แสงสีฟ้าแดงฉานของไซเรนรถพยาบาลและรถตำรวจยังคงฉายวูบวาบสลับกันไปทั่วบริเวณ ราวกับภาพหลอนในฝันร้ายที่กำลังก่อตัวเป็นจริง. เสียงหวีดหวิวของไซเรนดังระงม ปะปนกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่นับสิบชีวิตที่กรูกันเข้ามาในพื้นที่ เสียงวิทยุสื่อสารแตกระแหง บ่งบอกถึงความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ อารยายังคงทรุดตัวกอดฮาร์ดดิสก์ไว้แน่นราวกับเป็นชีวิตของเธอ ดวงตาเบิกโพลงจับจ้องไปที่ชัชวาล ซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหญ้า เลือดสีแดงฉานยังคงแผ่เป็นวงกว้างบนเสื้อสีขาวของเขา มันไม่ใช่เพียงเลือด แต่มันคือรอยแผลที่ลึกเกินกว่าจะรักษาด้วยคำพูดใดๆ ธงชัยยังคงใช้มือข้างที่ยังไม่บาดเจ็บกดบาดแผลที่หน้าอกของชัชวาลไว้สุดกำลัง ใบหน้าของเขาซีดเผือด เขาเงยหน้ามองอารยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความเจ็บปวด
“อารยา…” เสียงของธงชัยแหบพร่า “เขา…เขาจะรอดไหม”
คำถามนั้นกรีดลึกเข้าไปในจิตใจของอารยา เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร ไม่มีความหวังใดๆ ที่จะหลุดรอดจากสถานการณ์นี้ได้เลยแม้แต่น้อย มือของเธอสั่นระริก เธอพยายามรวบรวมสติ แต่ภาพของชัชวาลที่นอนจมกองเลือดมันช่างชัดเจนเหลือเกิน ราวกับฉายซ้ำไปมาในห้วงความคิด
“รถพยาบาลมาแล้ว!” เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างของบุรุษพยาบาลและแพทย์ฉุกเฉินสองนายที่ตรงรี่เข้ามาพร้อมเปลหามและอุปกรณ์ปฐมพยาบาล “ถอยออกไปครับ!”
ธงชัยถูกดันตัวออกไปอย่างนุ่มนวล แต่แววตาของเขายังคงจดจ่ออยู่ที่ชัชวาล แพทย์ฉุกเฉินรีบประเมินอาการอย่างรวดเร็ว เสียงคำสั่งเร่งรัดดังขึ้น “ชีพจรเบามาก! เลือดออกเยอะ! ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลด่วนที่สุด!”
อารยาถูกเจ้าหน้าที่อีกคนเข้ามาประคองให้ลุกขึ้น เธอเซถลาเล็กน้อย แขนข้างหนึ่งยังคงกอดฮาร์ดดิสก์แน่น อีกข้างหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับพยุงไว้
“คุณปลอดภัยแล้วนะครับ” เสียงของเจ้าหน้าที่คนนั้นพยายามทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย “เราจะพาคุณไปที่ปลอดภัย”
แต่คำว่า “ปลอดภัย” ของเขา ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย เธอรู้ดีว่าอันตรายที่แท้จริงไม่ได้มาจากคนร้ายที่ยิงชัชวาล แต่มันมาจาก “ปมมรณะ” ที่ถูกซ่อนอยู่ในฮาร์ดดิสก์ในมือของเธอต่างหาก
ชัชวาลถูกยกขึ้นเปลหามอย่างเร่งรีบ ใบหน้าของเขาซีดเซียว ดวงตาปิดสนิท แพทย์ฉุกเฉินยังคงปฐมพยาบาลอย่างต่อเนื่องขณะเคลื่อนย้าย ร่างของเขาถูกนำขึ้นรถพยาบาล เสียงไซเรนดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่รถจะพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจของอารยา
ธงชัยพยายามเดินตามรถพยาบาลไป แต่เขาก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายเข้ามาขวางไว้ “คุณต้องให้ปากคำก่อนครับ คุณธงชัย”
“แต่…เพื่อนผม…” ธงชัยพยายามดิ้นรน
“เราเข้าใจครับ แต่ตอนนี้คุณต้องร่วมมือกับเราก่อน” ตำรวจพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
อารยามองตามรถพยาบาลจนลับสายตา ความรู้สึกผิดเข้าจู่โจมเธออย่างรุนแรง ถ้าเธอไม่ดึงชัชวาลเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ เขาคงจะไม่ต้องมานอนจมกองเลือดเช่นนี้ ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ เธอตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นผลมาจากสิ่งที่เธอค้นพบ และเธอคือเป้าหมายหลัก
“คุณอารยาครับ” เสียงของตำรวจนายหนึ่งดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้ง “เราต้องพาคุณไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำครับ”
เธอพยักหน้ารับอย่างเลื่อนลอย ฮาร์ดดิสก์ยังคงถูกกอดไว้แน่น เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นสิ่งนั้น “นั่นอะไรครับ”
อารยาหลบสายตา เธอรู้ดีว่านี่คือสิ่งสำคัญที่สุด สิ่งที่อาจตัดสินชะตาชีวิตของเธอและประเทศชาติ
“เอกสารส่วนตัวค่ะ” เธอตอบเสียงเบาหวิว พยายามไม่ให้พิรุธ
เจ้าหน้าที่พยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากความวุ่นวายและโกลาหลในที่เกิดเหตุ เขาก็คงไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก อารยาถูกนำตัวขึ้นรถตำรวจคันหนึ่ง ธงชัยถูกพาขึ้นรถอีกคัน
ตลอดเส้นทางสู่สถานีตำรวจ อารยานั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของชัชวาลยังคงวนเวียนในสมอง เธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่ห้วงเหวที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใจใครได้บ้าง ทุกคนดูเหมือนจะเป็นตัวละครในเกมที่เธอไม่เข้าใจกฎ
เมื่อมาถึงสถานีตำรวจ อารยาถูกพาเข้าไปยังห้องสอบสวนขนาดเล็กที่มีกลิ่นอับชื้นและบรรยากาศตึงเครียด เธอถูกจัดให้นั่งลงบนเก้าอี้โลหะเย็นเฉียบ ตรงข้ามกับโต๊ะ มีนายตำรวจอาวุโสสองนายรออยู่แล้ว หนึ่งในนั้นมีใบหน้าดุดัน คาดว่าจะเป็นหัวหน้าทีมสอบสวน อีกนายดูมีท่าทีสุภาพกว่า
“คุณอารยา วัฒนไพศาลสินธุ์ ใช่ไหมครับ” นายตำรวจหน้าดุดันเอ่ยขึ้น เสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง
อารยาพยักหน้า
“ผมสารวัตรนิคม ศรีธนา ส่วนนี่ผู้กองภาณุพงษ์ ครับ” เขาแนะนำตัว “เราต้องการให้คุณเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ต้องมีอะไรตกหล่น”
อารยาเริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่ตอนที่เธอออกไปพบชัชวาล เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอเล่าถึงการที่เธอได้รับข้อมูลที่สำคัญ เธอเน้นย้ำว่าข้อมูลนั้นเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ แต่เธอหลีกเลี่ยงที่จะลงรายละเอียดว่าข้อมูลนั้นคืออะไร และซ่อนฮาร์ดดิสก์ไว้ใต้อ้อมแขนอย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอไม่แน่ใจว่าตำรวจเหล่านี้จะเชื่อเธอหรือไม่ หรือที่แย่กว่านั้น คืออาจมีใครบางคนในหมู่พวกเขาที่เกี่ยวข้องกับองค์กรลึกลับนั้น
“คุณบอกว่าคุณได้รับข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ” ผู้กองภาณุพงษ์ถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “ข้อมูลนั้นคืออะไรครับ”
“ฉันไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ค่ะ มันอันตรายเกินไป” อารยาตอบอย่างระมัดระวัง “ฉันรู้แค่ว่ามันเป็นแผนการที่ซับซ้อนและมีผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง”
สารวัตรนิคมสบตาเธออย่างพิจารณา “คุณกำลังปิดบังอะไรอยู่หรือเปล่าครับคุณอารยา การให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณในตอนนี้”
“ฉันไม่ได้ปิดบังค่ะ แต่ฉันกลัว” เธอสารภาพออกมาอย่างจริงใจ “ฉันกลัวว่าถ้าข้อมูลนี้รั่วไหลไป มันจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวง และฉันก็กลัวว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจะตามมาทำร้ายฉันอีก”
บทสนทนาดำเนินไปอย่างตึงเครียดกว่าสองชั่วโมง อารยาให้ปากคำอย่างรอบคอบ พยายามเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญบนฮาร์ดดิสก์มากเกินไป เธอเล่าถึงการไล่ล่า การยิง และความพยายามของชัชวาลและธงชัยในการปกป้องเธอ
ในระหว่างการสอบสวน โทรศัพท์ของสารวัตรนิคมดังขึ้น เขาขอตัวออกไปคุยข้างนอก ทิ้งให้อารยาอยู่กับผู้กองภาณุพงษ์เพียงลำพัง บรรยากาศเงียบงันลงทันที อารยารู้สึกถึงสายตาจับจ้องจากผู้กอง เธอพยายามทำเป็นมองไปรอบๆ ห้อง
“คุณอารยาครับ” ผู้กองภาณุพงษ์เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “ผมขอถามอะไรคุณตรงๆ ได้ไหมครับ”
อารยาหันกลับมาสบตาเขา แววตาของเธอบอกว่าระมัดระวัง
“คุณคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณมันเป็นแค่เรื่องของโจรปล้น หรือมันมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น?”
คำถามนั้นทำให้หัวใจของอารยาเต้นรัว นี่คือโอกาส หรือนี่คือกับดัก? เธอตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดู
“ฉันเชื่อว่ามันซับซ้อนกว่านั้นค่ะ” เธอตอบอย่างมั่นใจ “มันไม่ใช่แค่โจร มันเป็นองค์กรที่มีอำนาจมาก”
ผู้กองภาณุพงษ์พยักหน้าช้าๆ “ผมก็คิดแบบนั้น”
คำพูดของเขาทำให้อารยาประหลาดใจ เขาไม่ได้ดูถูกหรือหัวเราะเยาะเธอเหมือนที่เธอเคยคาดไว้
“จากประสบการณ์ของผม เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ปกติ การที่คนร้ายดูเหมือนจะรู้ทุกความเคลื่อนไหวของคุณ การที่มีคนบาดเจ็บสาหัส…มันบ่งบอกว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลัง” ผู้กองพูดต่อ “แต่ถ้าคุณไม่บอกเราทั้งหมด เราก็จะช่วยคุณได้ไม่เต็มที่”
อารยาชั่งน้ำหนักคำพูดของเขา เธอรู้สึกถึงความจริงใจบางอย่างในแววตาของผู้กองภาณุพงษ์ เขาอาจจะเป็นคนที่เธอพอจะเชื่อใจได้ หรือไม่ก็เป็นมืออาชีพที่เก่งกาจในการหลอกล่อ เธอไม่อยากเสี่ยงให้ฮาร์ดดิสก์ไปอยู่ในมือคนผิด
“ฉันมีบางอย่างที่อาจจะช่วยไขคดีนี้ได้ค่ะ” เธอกล่าวในที่สุด พลางคลายอ้อมแขนที่กอดฮาร์ดดิสก์ไว้แน่น “แต่มันอันตรายมาก ถ้ามันตกไปอยู่ในมือคนผิด…”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ สารวัตรนิคมก็เดินกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าเดิม
“คุณอารยาครับ” สารวัตรนิคมเอ่ยขึ้นทันทีที่เขากลับเข้ามา “ทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่าอาการของคุณชัชวาลวิกฤตมากครับ และ…มีเรื่องที่คุณต้องรู้”
หัวใจของอารยาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่าง
“คืออะไรคะ” เธอถามเสียงสั่น
“ดูเหมือนว่ามีคนพยายามจะเข้ามาในโรงพยาบาลเพื่อ…เก็บงานครับ” สารวัตรนิคมพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด “เราจับกุมตัวไว้ได้หนึ่งคน แต่เราไม่แน่ใจว่ามีอีกกี่คนที่แทรกซึมเข้าไป”
อารยาเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวเข้าครอบงำเธออย่างสมบูรณ์ พวกมันยังไม่หยุด! พวกมันพยายามจะฆ่าชัชวาลให้ตาย! และถ้าพวกมันทำสำเร็จ ใครจะเป็นรายต่อไป? เธอใช่ไหม? หรือฮาร์ดดิสก์ในมือของเธอคือเป้าหมาย?
“แล้วชัชวาล…เขาปลอดภัยไหมคะ” อารยาถามอย่างร้อนรน
“ตอนนี้เราได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปอารักขาเขาอย่างเต็มที่แล้วครับ แต่ทางโรงพยาบาลไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” สารวัตรนิคมตอบ “และที่สำคัญกว่านั้น…”
เขามองมาที่ฮาร์ดดิสก์ในมือของอารยา “เราได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้ทำการยึดพยานหลักฐานทุกชิ้นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทันที รวมถึงฮาร์ดดิสก์ที่คุณถืออยู่ด้วยครับ”
อารยาชะงัก เธอจ้องมองไปที่ฮาร์ดดิสก์ในมือ แล้วมองกลับไปที่สารวัตรนิคม ผู้กองภาณุพงษ์เองก็ดูประหลาดใจกับคำสั่งนี้ เขาเหลือบมองสารวัตรนิคมด้วยความไม่เข้าใจ
“ใครเป็นคนออกคำสั่งคะ” อารยาถาม เสียงของเธอแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อย
“ผมบอกรายละเอียดไม่ได้ครับ แต่มันคือคำสั่งด่วนที่สุด” สารวัตรนิคมตอบ สีหน้าไร้อารมณ์ “คุณต้องส่งมอบฮาร์ดดิสก์มาให้เราเดี๋ยวนี้ครับคุณอารยา”
มือของอารยาบีบฮาร์ดดิสก์แน่นราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของเธอ เธอรู้ดีว่านี่คือเดิมพันสุดท้าย ถ้าฮาร์ดดิสก์นี้ตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ใช่ เธอจะไม่สามารถเปิดโปงความจริงใดๆ ได้อีกเลย และเธออาจจะไม่ได้มีชีวิตรอดออกไปจากห้องนี้ด้วยซ้ำ
เธอสบตากับผู้กองภาณุพงษ์ เขามองมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
นี่คือกับดัก! อารยาสัญญากับตัวเองว่าเธอจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด
ทันใดนั้น เธอรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนเบาๆ ในกระเป๋าเสื้อที่เธอซ่อนโทรศัพท์ไว้อย่างลับๆ เป็นข้อความที่ถูกส่งมา ข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ แต่กลับทำให้เลือดในกายของเธอเย็นยะเยือก…
“เราเฝ้ามองคุณอยู่ทุกฝีก้าว อารยา. อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ.”
อารยาเงยหน้าขึ้นมองสารวัตรนิคมและผู้กองภาณุพงษ์ สลับไปมา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวง เธอไม่รู้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู หรือกระทั่งข้อความที่เธอเพิ่งได้รับนั้น มาจากฝั่งไหนกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่คือ เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้อีกต่อไป และฮาร์ดดิสก์นี้…คือสิ่งเดียวที่ยังทำให้เธอมีอำนาจต่อรอง
“ผมขอฮาร์ดดิสก์ครับคุณอารยา” สารวัตรนิคมยื่นมือมาข้างหน้า ใบหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์ แต่แววตาฉายความเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด
อารยาบีบฮาร์ดดิสก์แน่นขึ้นไปอีก ก่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เธอจะยอมมอบมันให้พวกเขาไป หรือจะเสี่ยงทำอะไรบางอย่างที่อาจนำไปสู่หายนะ?
เธอจะต้องเลือก…เดี๋ยวนี้!

ปมมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก