ปมมรณะ

ตอนที่ 16 — วิกฤตกลางแสงไซเรน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

20 ตอน · 1,771 คำ

แสงสีฟ้าแดงฉานของไซเรนรถพยาบาลและรถตำรวจยังคงฉายวูบวาบสลับกันไปทั่วบริเวณ ราวกับภาพหลอนในฝันร้ายที่กำลังก่อตัวเป็นจริง. เสียงหวีดหวิวของไซเรนดังระงม ปะปนกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่นับสิบชีวิตที่กรูกันเข้ามาในพื้นที่ เสียงวิทยุสื่อสารแตกระแหง บ่งบอกถึงความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ อารยายังคงทรุดตัวกอดฮาร์ดดิสก์ไว้แน่นราวกับเป็นชีวิตของเธอ ‌ดวงตาเบิกโพลงจับจ้องไปที่ชัชวาล ซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหญ้า เลือดสีแดงฉานยังคงแผ่เป็นวงกว้างบนเสื้อสีขาวของเขา มันไม่ใช่เพียงเลือด แต่มันคือรอยแผลฉกรรจ์ที่ฉีกกระชากหัวใจของอารยาจนแหลกละเอียด

โลกทั้งใบหมุนคว้างรอบตัวเธอ ภาพของชัชวาลที่เคยยืนยิ้มให้เธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน มันยังคงชัดเจนในความทรงจำ ตอนนี้เขาเป็นเพียงร่างที่ไร้เรี่ยวแรง ​ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาปิดสนิทราวกับหลับใหลไปชั่วนิรันดร์ แต่เลือดที่ไหลซึมไม่หยุดนั้นตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย อารยารู้สึกเย็นยะเยือกไปทั่วสรรพางค์กาย ความรู้สึกชาด้านแล่นปราดจากปลายนิ้วขึ้นไปสู่สมอง เธอไม่สามารถขยับตัวได้ ไม่สามารถส่งเสียงใดๆ ออกไปได้ ‍ราวกับมีบางสิ่งบีบรัดลำคอเธอไว้แน่นจนอากาศไม่สามารถผ่านเข้าไปได้เลยแม้แต่น้อย

“หลีกทางหน่อยครับ! ผู้ป่วยเสียเลือดมาก!” เสียงเข้มของเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับร่างในชุดสีส้มสะท้อนแสงสองคนพุ่งตรงมายังชัชวาล พวกเขาก้มลงตรวจชีพจรอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยความชำนาญ มือของอารยาถูกเลื่อนออกอย่างนุ่มนวล แต่เธอก็ยังคงยึดฮาร์ดดิสก์ไว้แน่นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ‌ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงเข้าครอบงำ แต่ในส่วนลึกของจิตใจ สัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดและภารกิจที่ต้องแบกรับยังคงทำงานอย่างบ้าคลั่ง

“คุณครับ คุณผู้หญิง! คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เสียงนุ่มนวลของเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงคนหนึ่งดังขึ้นข้างๆ อารยา แต่เสียงนั้นดูเหมือนจะเลือนหายไปในม่านหมอกแห่งความเจ็บปวดและความสับสนที่ปกคลุมจิตใจของเธอ ‍เธอได้ยินเสียงนั้น แต่ไม่สามารถประมวลผลเป็นความหมายได้ ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่ชัชวาล ซึ่งตอนนี้กำลังถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันยกขึ้นเปลอย่างระมัดระวัง

“พาขึ้นรถพยาบาลด่วน! เสียเลือดมาก ต้องถึงมือหมอให้เร็วที่สุด!” เสียงตะโกนสั่งการบ่งบอกถึงความเร่งด่วน อารยาพยายามจะลุกขึ้นตาม ​แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรง เธอทรุดตัวลงอีกครั้ง ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ เธอรู้สึกว่าเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้ ถ้าเธอไม่เข้าไปยุ่งกับข้อมูลนั้น ถ้าเธอไม่ดึงชัชวาลเข้ามาในวังวนแห่งความมืดมิดนี้ เขาคงจะยังปลอดภัยดี ชัชวาล… ​ผู้ชายที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ ผู้ชายที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเธอ

“คุณคะ! คุณต้องไปให้ปากคำกับเราที่สถานีตำรวจ” ตำรวจหญิงคนเดิมย้ำอีกครั้ง คราวนี้เธอแตะบ่าอารยาเบาๆ สัมผัสที่เย็นเยียบนั้นทำให้อารยารู้สึกตัวขึ้นเล็กน้อย เธอหันไปมองตำรวจหญิงด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ความกลัวปรากฏขึ้นในดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน ​เธอจะบอกอะไรได้? เธอจะเชื่อใครได้? องค์กรลับนั้นมีอำนาจมหาศาล พวกเขาสามารถแทรกซึมได้ทุกที่ แม้กระทั่งในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

“ฉัน…ฉัน…ฉันต้องไปกับเขา” อารยาพึมพำเสียงแหบแห้ง ชี้ไปที่รถพยาบาลที่กำลังจะเคลื่อนออกไป เธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอต้องแน่ใจว่าชัชวาลปลอดภัย เธอต้องอยู่ใกล้เขา แม้ว่าการอยู่ใกล้จะหมายถึงการตกอยู่ในอันตรายมากยิ่งขึ้นก็ตาม

“แต่คุณต้องให้ปากคำก่อนนะคะ เราต้องทราบรายละเอียดเหตุการณ์” ตำรวจหญิงยังคงยืนกราน อารยาเงยหน้ามองตำรวจหญิงคนนั้นอย่างพิจารณา เธอสวมเครื่องแบบเรียบร้อย ใบหน้าเรียบเฉย แต่มีแววความเห็นใจบางๆ ซ่อนอยู่ อารยาคิดอย่างรวดเร็ว ถ้าเธอต่อต้านตอนนี้ เธออาจจะถูกควบคุมตัว และฮาร์ดดิสก์นี้ก็จะตกอยู่ในความเสี่ยงทันที เธอต้องฉลาด ต้องเล่นไปตามเกมของพวกเขาชั่วคราว

“ฉันเห็นผู้ชายสองคน… พวกเขาสวมชุดดำ… มีปืน” อารยาเริ่มต้นเล่าเรื่องคร่าวๆ โดยเลือกที่จะปกปิดรายละเอียดสำคัญบางอย่างไว้ รวมถึงความจริงเรื่องฮาร์ดดิสก์ และสาเหตุที่แท้จริงของการถูกไล่ล่า เธอเล่าถึงการเข้ามาของคนร้าย การต่อสู้ที่รวดเร็ว และเสียงปืนที่ดังขึ้น ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เธอยังคงกอดฮาร์ดดิสก์ไว้แน่น ราวกับว่ามันเป็นเกราะป้องกันเพียงอย่างเดียวของเธอ

ระหว่างที่เธอกำลังให้ปากคำอย่างรวบรัด รถพยาบาลคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงไซเรนที่ค่อยๆ เบาลงไปในระยะไกล ความรู้สึกว้าเหว่เข้าเกาะกุมจิตใจของอารยา เธอรู้ดีว่าการจากไปของชัชวาลโดยไม่มีเธออยู่เคียงข้างนั้นมันทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวในความมืดมิด แต่เธอไม่มีทางเลือก เธอต้องอยู่รอด และปกป้องสิ่งที่ชัชวาลยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อมัน

หลังจากให้ปากคำเบื้องต้นเสร็จสิ้น ตำรวจอีกหลายคนก็เข้ามาสอบถามเพิ่มเติม อารยารู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง เธอตอบคำถามซ้ำๆ ด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อภารกิจของเธอ จนกระทั่งมีนายตำรวจยศสูงกว่าคนหนึ่งเข้ามาแทรกบทสนทนา

“คุณอารยาใช่ไหมครับ ผมพันตำรวจเอกธีรเดช ผู้กำกับการสถานีตำรวจแห่งนี้” ชายวัยกลางคนในเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ ร่างกายสูงโปร่ง ดูภูมิฐาน แต่แววตาของเขามีบางอย่างที่ทำให้อารยารู้สึกไม่สบายใจ เธอมองสำรวจเขาอย่างรวดเร็ว

“ค่ะ” อารยาตอบเสียงแผ่ว

“ผมเข้าใจว่าคุณเพิ่งผ่านเรื่องเลวร้ายมา แต่เราต้องการความร่วมมือจากคุณอย่างเต็มที่ สิ่งที่คุณเห็น อาจจะเป็นเบาะแสสำคัญในการสาวไปถึงกลุ่มอาชญากรกลุ่มนี้” พันตำรวจเอกธีรเดชพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจบางอย่าง “และผมเห็นว่าคุณถืออะไรบางอย่างไว้ในมือตลอดเวลา มันคืออะไรครับ?”

คำถามนั้นทำให้อารยารู้สึกเหมือนถูกแทงเข้ากลางอก ฮาร์ดดิสก์นี้คือเป้าหมาย เธอรู้ดีว่ามันสำคัญถึงขั้นเอาชีวิตชัชวาลไป เธอจะไม่มีวันปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือของคนผิดเด็ดขาด

“มันไม่มีอะไรค่ะ…แค่ของส่วนตัว” เธอตอบเสียงแข็ง พยายามกอดฮาร์ดดิสก์ให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก

“ผมขอตรวจสอบได้ไหมครับ เพื่อความปลอดภัย” พันตำรวจเอกธีรเดชยิ้มบางๆ แต่แววตาของเขากลับดูเย็นชาไร้ความรู้สึก “เราต้องแน่ใจว่าไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งที่เป็นอันตรายอยู่ในที่เกิดเหตุ”

อารยาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น เธอรู้ว่าการปฏิเสธจะยิ่งทำให้เธอดูน่าสงสัย แต่การยอมให้พวกเขานำฮาร์ดดิสก์ไปก็เท่ากับยอมแพ้ อารยามองไปรอบๆ บริเวณ ยังคงมีเจ้าหน้าที่เดินพลุกพล่าน เสียงวิทยุสื่อสารยังคงดังเป็นระยะๆ สถานการณ์ยังคงโกลาหลพอสมควร เธอต้องหาทางออก เธอต้องคิดให้เร็วกว่านี้

“ฉัน…ฉันจะไปโรงพยาบาลตอนนี้ค่ะ ชัชวาลอยู่ที่นั่น ฉันต้องไปดูอาการเขา” อารยาพยายามเปลี่ยนเรื่อง หวังจะหลบเลี่ยงสถานการณ์กดดันนี้

“เราจะจัดคนไปคุ้มกันคุณที่โรงพยาบาลครับ แต่ก่อนอื่น เราต้องเคลียร์เรื่องที่นี่ให้เรียบร้อย” พันตำรวจเอกธีรเดชไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว ใบหน้าของเขาห่างจากเธอไม่ถึงเมตร

อารยาไม่มีทางเลือก เธอรู้สึกว่าถูกบีบให้จนมุม เธอแกล้งทำเป็นอ่อนเพลียจนแทบยืนไม่ไหว ทรุดตัวลงเล็กน้อย ทำให้ฮาร์ดดิสก์หลุดจากมือเธอไปชนเข้ากับพื้นหญ้า เธอรีบก้มลงเก็บทันที พร้อมกับแกล้งทำเป็นว่ามันแตกเล็กน้อยจากการตกกระแทก

“โอ๊ย! ไม่นะ…” เธอพึมพำด้วยความตกใจ “มันคงจะเสียหายแล้ว ฉันต้องรีบเอาไปซ่อม”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเราจะตรวจสอบให้” พันตำรวจเอกธีรเดชเอื้อมมือมาเพื่อจะหยิบฮาร์ดดิสก์ไปจากมือเธอ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น อารยากลับพลิกตัวหนีไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว เธอไม่รู้ว่าแรงมาจากไหน แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดมันทำงานอย่างบ้าคลั่ง เธอหันหลังวิ่งสุดแรงเกิด ทะลุผ่านวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยังไม่ทันตั้งตัว

“เดี๋ยวก่อน! หยุดนะ!” เสียงตะโกนของพันตำรวจเอกธีรเดชดังไล่หลังมา แต่เธอไม่สนใจ เธอมุ่งหน้าไปทางถนนใหญ่ มองหารถแท็กซี่หรือรถยนต์คันไหนก็ได้ที่จะพาเธอออกไปจากนรกขุมนี้ให้เร็วที่สุด เธอรู้ดีว่าการกระทำของเธอคือการประกาศตนเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างโจ่งแจ้ง แต่เธอไม่มีทางเลือก ฮาร์ดดิสก์นี้คือความหวังสุดท้ายของเธอและของชัชวาล

เธอวิ่งไม่คิดชีวิต หัวใจเต้นรัวระทึกอยู่ในอก อากาศเย็นยะเยือกยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้า แต่เหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วแผ่นหลัง เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ไล่ตามมาข้างหลัง เธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง เธอรู้ดีว่าถ้าถูกจับได้ ทุกอย่างจะจบสิ้น เธอต้องไปหาชัชวาล เธอต้องไปโรงพยาบาล เพื่อประเมินสถานการณ์และหาทางออกต่อไป เธอต้องรอด เพื่อเปิดโปงความจริงที่ชัชวาลยอมเอาชีวิตเข้าแลก

อารยาวิ่งเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ที่มืดสลัว เธอหวังว่าความซับซ้อนของเส้นทางจะช่วยชะลอการไล่ล่าได้บ้าง เสียงฝีเท้าเบาลงไปบ้างเล็กน้อย แต่เธอก็รู้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอเหลือบไปเห็นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่งจอดติดไฟแดงอยู่ไม่ไกล ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความหวัง

“พี่คะ! ไปโรงพยาบาลรวมแพทย์ด่วนเลยค่ะ!” เธอตะโกนขณะวิ่งเข้าไปหารถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โชเฟอร์ทำหน้างงๆ แต่ก็พยักหน้า เธอรีบซ้อนท้ายขึ้นไปทันทีโดยไม่รอช้า

“เร็วเลยค่ะพี่! เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!” เธอกำชับ เสียงยังคงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

มอเตอร์ไซค์รับจ้างพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งซอยมืดสลัวและเงาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตามหาเธอไว้เบื้องหลัง อารยาหันกลับไปมอง ภาพของพันตำรวจเอกธีรเดชที่ยืนจ้องมองเธอจากระยะไกล ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้นทำให้อารยาหนาวไปถึงกระดูก เธอรู้ว่าการหนีครั้งนี้เป็นเพียงการยืดเวลาออกไปเท่านั้น ไม่ใช่การหลุดพ้นจากเงื้อมมือของพวกเขา

โรงพยาบาลรวมแพทย์… สถานที่ที่เธอหวังว่าจะได้พบชัชวาลอีกครั้ง และอาจจะเป็นที่ปลอดภัยชั่วคราว แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อาจจะเป็นกับดักที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล อารยารีบตรงไปยังห้องฉุกเฉินทันที หัวใจของเธอบีบรัดเมื่อเห็นป้าย “ห้ามเข้า” สีแดงเด่นหรา เธอสอบถามพยาบาลประจำเคาน์เตอร์ด้วยน้ำเสียงกระสับกระส่าย พยาบาลสาวในชุดสีขาวบอกเธอว่าผู้ป่วยชื่อชัชวาลกำลังอยู่ในห้องผ่าตัดฉุกเฉิน อาการสาหัสมาก และไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยม อารยารู้สึกราวกับโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้แข็งๆ ในห้องรอผู้ป่วยฉุกเฉิน ความรู้สึกไร้หนทางเข้าครอบงำ เธอทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากรอ… และภาวนา

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละนาทีเหมือนนานเป็นชั่วโมง อารยาเฝ้ารอด้วยความหวังอันริบหรี่ ในมือยังคงกอดฮาร์ดดิสก์ไว้แน่น ราวกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับชัชวาล เธอพยายามโทรหาเบอร์ของชัชวาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่มีใครรับสาย เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในขณะที่เธอกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก ชายคนหนึ่งในชุดกราวน์สีขาวเดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อารยารีบลุกขึ้นยืนทันที

“หมอคะ! ชัชวาลเป็นยังไงบ้างคะ?” เธอถามด้วยเสียงสั่นเครือ

คุณหมอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้าช้าๆ “เราพยายามอย่างเต็มที่แล้วครับ แต่บาดแผลลึกเกินไป ผู้ป่วยเสียเลือดมาก… ตอนนี้เขาอาการวิกฤตมาก ต้องรอปาฏิหาริย์เท่านั้นครับ”

คำพูดของคุณหมอราวกับมีดกรีดลงกลางใจของอารยา เธอรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ภาพของชัชวาลที่นอนแน่นิ่งบนพื้นหญ้ากลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง เธออยากจะกรีดร้องออกมา แต่เสียงกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เธอรู้สึกชาไปหมดทั้งตัว น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบเชียบ

“เขา…เขาจะรอดใช่ไหมคะ…” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน

คุณหมอพยักหน้าอย่างเห็นใจ ก่อนจะหันไปพูดกับพยาบาลที่เดินตามมา “เดี๋ยวจัดห้องพักฟื้นพิเศษให้ผู้ป่วยด้วยนะ และให้เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ”

คำว่า “ห้องพักฟื้นพิเศษ” และ “เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ” ทำให้สัญชาตญาณอันตรายของอารยาทำงานขึ้นมาอีกครั้ง เธอเงยหน้ามองคุณหมอและพยาบาลสลับกัน แววตาของพวกเขามีบางอย่างที่แปลกไป ความเห็นใจที่เธอเห็นเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาบางอย่าง… หรือเธอคิดไปเอง?

ในขณะนั้นเอง อารยาก็เหลือบไปเห็นเงาของชายคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านหน้าห้องฉุกเฉินไป เขาแต่งกายด้วยชุดนอกเหนือจากบุคลากรทางการแพทย์ ใบหน้าของเขาดูคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่เธอจำไม่ได้ว่าที่ไหน

แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะคือท่าทางของชายคนนั้น เขากำลังยกมือขึ้นสัมผัสที่หูของตัวเองเล็กน้อย ราวกับกำลังกดอุปกรณ์สื่อสารบางอย่าง และแววตาของเขาก็กำลังกวาดมองไปรอบๆ ห้องฉุกเฉินอย่างระมัดระวัง… และหยุดอยู่ที่เธอ…

อารยาสะท้านเฮือก เธอรู้ทันทีว่าชายคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา และที่สำคัญกว่านั้น เขาอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ไล่ล่าเธออยู่! องค์กรลับนั้นตามเธอมาถึงโรงพยาบาลแล้ว! เธอไม่ปลอดภัยที่นี่!

เธอรีบหันหน้าหนี ก้มลงทำท่าผูกเชือกรองเท้า พยายามทำให้ตัวเองกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม เธอรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่ก็พยายามไม่หันกลับไปมองอีกครั้ง เธอรู้ว่าเธอต้องหนี แต่จะหนีไปไหน? ชัชวาลยังอยู่ในห้องผ่าตัด เธอจะทิ้งเขาไปได้อย่างไร?

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของเธอ ฮาร์ดดิสก์! เธอต้องเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ให้ได้ เธอต้องหาทางส่งต่อข้อมูลนี้ให้คนอื่นที่พอจะเชื่อใจได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

อารยาค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ แกล้งทำเป็นเดินไปเข้าห้องน้ำ แต่ดวงตาของเธอกลับจับจ้องไปที่ชายคนนั้น ซึ่งตอนนี้กำลังเดินเข้าไปคุยกับพยาบาลประจำเคาน์เตอร์อย่างสนิทสนม พยาบาลคนนั้นพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะชี้ไปทางห้องพักฟื้นพิเศษที่อยู่ไม่ไกลจากห้องฉุกเฉินนัก

ชายคนนั้นหันกลับมามองเธออีกครั้ง แววตาของเขาคมกริบ ราวกับพยับเงาที่กำลังจะเข้าโจมตี

อารยารู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง เธอรู้แล้วว่าทำไมคุณหมอถึงเน้นย้ำเรื่อง “ห้องพักฟื้นพิเศษ” และ “เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ”… ชัชวาลไม่ปลอดภัย! และเธอก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน! โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่สำหรับรักษา แต่เป็นคุกที่รอขังเธอและชัชวาล!

เธอต้องทำอะไรบางอย่าง! เธอจะต้องช่วยชัชวาล และปกป้องข้อมูลในฮาร์ดดิสก์นี้ให้ได้! แต่เธอจะทำได้อย่างไร ในเมื่อเธอถูกรายล้อมไปด้วยศัตรูที่มองไม่เห็น และกำลังจ้องมองเธออยู่ทุกฝีก้าว?

เสียงวิทยุสื่อสารที่ดังแว่วมาจากพยาบาลคนหนึ่งที่เดินผ่านมา ทำให้เธอได้ยินคำพูดที่คุ้นเคย “…พบเป้าหมายในพื้นที่โรงพยาบาลรวมแพทย์…กำลังเคลื่อนไหว…เตรียมดำเนินการตามแผน…”

อารยาใจหายวาบ เธอรู้ทันทีว่า "เป้าหมาย" คือเธอ และ "แผน" คือการจับกุมหรืออาจจะเลวร้ายกว่านั้น เธอเหลือบมองชายลึกลับอีกครั้ง เขาเริ่มเดินตรงมาทางเธอช้าๆ พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ราวกับเสือที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ อารยารู้ว่าเธอไม่มีเวลาแล้ว เธอต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้ แต่ขณะที่เธอคิดจะวิ่งหนี แสงจากจอโทรศัพท์มือถือที่พยาบาลถืออยู่ก็แวบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับภาพข่าวพาดหัวตัวโตที่ทำให้เลือดในกายของเธอแทบหยุดไหล…

"ด่วน! พนักงานบริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง ‘อารยา พิพัฒน์พงศ์’ ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีลอบสังหารนักวิชาการ ‘ชัชวาล วิริยะ’ หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงในที่เกิดเหตุ!"

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ปมมรณะ

ปมมรณะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!