่มแตกตื่น พยาบาลและแพทย์วิ่งวุ่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลกรูกันเข้ามาปิดกั้นทางเข้าออก. อารยารู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ. มันเป็นกับดัก!
ในชั่วพริบตา ไฟฟ้าในบริเวณนั้นก็ดับวูบลง เหลือเพียงแสงสว่างจากไฟฉุกเฉินที่ส่องสลัวๆ. เสียงกรีดร้องตกใจดังขึ้นจากหลายทิศทาง. ในความมืดสลัวนั้น อารยาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่น่ากลัว. เธอรู้สึกเหมือนมีดวงตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่เธอ.
“ถึงเวลาแล้วอารยา” เสียงกระซิบเย็นยะเยือกดังขึ้นข้างหูของเธอ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งเฝ้าเธออยู่ และมันมาจากในความมืดที่เธอไม่อาจมองเห็นตัวตนได้.
อารยาหันขวับ ใบหน้าของเธอขาวซีดด้วยความตกใจ... แต่ก่อนที่เธอจะทันได้เห็นว่าใครเป็นเจ้าของเสียงนั้น มือที่แข็งแกร่งก็คว้าเข้าที่แขนของเธออย่างรุนแรง และฉุดกระชากเธอออกไปจากที่นั่งในความมืดมิดที่โกลาหลนั้นอย่างรวดเร็ว! เธอถูกดึงลึกเข้าไปในความมืด ไม่รู้ว่ากำลังจะถูกพาไปที่ใด ไม่รู้ว่านี่คือจุดจบหรือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง. สิ่งที่เธอรู้มีเพียงอย่างเดียวคือ เธอไม่สามารถปล่อยให้หลักฐานชิ้นเล็กๆ ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเธอตกไปอยู่ในมือของคนพวกนี้ได้เป็นอันขาด!

ปมมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก